Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

NEAR เตือน! ยุคควอนตัมอาจวุ่นวายกว่าที่คิด หากขาดระบบ 'พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ' เมื่อกระเป๋าถูกแฮก
07 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

NEAR เตือน! ยุคควอนตัมอาจวุ่นวายกว่าที่คิด หากขาดระบบ 'พิสูจน์ความเป็นเจ้าของ' เมื่อกระเป๋าถูกแฮก

ทีมพัฒนา Near One ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่า การรับมือภัยจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม (Quantum Computer) บน Blockchain ยังมีช่องโหว่สำคัญที่ถูกมองข้าม นั่นคือ "การพิสูจน์ความเป็นเจ้าของสินทรัพย์" Anton Astafiev CTO ของ Near One ระบุว่าโปรโตคอลต่างๆ อาจถูกบังคับให้เลือกระหว่างการแช่แข็งทรัพย์สินทั้งหมด หรือปล่อยให้ตลาดเข้าสู่สภาวะไร้กฎ โดยเสนอให้ Zero-Knowledge Proof เป็นทางออก

 

🌐 ปัญหาที่ถูกมองข้ามในการถกเรื่องควอนตัม

 

การถกเถียงเรื่องภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมต่อโลก Blockchain มักวนเวียนอยู่กับคำถามว่า "จะป้องกัน Private Key (กุญแจส่วนตัวที่ใช้ควบคุม Wallet) ได้อย่างไร?" แต่ Near One ชี้ว่ายังมีคำถามที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ "เมื่อถูกโจมตีแล้ว เราจะรู้ได้อย่างไรว่าใครคือเจ้าของที่แท้จริง?"

 

Anton Astafiev CTO ของ Near One (ทีมวิจัยและพัฒนาเบื้องหลัง NEAR Protocol ซึ่งเป็น Blockchain Layer-1 หรือโครงสร้างพื้นฐานหลักของ Blockchain ที่ดูแลสินทรัพย์ผู้ใช้มูลค่ากว่า 137.6 ล้านดอลลาร์ หรือราว 4,700 ล้านบาท) กล่าวว่าหากไม่มีระบบพิสูจน์ความเป็นเจ้าของที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ โปรโตคอลต่างๆ จะ "ไม่สามารถบอกได้เลยว่าผู้ที่ส่งธุรกรรมคือเจ้าของสินทรัพย์ที่แท้จริงหรือไม่"

 

⚠️ สองทางเลือกที่ล้วนเจ็บปวด

 

Astafiev อธิบายว่าในสถานการณ์ที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมสามารถเจาะระบบ Cryptography (การเข้ารหัสข้อมูล) ของ Blockchain ได้จริง โปรโตคอลจะต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก 2 ทาง ได้แก่

 

  • แช่แข็งสินทรัพย์ทั้งหมด — หยุด Wallet ที่อาจถูกโจมตีทุกใบ ซึ่งหมายความว่าเจ้าของที่บริสุทธิ์ก็ถูกล็อคเงินไปด้วย
  • ปล่อยให้ตลาดเป็น Wild West — ยอมให้ธุรกรรมดำเนินต่อไปโดยไม่มีใครรู้ว่าใครโกง ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายและสูญเสียความเชื่อมั่น

 

🔬 Zero-Knowledge Proof: ทางออกที่ Near One มอง

 

Astafiev เสนอว่า ZK Proof (Zero-Knowledge Proof หรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้พิสูจน์ว่าตนรู้ข้อมูลบางอย่างโดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้น) สามารถช่วยให้เจ้าของ Wallet ที่แท้จริงพิสูจน์ว่าตนรู้ Seed Phrase (ชุดคำสุ่มที่ใช้กู้คืน Wallet) เดิมได้ โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อนออกมา — กลายเป็น "ใบเบิกทาง" ยืนยันตัวตนบนโลก Post-Quantum

 

นอกจากนี้ NEAR Protocol ยังอยู่ในระหว่างพัฒนาระบบเซ็นชื่อดิจิทัลที่ทนทานต่อควอนตัม (Post-Quantum Safe Signing System) โดยมาตรฐานแรกที่จะนำมาใช้คือ FIPS-204 ซึ่งผ่านการรับรองจาก NIST (สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ) โดยมีแผนเปิดให้ทดสอบบน Testnet ภายในสิ้น Q2 ปีนี้

 

🏁 ทั้งอุตสาหกรรมเริ่มขยับ

 

NEAR ไม่ใช่ผู้เดียวที่ตื่นตัว ในช่วงที่ผ่านมา Google และ California Institute of Technology เผยแพร่งานวิจัยในเดือนมีนาคมว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ใช้งานได้จริงอาจมาถึงเร็วกว่าที่คาด และอาจใช้พลังการประมวลผลน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้มาก โดย Google อ้างว่าควอนตัมอาจสามารถเจาะ Cryptography ของ Bitcoin ได้ภายใน 10 นาที ทำให้แฮกเกอร์สามารถทำ "On-Spend Attack" (โจมตีเพื่อใช้จ่ายสินทรัพย์แทนเจ้าของ) ได้

 

  • Ethereum Foundation ตั้งทีม Post-Quantum Ethereum โดยมีเป้าหมายสร้างความทนทานต่อควอนตัมระดับโปรโตคอลภายในปี ค.ศ. 2029
  • Solana ผ่าน Anza และ Firedancer (ทีมพัฒนา Validator Client ของ Solana) ทดสอบ Falcon (อัลกอริทึมลายเซ็น Post-Quantum รุ่นใหม่) บนเครือข่ายแล้ว
  • Bitcoin ยังเป็นปัญหาที่ถกเถียงอยู่ — Adam Back ซีอีโอของ Blockstream (บริษัทพัฒนา Infrastructure ของ Bitcoin) ยืนยันว่าควอนตัมที่ใช้งานได้จริงยังห่างไกลนับสิบปี แต่ก็สนับสนุนให้นักพัฒนาเริ่มศึกษาทางออก

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Clock Is Ticking for Bitcoin to Prevent Quantum Threat as It Could Drain 6.9 Million BTC Including Satoshi's
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / Near One

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict Near One ยกประเด็นที่สำคัญมากแต่มักถูกมองข้ามในการถกเรื่องควอนตัม — การป้องกันอย่างเดียวไม่พอ ระบบ Blockchain ต้องมี "กระบวนการยุติธรรม" ที่พิสูจน์ตัวตนได้รวดเร็วด้วย ไม่เช่นนั้นแม้แต่เจ้าของแท้ก็อาจถูกล็อคเงินหรือตกเป็นผู้ต้องสงสัยโดยไม่รู้ตัว การที่ทั้ง NEAR, Ethereum และ Solana เริ่มเดินหน้าจริงจังเป็นสัญญาณที่ดีว่าอุตสาหกรรมนี้กำลังมองไกลเกินกว่าแค่การอยู่รอดระยะสั้น

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: NEAR Protocol, คอมพิวเตอร์ควอนตัม, Post-Quantum Blockchain, Zero-Knowledge Proof, FIPS-204, Blockchain Security, ควอนตัม Bitcoin, Near One

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com