กระเป๋าแฮกเกอร์ Coldcard $36 ล้าน กลายเป็นกำแพงข้อความวิงวอน-ตุกติกบนบล็อกเชน
ท่ามกลางวิกฤตช่องโหว่ Coldcard ที่ยังคงลุกลาม กระเป๋า Bitcoin ที่เชื่อว่าเป็นของผู้โจมตี ซึ่งถือเหรียญที่ขโมยมาแล้วมูลค่าราว 36 ล้านดอลลาร์ กลับกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อมันถูกแปลงสภาพเป็นกระดานข้อความสาธารณะแบบด้นสด ที่ทั้งเหยื่อผู้เสียหายและนักฉวยโอกาสต่างพากันฝากข้อความถึงหัวขโมยผ่านธุรกรรมบนบล็อกเชน ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569
⚙️ กลไกเบื้องหลัง: ฟีเจอร์ OP_RETURN
ปรากฏการณ์นี้อาศัยฟังก์ชัน OP_RETURN ของ Bitcoin ซึ่งเป็นคำสั่งที่อนุญาตให้ผู้ใช้แนบข้อความตัวอักษรสั้นๆ ติดไปกับธุรกรรมได้อย่างถาวรบนบล็อกเชน นักวิจัยจากบริษัทต่างๆ รวมถึง Galaxy Research ระบุที่อยู่ (Address) ที่เชื่อว่าผู้โจมตีควบคุมอยู่คือ "bc1qq85v2c926eg6pgxhwp6q7lf6cnsz80qs3fcu9r" นับตั้งแต่เกิดเหตุขโมยเหรียญเริ่มต้นเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่อยู่นี้ก็ได้รับการฝากเงินจำนวนเล็กน้อยพร้อมข้อความแนบท้ายอย่างต่อเนื่อง
💬 ตัวอย่างข้อความบนบล็อกเชน
ข้อความจากฝั่งเหยื่อผู้เสียหายมีทั้ง "คุณขโมยไปแล้ว ได้โปรดคืนมาบ้าง", "ได้โปรด ได้โปรด ได้โปรด" พร้อมแนบที่อยู่กระเป๋าของตัวเอง และข้อความขอ "คืน 80% ของ 5 BTC ที่ผมมี" ขณะที่อีกฝั่งกลับเป็นความพยายามฉวยโอกาส เช่น ข้อความเสนอบริการฟอกเงินอย่างโจ่งแจ้งว่า "ผมฟอก BTC ทำ KYC และแคชเอาท์ให้ คิดค่าบริการ 10%" พร้อมช่องทางติดต่อทาง Telegram รวมถึงข้อความขอเรี่ยไรแบบไม่เกี่ยวข้องกันเลยอย่าง "ขอ 1 BTC เพื่อเริ่มต้นเส้นทาง Bitcoin ของผม" และยังมีข้อความแนวกวีสั้นๆ อย่าง "วันจันทร์เป็นเจ้าของวันของฉัน / คนแปลกหน้าห้าบวกสิบบิตคอยน์ / ให้ฉันได้โทรเข้ามาฟรี"
📜 เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในอดีต
ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ทั้งหมด ในเหตุการณ์ขโมยเหรียญจาก Mining Pool ที่ชื่อ LuBian เมื่อปี 2563 ซึ่งมีการขโมยเหรียญไปมากกว่า 127,000 BTC ผู้ดำเนินการก็เคยใช้ข้อความ OP_RETURN ลักษณะเดียวกันเพื่อพยายามเจรจากับผู้โจมตี และข้อความเหล่านั้นในภายหลังยังช่วยให้นักวิเคราะห์แยกแยะระหว่างกระเป๋าที่ถูกขโมยจริงกับกระเป๋าทั่วไปได้อีกด้วย
📊 ภาพรวมความเสียหายที่ยังลุกลาม
ช่องโหว่ Coldcard ที่ตรวจพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ได้ลุกลามกลายเป็นเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย Self-Custody ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่ง โดยมีความเสียหายที่ยืนยันแล้วรวมกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ตามที่ Bitcoinaddict.com ติดตามรายงานมาอย่างต่อเนื่อง
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Galaxy เผย! อย่างน้อย 15 แฮกเกอร์รุมโจมตีช่องโหว่ Coldcard เอไอถอดรหัสได้ในไม่ถึง 20 นาที
👉 Jimmy Song ซัดทีม Bitcoin Core คิดแบบ "Fiat" ปมยกเลิก OP_Return Limit
👉 วอลเล็ตที่เชื่อมโยงกับ LuBian ขยับ Bitcoin มูลค่า 1.3 พันล้านดอลลาร์ หลัง DOJ เผยคดีริบทรัพย์ 15,000 ล้าน🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk (เขียนโดย Omkar Godbole) / coindesk.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนธรรมชาติที่โปร่งใสของ Bitcoin ได้อย่างน่าสนใจ เพราะต่อให้เงินถูกขโมยไปแล้ว ทุกคนก็ยังมองเห็นกระเป๋านั้นได้ตลอดเวลา และยังส่งข้อความถึงเจ้าของกระเป๋าได้โดยตรงผ่านธุรกรรมแม้จะไม่รู้ว่าใครคือคนที่แท้จริง สิ่งที่น่าเศร้าคือปนกันไปทั้งเสียงวิงวอนของเหยื่อจริงและกลลวงของมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสซ้ำเติมความทุกข์ของผู้เสียหายอีกชั้น ผู้ใช้ที่เห็นข้อความ "รับฟอกเงินคืนให้" ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะโอกาสที่จะได้เงินคืนจริงจากการติดต่อคนแปลกหน้าแบบนี้แทบเป็นศูนย์ และอาจกลายเป็นเหยื่อซ้อนเหยื่อได้ง่ายๆ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Coldcard, OP_RETURN, Bitcoin, Blockchain, Galaxy Research
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com