Mastercard เปิดตัวอาณาจักรคริปโต! จับมือ 85 พันธมิตรยักษ์ใหญ่ ปฏิวัติการโอนเงินทั่วโลก
Mastercard (บริษัทเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก) ประกาศเปิดตัวโปรแกรมพันธมิตรคริปโต (Crypto Partner Program) โดยรวบรวมบริษัทในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 85 แห่งไว้ในเครือข่ายเดียวกัน เป้าหมายคือพัฒนาระบบชำระเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดนโดยใช้เทคโนโลยี Blockchain ถือเป็นก้าวสำคัญที่ยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่กระแสหลักอย่างเป็นทางการ
โปรแกรมพันธมิตรคริปโต — ใครอยู่ในนั้นบ้าง?
Mastercard เปิดเผยว่าโปรแกรมนี้รวมผู้เล่นสำคัญจากหลายภาคส่วนของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น Crypto Exchange, Blockchain Network และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน

รายชื่อพันธมิตรที่ได้รับการยืนยัน ได้แก่:
- Binance (ตลาดซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดในโลก)
- Circle (ผู้ออก USDC สกุลเงิน Stablecoin อ้างอิงดอลลาร์สหรัฐ)
- Gemini (ตลาดซื้อขายคริปโตสัญชาติอเมริกัน)
- Paxos (ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและผู้ออก Stablecoin)
- Ripple (บริษัทที่พัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดนบน Blockchain)
- PayPal (บริษัทชำระเงินออนไลน์ระดับโลก)
- Polygon (เครือข่าย Blockchain Layer-2 ของ Ethereum)
- Solana (เครือข่าย Blockchain ที่รองรับธุรกรรมได้รวดเร็วและต้นทุนต่ำ)
- Crypto.com (แพลตฟอร์มซื้อขายและบริการทางการเงินด้านคริปโต)
- MoonPay (ผู้ให้บริการซื้อ-ขายคริปโตแบบ On-Ramp/Off-Ramp)
- Fireblocks (ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล)
- Canton Network (เครือข่าย Blockchain ระดับองค์กรที่พัฒนาโดย Digital Asset)
มุ่งเน้นอะไร? ทำไมถึงสำคัญ?
Mastercard ระบุว่าโปรแกรมนี้จะเน้นพัฒนาระบบใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การโอนเงินข้ามพรมแดน (Cross-Border Remittance), การชำระเงินระหว่างธุรกิจ (B2B Payment) และ ระบบการชำระหนี้สุทธิ (Settlement)
บริษัทโพสต์บน X (เดิมคือ Twitter) ว่า "สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่" โดยเทคโนโลยีที่เคยอยู่คู่ขนานกับระบบการเงินดั้งเดิม กำลังถูกนำไปใช้งานจริงในชีวิตประจำวันมากขึ้นเรื่อยๆ โปรแกรมนี้ยังต่อยอดจากงานที่ Mastercard ทำมาก่อนหน้านี้ ทั้งบัตรชำระเงินที่เชื่อมต่อกับคริปโต และโปรแกรมสนับสนุน Blockchain Startup
Visa ก็ไม่น้อยหน้า — การแข่งขันระดับ Trillion Dollar
การประกาศของ Mastercard ครั้งนี้เกิดขึ้นพร้อมกับกระแสที่เครือข่ายการชำระเงินรายใหญ่ต่างพาเหรดกันเข้าสู่โลกสินทรัพย์ดิจิทัล โดย Visa ก็ได้ประกาศโครงการในลักษณะเดียวกันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา
- กันยายน: Visa เปิดตัว Pilot โครงการให้ธนาคารสามารถ Pre-Fund (ฝากเงินล่วงหน้า) สำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่าน Stablecoin บน Visa Direct (แพลตฟอร์มการโอนเงินแบบเรียลไทม์ของ Visa) เพื่อให้การโอนเงินเสร็จสิ้นได้แทบทันที
- หนึ่งเดือนต่อมา: Visa ประกาศขยายบริการคริปโตเพื่อรองรับ Stablecoin เพิ่มอีก 4 สกุลเงิน บน 4 Blockchain ใหม่ นอกเหนือจากที่รองรับอยู่แล้วบนเครือข่ายอย่าง Ethereum, Solana, Stellar และ Avalanche
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 PayPal ประกาศความร่วมมือกับ Paxos Brokerage เพื่อเตรียมเปิดตัวบริการใหม่เกี่ยวกับ Crypto
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Mastercard ดึงบริษัทกว่า 85 แห่งมารวมกันในโปรแกรมเดียว ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังเปลี่ยนผ่านจาก "การทดลอง" สู่ "โครงสร้างพื้นฐานทางการเงินจริง" ที่เครือข่ายการชำระเงินระดับโลกยอมรับ เมื่อทั้ง Mastercard และ Visa ต่างเดินหน้าพร้อมกัน ภาพของ Stablecoin และ Blockchain ในระบบการเงินกระแสหลักก็ยิ่งชัดเจนขึ้นอีกมาก น่าจับตามองว่าโครงการเหล่านี้จะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมในตลาดเกิดใหม่อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อไหร่
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Mastercard crypto, Crypto Partner Program, Blockchain Payment, Stablecoin, Cross-Border Payment, Visa crypto, สินทรัพย์ดิจิทัล
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ mastercard.com