ปกข่าว Ledger Flex ที่ซื้อในสนามบินสิงคโปร์เจอชิ้นส่วนสอดแนม ภาพจริงจาก Mark Karpelès คู่ภาพสินค้าทางการ Ledger Flex
13 October 2026•ข่าว•โดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

ซื้อจากร้านที่ Ledger รับรองในสนามบินสิงคโปร์ก็ยังเจอชิ้นส่วนสอดแนม MediaMarkt ถอด Ledger ทุกประเทศ

เหตุชิ้นส่วนสอดแนมในกระเป๋าคริปโต Ledger เริ่มลามออกนอก CryptoBilis ตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 Mark Karpelès อดีตซีอีโอของกระดานเทรด Mt. Gox โพสต์บน X ว่า Ledger Flex ที่ขายในสนามบินสิงคโปร์มีชิ้นส่วนสอดแนม (spy implant) ซ่อนอยู่ข้างใน พร้อมคลิปแกะเครื่องบน YouTube ส่วนในยุโรป MediaMarktSaturn บริษัทแม่ของร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า MediaMarkt ถอดสินค้า Ledger ออกจากหน้าร้านและเว็บไซต์แล้ว หลังลูกค้าในเยอรมนีรายงานว่าเจอชิ้นส่วนแปลกปลอมในเครื่อง

ทั้งสองกรณียังไม่มีรายงานเงินหาย และ Ledger ยังไม่ได้ยืนยันว่าเป็นชิ้นส่วนชุดเดียวกับเหตุ CryptoBilis

ภาพจริงจากคลิปของ Mark Karpelès มือที่ถือ Ledger Flex ที่แกะฝาหลังออก ด้านขวาเป็นแผ่นฝาหลังที่มีชิ้นส่วนสอดแนมติดอยู่ ภายในตัวเครื่องเห็นป้าย LEDGER

ภาพ: Mark Karpelès (@MagicalTux) บน X 13 ต.ค. 2569 Ledger Flex ที่ Ben Yorke ซื้อจากร้าน Metapod ในสนามบินสิงคโปร์ ระหว่างแกะเครื่อง

เครื่องที่ไม่เคยเสียบใช้ แต่มีรอยถูกแกะ

เจ้าของเครื่องคือ Ben Yorke ซึ่งโพสต์บน X เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมว่า ซื้อ Ledger Flex ราคา 300 ดอลลาร์จากร้าน Metapod ในสนามบินสิงคโปร์ช่วงหน้าร้อน ไม่เคยเสียบใช้งานเลย แต่เห็นรอยขีดข่วนที่ตัวเครื่อง จึงส่งให้ Karpelès ตรวจแทนการเปิดใช้

ในคลิป Karpelès ชี้รอยใกล้ร่องเปิดเครื่องที่บอกว่าเครื่องเคยถูกเปิดมาก่อน เขาพูดระหว่างแกะว่าไม่คิดว่าจะเจออะไร เพราะไม่เคยมีรายงานชิ้นส่วนแบบนี้จากที่นั่นมาก่อน แต่เมื่อเปิดฝาหลังก็พบชิ้นส่วนที่เขาเรียกว่า "implant เวอร์ชัน 1.2" และย้ำว่าเครื่องนี้ไม่ได้มาจาก CryptoBilis

ภาพขยายจากกล้องจุลทรรศน์ของ Mark Karpelès แสดงรอยงัดเล็กๆ ที่ขอบร่องเปิดของ Ledger Flex ก่อนแกะเครื่อง

ภาพ: Mark Karpelès บน X 13 ต.ค. 2569 รอยที่ขอบร่องเปิดเครื่องที่ทำให้สงสัยว่าเครื่องเคยถูกแกะ

สิ่งที่เจอในเครื่อง

จากคลิปของ Karpelès สิ่งที่พบมีดังนี้

  • ชิ้นส่วนสอดแนมซ่อนอยู่ช่วงล่างของตัวเครื่อง มีซิมการ์ด ชิปสื่อสาร LTE และไมโครคอนโทรลเลอร์ STM32 ไม่ใช่โมดูล Nordic ที่เจอในเครื่องชุดก่อน
  • ดูเหมือนสายแบตเตอรี่ถูกต่อผ่านขั้วต่อใหม่ เพื่อจ่ายไฟให้ทั้งตัวเครื่องและชิ้นส่วนสอดแนมไปพร้อมกัน แบตเตอรี่ในเครื่องเป็นรุ่น 160 mAh ซึ่ง Karpelès คาดว่าเล็กกว่าของเดิมราว 200 mAh เพื่อเว้นที่ให้ชิ้นส่วนนี้
  • สายต่อหน้าจอถูกพับให้สั้นลง แล้วต่อผ่านแผงวงจรต่อขยายที่ส่งข้อมูลหน้าจอเข้าชิ้นส่วนสอดแนม เขาบอกว่าทุกอย่างที่ขึ้นบนจออาจถูกชิ้นส่วนนี้มองเห็น
  • แผงวงจรมีจุดทดสอบหลายจุดและออกแบบให้เข้ากับ Ledger Flex โดยเฉพาะ เขาเรียกว่าเป็นงานที่ทำอย่างมืออาชีพ

Karpelès บอกว่ายังไม่รู้ว่าชิ้นส่วนนี้อ่านแค่ชุดคำกู้คืน (recovery phrase) ตอนตั้งค่าเครื่อง หรือทำอะไรมากกว่านั้น ขั้นต่อไปเขาจะดึงเฟิร์มแวร์ของชิปออกมาวิเคราะห์

Metapod อยู่ในรายชื่อตัวแทนของ Ledger

ทีมข่าวตรวจหน้ารายชื่อตัวแทนจำหน่ายบนเว็บไซต์ Ledger เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พบ Metapod อยู่ในรายชื่อตัวแทนจำหน่ายในสิงคโปร์ ร่วมกับร้านอื่นอีก 5 ราย โดยหน้าเว็บระบุ Metapod เป็นร้านค้าออนไลน์

ภาพแคปหน้าเว็บไซต์ Ledger รายชื่อตัวแทนจำหน่ายในสิงคโปร์ มี Challenger, Metapod, Ishopchangi, Shopee Mall, LazMall และ Pantrade

ภาพ: หน้ารายชื่อตัวแทนจำหน่ายของ Ledger หมวดสิงคโปร์ (แคปเมื่อ 13 ต.ค. 2569)

เมื่อ Karpelès และ Yorke ติดแท็ก Ledger บน X บัญชีของ Ledger ตอบเพียงให้ไปดูประกาศล่าสุดของทีม Ledger Donjon เรื่องการสอบสวน CryptoBilis และช่องทางติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า Karpelès ตอบกลับว่าเครื่องนี้ซื้อจาก Metapod ในสนามบินสิงคโปร์ Cointelegraph รายงานว่า Ledger ยังไม่ได้พูดถึงกรณีสิงคโปร์โดยตรง

MediaMarkt ถอด Ledger ทุกประเทศ

ตามรายงานของ Cointelegraph โฆษกของ MediaMarktSaturn ระบุว่าบริษัทถอดสินค้า Ledger ออกจากรายการสินค้าในทุกประเทศที่มีสาขา และเรียกว่าเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน ด้าน Ledger ระบุว่า MediaMarktSaturn ระงับการขายโดยประสานกับ Ledger หลังลูกค้าในเยอรมนีรายงานว่าพบชิ้นส่วนที่ถูกฝังในเครื่อง Ledger บอกว่ายังไม่มีรายงานเงินหายจากกรณีนี้ และไม่พบสัญญาณว่าโครงสร้างพื้นฐาน ระบบ หรือบริการของบริษัทถูกเจาะ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ผู้ใช้ X ชื่อ Johannes อ้างว่าซื้อกระเป๋า Ledger 2 เครื่องจาก MediaMarkt คนละสาขา และพบสายไฟกับโมดูลสื่อสารเครือข่ายมือถือที่ไม่ควรมีอยู่ทั้งสองเครื่อง

ชั่งน้ำหนักเครื่องได้ไม่เท่ากัน แม้เป็นเครื่องปกติ

หลังข่าวชิ้นส่วนสอดแนมกระจายออกไป ผู้ใช้หลายคนเสนอให้ชั่งน้ำหนักเครื่องแทนการแกะดูข้างใน เช่น ผู้ใช้ X ชื่อ Punkmonke ขอให้มีคนเปิดเผยน้ำหนักเครื่องปกติเทียบกับเครื่องที่ถูกฝัง เพื่อให้ทุกคนชั่งเทียบเองได้

Karpelès ทดลองให้ดูในคลิปเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เขาชั่ง Ledger Nano X เครื่องหนึ่งด้วยตาชั่งแบบละเอียดได้ 35.817 กรัม ขณะที่เว็บไซต์ Ledger ระบุน้ำหนักไว้ 34 กรัม ต่างกันเกือบ 2 กรัม จากนั้นแยกชิ้นส่วนมาชั่งทีละชิ้น พบว่าแบตเตอรี่จากผู้ผลิตต่างรายที่เขามีหนัก 6.1 และ 6.2 กรัม และชิ้นส่วนโลหะของตัวเครื่องแต่ละเครื่องหนักต่างกันได้ราว 0.4 กรัม บน X เขาเขียนว่าแบตเตอรี่ลิเธียมจากโรงงานน้ำหนักไม่เท่ากันได้ เพราะสเปกกำหนดแค่ความจุขั้นต่ำ และถ้าแบตต่างกันได้ 1 ถึง 2 กรัม ขณะที่ชิ้นส่วนสอดแนมหนักราว 1 กรัม การชั่งน้ำหนักก็ช่วยไม่ได้

ภาพจากคลิป Weight and Ledgers ของ Mark Karpelès ฝาโลหะของ Ledger Nano X วางบนตาชั่งดิจิทัลแบบละเอียด หน้าจอแสดง 21.122 ด้านล่างเป็นแบตเตอรี่ 100mAh ที่แยกออกมา

ภาพ: ภาพปกคลิป Weight and Ledgers ของ Mark Karpelès บน YouTube 13 ต.ค. 2569 ฝาโลหะของ Ledger Nano X บนตาชั่ง หนักราว 21.12 กรัม

ส่วนชิ้นส่วนสอดแนมที่เขาชั่ง หนักเพียง 1.16 กรัม และอีกชิ้นซึ่งเป็นรุ่นใหม่กว่าหนัก 1.08 กรัม อยู่ในช่วงที่น้ำหนักเครื่องปกติต่างกันเองได้อยู่แล้ว และเครื่องที่ถูกฝังมักถูกเปลี่ยนเป็นแบตเตอรี่ก้อนเล็กลง น้ำหนักรวมจึงอาจเท่าเดิมหรือเบาลงก็ได้

Karpelès สรุปว่าน้ำหนักอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่าเครื่องมีชิ้นส่วนสอดแนมหรือไม่ วิธีที่รู้แน่ในตอนนี้คือแกะเครื่อง ยกหน้าจอขึ้น แล้วดูจุดต่อสายหน้าจอว่ามีอะไรต่อพ่วงอยู่หรือเปล่า แต่เขาก็เตือนว่าชิ้นส่วนรุ่นต่อไปอาจใช้วิธีอื่นในการดูหน้าจอ ทั้งนี้การแกะเครื่องเองมีความเสี่ยงที่เครื่องจะเสียหาย

สิ่งที่ Ledger ยืนยันแล้วจนถึงตอนนี้

ประกาศของ Ledger เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ตามที่ CoinDesk รายงาน ระบุว่าความเสียหายทุกกรณีที่ยืนยันแล้วในเหตุวันที่ 9 ตุลาคมเกี่ยวกับเครื่องที่ขายโดย CryptoBilis บริษัทยังไม่พบกรณีเงินหายที่ยืนยันได้จากเครื่องที่ซื้อจากช่องทางอื่น และกำลังตรวจสอบรายงานว่าพบชิ้นส่วนแบบนี้ในเครื่องอื่นและในพื้นที่อื่น

ด้าน Pascal Gauthier ซีอีโอของ Ledger โพสต์บน X เมื่อวันที่ 13 ตุลาคมเรื่องการสอบสวนเหตุ CryptoBilis โดยไม่ได้พูดถึงกรณีสิงคโปร์ เขาบอกว่านำการสอบสวนเองร่วมกับทีมผู้บริหาร และยังหาคำตอบว่าใครเป็นคนดัดแปลงเครื่องที่ขายผ่าน CryptoBilis และเกิดขึ้นที่ขั้นตอนไหนของการกระจายสินค้า เขาเรียกการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ระหว่างทางว่าเป็นความเสี่ยงของทั้งอุตสาหกรรม Ledger กำลังทบทวนมาตรการควบคุมทั้งช่องทางขายตรงและตัวแทนจำหน่าย และเตือนว่าอย่าส่งเครื่องให้ใครก่อนคุยกับฝ่ายบริการลูกค้าของ Ledger หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะคนที่เงินหาย

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข่าวนี้ใกล้ตัวคนไทยกว่าเดิม เครื่องนี้ซื้อในสนามบินของประเทศเพื่อนบ้าน และร้านที่ขายก็อยู่ในรายชื่อตัวแทนของ Ledger เอง คำแนะนำที่ว่าซื้อจากร้านที่ได้รับการรับรองแล้วจะปลอดภัย จึงใช้แทนการตรวจเครื่องด้วยตัวเองไม่ได้อีกต่อไป ตอนนี้เรายังไม่มีรายงานว่ามีผู้ใช้ในไทยได้รับผลกระทบ แต่ Karpelès บอกว่าการที่ Yorke เลือกไม่เปิดใช้เครื่องที่มีรอยน่าสงสัย น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุด และถ้าเครื่องมีชิ้นส่วนแบบนี้แล้วใส่เงินไปแล้ว ให้ถือว่าทุกอย่างในเครื่องนั้นรั่วไปแล้ว และย้ายเงินไปกระเป๋าใหม่ที่สร้างชุดคำกู้คืนชุดใหม่ ส่วนการตรวจความแท้ของเครื่องผ่านแอป Ledger ตามเอกสารด้านความปลอดภัยของ Ledger ตรวจแค่ชิปความปลอดภัย จับชิ้นส่วนที่ถูกฝังเพิ่มแบบนี้ไม่ได้ ผู้ที่อยากเข้าใจว่าเงินที่หายจากเหตุ CryptoBilis ไปอยู่ที่ไหนบ้าง อ่านต่อได้ในบทความตามรอยเงินที่หายจาก Ledger

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

👉 ไม่ต้องเจาะชิป Ledger ชิ้นส่วนที่ฝังแค่อ่าน 24 คำบนหน้าจอแล้วส่งผ่านเครือข่ายมือถือ

👉 Ledger อัปเดต 72 ชั่วโมง ทุกกรณีที่ยืนยันมาจากตัวแทน CryptoBilis แนะผู้ซื้ออย่าตั้งค่าเครื่องที่ยังไม่ได้ใช้

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Mark Karpelès บน X และคลิปแกะเครื่องบน YouTube (13 ต.ค. 2569), คลิปชั่งน้ำหนักเครื่องของ Karpelès (13 ต.ค. 2569), Punkmonke บน X, Ben Yorke บน X (11 ต.ค. 2569), Ledger บน X, Pascal Gauthier บน X (13 ต.ค. 2569), Cointelegraph (13 ต.ค. 2569), CoinDesk (13 ต.ค. 2569), หน้ารายชื่อตัวแทนจำหน่ายของ Ledger (ตรวจ 13 ต.ค. 2569), CryptoSlate (เอกสารด้านความปลอดภัยของ Ledger เรื่องการตรวจความแท้ของเครื่อง)

รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com