ควอนตัมทำลาย Bitcoin ได้จริง? Galaxy Digital ชี้ความเสี่ยงมีอยู่จริง แต่ไม่ใช่ทุกกระเป๋าที่จะโดนแฮ็ก!
Galaxy Digital (บริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลและวิจัยตลาดคริปโตชั้นนำ) เผยแพร่รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย Will Owens นักวิเคราะห์ฝ่ายวิจัย ระบุว่า ความเสี่ยงจาก Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพสูงเกินกว่าระบบเข้ารหัสปัจจุบันจะรับมือได้) ต่อ Bitcoin นั้นเป็นเรื่องจริง แต่ในทางปฏิบัติ ไม่ใช่ทุก Wallet ที่มีความเสี่ยงเท่ากัน และผู้ที่มีความสามารถในการแก้ปัญหานี้ก็กำลังเดินหน้าอยู่แล้ว
ไม่ใช่ทุก Wallet ที่เสี่ยง — ขึ้นอยู่กับ "การเปิดเผย Public Key"
หัวใจของประเด็นนี้อยู่ที่แนวคิดเรื่อง Public Key (กุญแจสาธารณะที่ใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของ Bitcoin) โดย Owens อธิบายว่า ในทางทฤษฎี คอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจสามารถย้อนเส้นทางจาก Public Key เพื่อถอดรหัส Private Key (กุญแจส่วนตัว) ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น ผู้โจมตีก็จะสามารถแอบอ้างเป็นเจ้าของ ปลอมแปลงลายเซ็น และโอนเหรียญออกไปได้
อย่างไรก็ตาม Owens ชี้ชัดว่า "ปัจจุบันกระเป๋าเงินส่วนใหญ่ยังไม่ตกอยู่ในความเสี่ยง เงินจะเสี่ยงก็ต่อเมื่อ Public Key ถูกเปิดเผยบนเครือข่าย (on-chain) เท่านั้น"
สรุปแล้ว Wallet จะตกอยู่ในความเสี่ยงหลักๆ ใน 2 กรณี ได้แก่:
- Wallet ที่มี Public Key ถูกเปิดเผยบน Blockchain แล้ว (เช่น กระเป๋าแบบเก่าที่เคยส่ง Transaction ออกไป)
- Wallet ที่ Public Key ถูกเปิดเผยในขณะที่กำลังทำธุรกรรม (ณ ช่วงเวลาที่ใช้งาน)
นักพัฒนาไม่ได้นิ่งเฉย — ข้อเสนอแก้ไขเร่งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ในแวดวงชุมชนคริปโต มีกระแสวิจารณ์ว่านักพัฒนา Bitcoin Core (ซอฟต์แวร์หลักที่ขับเคลื่อนเครือข่าย Bitcoin) ละเลยหรือขัดขวางข้อเสนอที่เกี่ยวกับการรับมือควอนตัม เช่น BIP 360 (Bitcoin Improvement Proposal ฉบับที่ 360 ซึ่งเสนอมาตรการเพิ่มความต้านทานต่อภัยควอนตัม ผ่านกระบวนการ Soft Fork) แต่ Owens ระบุว่าจากการตรวจสอบของตนเอง พบว่าภาพที่แท้จริงต่างออกไป
"จากการทบทวนของเรา พบงานพัฒนาจากนักพัฒนาระดับแนวหน้าในระบบนิเวศ Bitcoin จำนวนมากที่กำลังดำเนินการเพื่อรับมือกับช่องโหว่ควอนตัมอย่างจริงจัง"
Owens เสริมว่าตั้งแต่ปลายปี 2025 เป็นต้นมา ความเร็วในการยื่นข้อเสนอเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และข้อเสนอเหล่านี้ไม่ใช่แค่ทฤษฎี แต่กำลังถูกพัฒนา ตรวจสอบ และถกเถียงกันอย่างแข็งขัน
นอกจากนี้ Willy Woo นักวิเคราะห์ Bitcoin ชื่อดัง ยังเคยเสนอในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วว่า การเก็บ Bitcoin ไว้ใน SegWit Wallet (กระเป๋าเงินที่รองรับโปรโตคอล Segregated Witness ซึ่งช่วยลดขนาดธุรกรรมและซ่อน Public Key) เป็นระยะเวลาหลายปี อาจช่วยลดความเสี่ยงจากภัยควอนตัมได้ในระดับหนึ่ง
ความท้าทายด้าน Governance ยังคงอยู่
แม้ว่าจะมีทางออกเชิงเทคนิค แต่ Owens ก็ยอมรับว่าการนำมาตรการป้องกันควอนตัมมาใช้จริงกับ Bitcoin นั้นยังมีความท้าทายเรื่อง Governance (การกำกับดูแลเครือข่าย) เนื่องจาก Bitcoin ไม่มี CEO ไม่มีคณะกรรมการ และไม่มีหน่วยงานกลางที่มีอำนาจสั่งอัปเดตซอฟต์แวร์ได้
อย่างไรก็ตาม Owens มองว่าลักษณะของภัยคุกคามนี้ — ซึ่งมาจากภายนอก เป็นเชิงเทคนิค และส่งผลกระทบต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม — ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็น Miners (ผู้ขุด Bitcoin), Holders (ผู้ถือ Bitcoin) ไปจนถึง Exchanges (กระดานแลกเปลี่ยน) ล้วนมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย
"สำหรับนักลงทุน บทสรุปสำคัญคือ ความเสี่ยงมีจริงและเป็นที่รับรู้แล้ว และผู้ที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการรับมือก็กำลังดำเนินการอยู่" Owens กล่าวปิดท้าย
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Galaxy Digital Research: Quantum Risk to Bitcoin Wallets
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / Galaxy Digital Research ภาพ medium.datadriveninvestor.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ประเด็น Quantum Computing กับ Bitcoin เป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมานานหลายปี และมักถูกมองในสองขั้วสุดโต่ง — ทั้งพวกที่ตื่นตระหนกเกินเหตุ และพวกที่มองข้ามความเสี่ยงจนเกินไป รายงานของ Galaxy Digital ชิ้นนี้น่าจับตามองตรงที่ฉีกตัวออกจากสองขั้วนั้น และพยายามให้ภาพที่เป็นกลางและเป็นรูปธรรมกว่า น่าจับตาดูต่อไปว่า BIP 360 และข้อเสนออื่นๆ จะมีความคืบหน้าอย่างไร เพราะเมื่อไหร่ที่ชุมชนหาฉันทามติได้ Bitcoin ก็มักพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วว่าสามารถปรับตัวรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ได้เสมอ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Quantum Computing Bitcoin, ภัยควอนตัม Bitcoin, Galaxy Digital, BIP 360, Bitcoin Wallet ความปลอดภัย, Post-Quantum Cryptography, Bitcoin Core นักพัฒนา
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com