Liquid Network ได้เงินคืนแล้ว 3,400 BTC หลังแก้บั๊ก เหลือแฮ็กเกอร์ยึดไว้ 600 BTC อ้างเป็นค่าตอบแทน
08 September 2026ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Liquid Network ได้เงินคืนแล้ว 3,400 BTC หลังแก้บั๊ก เหลือแฮ็กเกอร์ยึดไว้ 600 BTC อ้างเป็นค่าตอบแทน

ความคืบหน้าล่าสุดของเหตุการณ์ Liquid Network เครือข่ายไซด์เชนของ Bitcoin โดย Blockstream ที่ถูกโจมตีจนสูญเงินไป 4,000 BTC เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ล่าสุดผู้โจมตีได้โอนเงินคืนแล้วประมาณ 3,400 BTC หรือคิดเป็นราว 85% ของเงินที่ถูกโอนออกไปทั้งหมด แต่ยังคงยึดเงินไว้อีกราว 598.5 BTC (คิดเป็นมูลค่าประมาณ 47.3 ล้านดอลลาร์) โดยอ้างว่าเป็น "ค่าตอบแทน" จากการค้นพบช่องโหว่

เงื่อนไขคืนเงิน ต้อง "แก้บั๊กให้เสร็จก่อน"

ก่อนหน้านี้ผู้โจมตีสื่อสารกับ Blockstream ผ่านข้อความ OP_RETURN บนบล็อกเชนและข้อความเข้ารหัสแบบ PGP โดยยื่นเงื่อนไขว่าจะยอมคืนเงินก็ต่อเมื่อ Blockstream แก้ไขช่องโหว่ให้เสร็จสิ้นก่อน พร้อมยืนยันว่าทุกโหนดของเครือข่ายได้รับการแพตช์เรียบร้อยแล้ว การสื่อสารเกิดขึ้นที่ความสูงบล็อกประมาณ 965,822 และ 965,869 ก่อนที่ Blockstream ภายใต้การนำของ Adam Back จะส่งข้อความที่เซ็นรับรองด้วย PGP ยืนยันว่า "โหนดของ Bridge ได้รับการแพตช์แล้ว ปลอดภัยที่จะโอนเงินคืน" ซึ่งลายเซ็นดังกล่าวตรวจสอบยืนยันได้กับกุญแจความปลอดภัยที่ Blockstream เผยแพร่ไว้อย่างเป็นทางการ

คืนเงินจริงแล้ว 3,400 BTC ยืนยันไม่ใช่ช่องโหว่จากกุญแจ SideSwap

หลังจากเงื่อนไขดังกล่าวได้รับการยืนยัน ผู้โจมตีจึงโอนเงินคืนจริงประมาณ 3,400 BTC ที่ความสูงบล็อกประมาณ 965,950 ทั้งนี้ Blockstream ยืนยันด้วยว่าต้นเหตุของช่องโหว่ครั้งนี้อยู่ที่บั๊กในซอฟต์แวร์ Elements (ซอฟต์แวร์หลักที่ใช้รันเครือข่าย Liquid) ไม่ได้เกิดจากการที่กุญแจอนุมัติ Peg-out ของ SideSwap ถูกแฮ็กหรือรั่วไหลแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการยืนยันที่สำคัญเพื่อลบล้างความกังวลก่อนหน้านี้ว่าอาจมีสมาชิก Federation รายใดรายหนึ่งถูกเจาะระบบโดยตรง

ยังเป็นข้อถกเถียง เงินที่เหลือนับเป็น "ค่าตอบแทน" ได้จริงหรือไม่

แม้สถานการณ์จะคลี่คลายไปมากด้วยการคืนเงินส่วนใหญ่ แต่ Charles Guillemet ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของ Ledger ที่เคยตั้งข้อสงสัยต่อคำอ้าง "Whitehat" ของผู้โจมตีมาตั้งแต่ต้น ยังคงตั้งคำถามต่อไปว่า เงินจำนวนราว 600 BTC ที่ผู้โจมตียังคงยึดไว้นั้น สามารถเรียกได้อย่างสมเหตุสมผลว่าเป็น "ค่าตอบแทนจากการค้นพบช่องโหว่ (Bug Bounty)" ที่ถูกต้องตามหลักปฏิบัติจริงหรือไม่ เนื่องจากโดยปกติแล้ว ค่าตอบแทนลักษณะนี้ควรเกิดจากการเจรจาตกลงร่วมกันล่วงหน้า ไม่ใช่การกำหนดจำนวนเงินเองฝ่ายเดียวหลังจากขโมยเงินออกไปก่อนแล้ว

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:อ่านจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์นี้ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้า
👉 Liquid Network โดนแฮ็ก 4,000 BTC มูลค่า 320 ล้านดอลลาร์ อ้างเป็น Whitehat แต่ CTO Ledger ไม่เชื่อ

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, U.Today, Crypto.news

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: การคืนเงิน 85% ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ใช้งาน Liquid Network และช่วยยืนยันว่าช่องโหว่ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากกุญแจของสมาชิก Federation รายใดถูกแฮ็กโดยตรง แต่ประเด็นที่ยังค้างคาคือบรรทัดฐานที่เกิดขึ้น หากผู้โจมตีสามารถขโมยเงินจำนวนมหาศาลไปก่อน แล้วค่อยกำหนดเองว่าจะเก็บไว้เท่าไหร่เป็น "ค่าตอบแทน" โดยไม่ผ่านการเจรจาต่อรองล่วงหน้า อาจกลายเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อวงการความปลอดภัยไซเบอร์คริปโทในระยะยาว ยังต้องติดตามว่า Blockstream จะดำเนินการทางกฎหมายเพิ่มเติมกับเงิน 600 BTC ที่เหลือหรือไม่ บทความนี้เป็นการรายงานข้อมูล ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com