ดราม่าชุมชน Bitcoin ระอุ! F2Pool ปฏิเสธ BIP-444 ชี้นักพัฒนาบางคน “กำลังเดินผิดทาง"
เกิดกระแสความเห็นแตกต่างในวงการ Bitcoin อีกครั้ง หลัง Chun Wang ผู้ร่วมก่อตั้ง F2Pool — หนึ่งในพูลขุดบิตคอยน์รายใหญ่ของโลก — ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนว่า “BIP-444 เป็นไอเดียที่แย่” และยืนยันว่าจะไม่สนับสนุน Soft Fork ใด ๆ แม้จะเป็นเพียง “ชั่วคราว” ก็ตาม
BIP-444 คืออะไร?
Bitcoin Improvement Proposal (BIP) 444 เป็นข้อเสนอ Soft Fork แบบ “ชั่วคราว” ที่เสนอโดยนักพัฒนานามแฝง Dathon Ohm เพื่อจำกัดการแทรกข้อมูลนอกเหนือธุรกรรม (arbitrary data) ในบล็อกเชนของ Bitcoin โดยเฉพาะข้อมูลที่อาจถูกมองว่าเป็น “สแปม” หรือ “เนื้อหาผิดกฎหมาย”
BIP-444 เสนอให้จำกัดขนาดของข้อมูลใน OP_RETURN ไว้ที่ 83 bytes และปิดกั้นวิธีการฝังข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น Ordinals และ NFT ที่ใช้ Bitcoin เป็นที่จัดเก็บข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้บล็อกเชนโตเร็วเกินไปจนกระทบต่อการรันโหนด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้จะมีผลเพียงชั่วคราวราว 1.27 ปี ก่อนหมดอายุอัตโนมัติในบล็อกที่ 987,424
F2Pool ปฏิเสธตรง ๆ: “ไม่ Soft Fork อะไรทั้งนั้น”
ในโพสต์บน X Chun Wang ระบุว่า
“BIP-444 เป็นไอเดียที่แย่ — พวกเราจะไม่ Soft Fork อะไรทั้งนั้น ไม่ว่าจะชั่วคราวหรือถาวร”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “รู้สึกเศร้าที่เห็นนักพัฒนาบางคนเดินไปในทางที่ผิดมากขึ้นเรื่อย ๆ”
จุดยืนนี้ของ F2Pool มีน้ำหนักในระดับเครือข่าย เพราะเป็นหนึ่งในพูลขุดรายใหญ่ที่ถือ Hashrate สูงสุดกลุ่มแรกของโลก และมักมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในระดับเครือข่าย Bitcoin
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง
ข้อเสนอ BIP-444 เกิดขึ้นหลังจากอัปเดตซอฟต์แวร์ Bitcoin Core v30 ซึ่งได้ “ปลดล็อก” ขีดจำกัดข้อมูลใน OP_RETURN จากเดิม 80 bytes ให้สามารถแทรกข้อมูลได้มากขึ้น หากผู้ใช้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงพอ
กลุ่มนักพัฒนาเห็นว่า การเปิดช่องทางนี้ทำให้บริษัทต่าง ๆ สามารถสร้าง Layer-2 หรือระบบเก็บข้อมูลบน Bitcoin ได้สะดวกขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง นักอนุรักษ์บางส่วนมองว่านี่คือ “การยึดครองเชิงพาณิชย์” (corporate capture) ที่กำลังบิดเบือนเจตนารมณ์ของ Bitcoin ในฐานะ “เงินดิจิทัล” ไม่ใช่ “คลังข้อมูล”
ฝั่งสนับสนุน: “เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของ Bitcoin”
ผู้เสนอ BIP-444 ชี้แจงว่าเป้าหมายของ Soft Fork คือการ “ยืนยันอีกครั้งว่า Bitcoin คือเงิน ไม่ใช่ที่เก็บข้อมูล” และจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายในกรณีที่มีการฝังข้อมูลที่ผิดกฎหมายในบล็อกเชน
“ถ้าบล็อกเชนมีข้อมูลที่ผิดกฎหมาย โหนดอาจถูกฟ้องว่ามีส่วนร่วมในการเผยแพร่”
การจำกัดขนาดข้อมูลจึงถูกมองว่าเป็นวิธี “ซื้อเวลา” เพื่อหาทางออกระยะยาวในอนาคต
ฝั่งคัดค้าน: “นี่คือการเซนเซอร์ที่ขัดกับจิตวิญญาณของ Bitcoin”
นักพัฒนาหลายคนรวมถึง Peter Todd และผู้ใช้ในชุมชน Ordinals กลับมองว่า Soft Fork แบบนี้เป็นการ ละเมิดหลักการ “permissionless” ของ Bitcoin เพราะเปิดประตูให้เกิด “การเซนเซอร์ข้อมูล” ในอนาคต
Peter Todd ถึงขั้นแสดงตัวอย่างว่า เขาสามารถฝังข้อความของ BIP-444 ทั้งฉบับไว้ในธุรกรรมที่ยังคง “ผ่านเกณฑ์ของ Soft Fork ได้” — แสดงให้เห็นว่าการแก้ไขอาจไม่ช่วยป้องกันปัญหาอย่างแท้จริง
บทสรุป
ดราม่าเรื่อง BIP-444 กลายเป็นอีกหนึ่งรอยร้าวในชุมชน Bitcoin ระหว่าง “สายอนุรักษ์” ที่อยากรักษาความเบาและความปลอดภัยของเครือข่าย กับ “สายอิสระ” ที่ยืนยันว่า Bitcoin ควรเปิดกว้างสำหรับทุกการใช้งาน
ไม่ว่าจะฝั่งไหนจะชนะ แต่สิ่งที่แน่นอนคือ การถกเถียงนี้จะเป็นอีกบทสำคัญในวิวัฒนาการของ Bitcoin
อ้างอิง : cointelegraph.com