Ether ทะลุแนวต้าน $1,900 ครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ เป้าถัดไปลุ้นทดสอบ $2,100 จะไปถึงจริงหรือ?
22 July 2026ข่าว ETHโดย Rawiwarn Owattasanee

Ether ทะลุแนวต้าน $1,900 ครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ เป้าถัดไปลุ้นทดสอบ $2,100 จะไปถึงจริงหรือ?

Ether (ETH) พุ่งทะลุระดับ $1,950 (ราว 65,734 บาท) เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ เมื่อวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2569 ส่งผลให้สถานะขาลงแบบใช้เลเวอเรจถูกบังคับปิด (liquidation หรือการเลิกสถานะโดยไม่สมัครใจเมื่อขาดทุนเกินกำหนด) มูลค่ารวมกว่า $62 ล้าน (ราว 2,090 ล้านบาท) ท่ามกลางบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยง (risk-on) ที่ดันให้ Bitcoin (BTC) ทะลุ $66,500 (ราว 2.24 ล้านบาท) เช่นกัน พูดง่ายๆ ก็คือ ตลาดกำลังจับตาว่าแรงส่งนี้จะพา ETH ไปถึงแนวต้านถัดไปที่ $2,100 (ราว 70,791 บาท) ได้หรือไม่ ท่ามกลางข้อมูลออนเชน (on-chain หรือข้อมูลกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงบนเครือข่ายบล็อกเชน) ที่ยังไม่ค่อยสดใสนัก

 

🚀 ราคาพุ่งทะลุแนวต้าน ท่ามกลางกระแส Risk-on ทั่วตลาด

 

ETH ทดสอบระดับ $1,950 เป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์เมื่อวันอังคาร นับเป็นการปรับตัวขึ้นถึง 29% จากจุดต่ำสุดที่ $1,500 (ราว 50,565 บาท) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 การเคลื่อนไหวครั้งนี้สอดคล้องกับบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในตลาดกว้าง ซึ่งดันให้ Bitcoin (BTC) ทะลุ $66,500 เช่นกัน

 

pasted-image-2105-960x358.webp
มูลค่าตลาดรวมของคริปโตเคอร์เรนซี (ซ้าย) เทียบกับ ETH/USD แหล่งที่มา: TradingView

 

ทิศทางของ ETH ส่วนใหญ่แล้วยังคงเคลื่อนไหวตามตลาดคริปโตโดยรวมที่กลับมามีโมเมนตัมเชิงบวกในเดือนกรกฎาคม แรงหนุนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปรับขึ้นในวันอังคาร ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเรื่องมูลค่าหุ้นที่ตึงตัวหลังการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักลงทุนกำลังรอผลประกอบการจากบริษัท 3M ที่รายงานไปเมื่อเช้าวันอังคาร และ Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพุธที่ 22 กรกฎาคม 2569 หลังตลาดปิด โดยนักลงทุนคาดหวังการเติบโตของรายได้กลุ่มธุรกิจคลาวด์ถึง 64% ท่ามกลางการลงทุนหนักด้าน AI ซึ่งหากผลประกอบการออกมาดี อาจช่วยหนุนมูลค่าตลาดคริปโตรวมให้ทะลุ $2 ล้านล้านได้

 

📊 ข้อมูลออนเชนและ Derivatives ยังไม่ยืนยันการฟื้นตัวเต็มที่

 

แม้ราคาจะปรับตัวขึ้น แต่ข้อมูลออนเชนของ Ethereum ยังคงซบเซา ความต้องการประมวลผลบนบล็อกเชนยังไม่ฟื้นตัวกลับไปเท่าระดับเมื่อ 6 เดือนก่อน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนให้ความสนใจกับเหรียญมีม (memecoin) และโทเคนที่มีประโยชน์ใช้สอย (utility token) น้อยลง โดยโปรเจกต์ชั้นนำบางส่วนบน Ethereum เช่น Ethena (ENA), Mantle (MNT) และ Arbitrum (ARB) ต่างติดลบมากกว่า 50% นับตั้งแต่ต้นปี

 

รายได้รายสัปดาห์ของแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (DApps หรือแอปที่ทำงานบนบล็อกเชนโดยไม่มีตัวกลางควบคุม) บน Ethereum ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 อยู่ที่ $9.8 ล้าน (ราว 330 ล้านบาท) โดยผู้ทำรายได้สูงสุดคือ Sky (เดิมชื่อ MakerDAO) ที่ $3.2 ล้านต่อสัปดาห์ (ราว 108 ล้านบาท) และ Chainlink ที่ $1.2 ล้านต่อสัปดาห์ (ราว 40 ล้านบาท) ขณะที่ปริมาณการซื้อขายบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX หรือ Decentralized Exchange) ร่วงลงเหลือ $7.2 พันล้านต่อสัปดาห์ (ราว 242,712 ล้านบาท)

 

ความอ่อนแอในตลาด derivatives (ตราสารอนุพันธ์) ก็สะท้อนบรรยากาศที่ซบเซาเช่นกัน โดยอัตราดอกเบี้ยเงินทุนรายปี (annualized funding rate หรือค่าธรรมเนียมที่ฝั่งขาขึ้น-ขาลงจ่ายให้กันในตลาดฟิวเจอร์สไม่มีวันหมดอายุ) ของสัญญา ETH perpetual futures ยังคงดิ้นรนอยู่นอกกรอบปกติที่ 6-12% ตลอดเดือนที่ผ่านมา แม้จะดีขึ้นจากอัตราติดลบในช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่สะท้อนแรงเทขายหนั

 

🔒 สถิติใหม่! สเตก ETH ทะลุ 34% ของอุปทานทั้งหมด

 

ความสนใจในการสเตก (staking หรือการล็อกเหรียญเพื่อช่วยยืนยันธุรกรรมและรับผลตอบแทน) ที่เพิ่มขึ้น น่าจะเป็นปัจจัยหนุนความคาดหวังด้านราคาของนักลงทุนและลดความเสี่ยงขาลง ตามข้อมูลจาก Staking Rewards (แพลตฟอร์มติดตามข้อมูลการสเตกคริปโต) พบว่าปัจจุบันมี ETH ถูกสเตกสูงถึง 34% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่ เพิ่มขึ้นจาก 33% เมื่อเดือนก่อน

 

นักวิเคราะห์คาดว่าแรงกดดันด้านการขายจะลดลง เนื่องจากผู้ถือระยะยาวยังคงสะสมอุปทานอย่างต่อเนื่อง รวมถึง BitMine Immersion (BMNR US) บริษัทคลัง Ethereum ของ ทอม ลี (Tom Lee) นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Fundstrat ซึ่งเพิ่มการถือครองอีก 156,719 ETH ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้ปัจจุบันบริษัทควบคุม ETH ราว 4.8% ของอุปทานทั้งหมด

 

🐋 ราคายังห่างจากจุดสูงสุดเดิมกว่าครึ่ง

 

ราคา ETH ในปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดสูงสุดตลอดกาล (all-time high) เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 อยู่ถึง 61% ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมฝั่งกระทิงในตลาด derivatives ยังไม่กล้าเข้าซื้อเต็มที่ ข้อมูลออนเชนที่อ่อนแอและภาวะตลาดหมี (bear market) ที่ลากยาวมา 6 เดือน ทำให้นักลงทุนยังไม่มั่นใจว่าการปรับตัวขึ้นครั้งนี้จะยั่งยืน

 

🔮 เส้นทางสู่ $2,100 ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก

 

เส้นทางของ ETH สู่ระดับ $2,100 น่าจะขึ้นอยู่กับการลดลงของความกังวลด้านความเสี่ยง (risk aversion) ในตลาดโดยรวม ซึ่งทำให้แนวโน้มรายได้ของ Google ที่จะประกาศในวันพุธมีความสำคัญเป็นพิเศษต่อทิศทางตลาดคริปโตในระยะสั้น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Bitmine ชะลอช้อนซื้อ Ether หันไปทุ่มเงิน $86 ล้านซื้อหุ้นคืน เข้าใกล้เป้ากวาด 5% ของ Ethereum ทั้งโลก
👉 SharpLink เร่งสะสม ETH แข่ง BitMine ชิงผู้นำคลัง Ethereum แห่งโลกการลงทุน
👉 Ether Machine ทุ่ม 56.9 ล้านดอลลาร์ ซื้อ 15,000 ETH ฉลองครบรอบ 10 ปี Ethereum
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ cryptorank.io

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ ETH กลับมายืนเหนือ $1,900 ได้อีกครั้งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะสั้น แต่ตัวเลขออนเชนและปริมาณเทรด DEX ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ก็เป็นข้อเตือนใจว่าตลาดยังต้องการปัจจัยหนุนเพิ่มเติมก่อนจะยืนยันเทรนด์ขาขึ้นที่แท้จริง สถิติการสเตก ETH ที่ทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปัจจัยพื้นฐานที่น่าจับตาในระยะยาว เพราะช่วยลดอุปทานหมุนเวียนในตลาด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามผลประกอบการบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่และทิศทางนโยบายการเงินสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะปัจจัยภายนอกเหล่านี้น่าจะเป็นตัวกำหนดว่า ETH จะไปต่อถึง $2,100 ได้จริงหรือไม่

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO Ethereum ETH ราคา Ether แนวต้าน ETH BitMine Immersion สเตก Ethereum Ethereum on-chain ข่าวคริปโตวันนี้

⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ราคาอาจผันผวนได้มาก นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านและประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com