Google, Apple, Microsoft บล็อกใบรับรอง eMudhra 8 ใบ ปลอมเว็บ HTTPS ได้ ยังไม่พบโจมตี CertiK เตือนบอทคริปโต
22 October 2026•ข่าวคริปโต•โดย Rawiwarn Owattasanee

Google, Apple, Microsoft บล็อกใบรับรอง eMudhra 8 ใบ ปลอมเว็บ HTTPS ได้ ยังไม่พบโจมตี CertiK เตือนบอทคริปโต

Google, Mozilla, Apple และ Microsoft ไล่บล็อกใบรับรองระดับกลาง (intermediate certificate) 8 ใบของ eMudhra ผู้ออกใบรับรองดิจิทัล (CA) จากอินเดีย เพราะกุญแจส่วนตัวของใบเหล่านี้สร้างผิดพลาดจนเดาได้ ทำให้ใครก็ปลอมใบรับรอง HTTPS ของเว็บไซต์ใดก็ได้ในทางทฤษฎี ตามที่ Cointelegraph และ Mozilla รายงานเมื่อ 20 ถึง 21 ตุลาคม 2569 ยังไม่มีรายงานว่ามีการโจมตีจริงบนเบราว์เซอร์หลัก ส่วน CertiK เตือนว่าบอทเทรด แอปกระดานเทรด และไคลเอนต์ API ที่ทำงานนอกเบราว์เซอร์อาจยังไม่ได้รับการป้องกัน จนกว่าจะอัปเดตซอฟต์แวร์

เกิดอะไรขึ้นกับใบรับรอง eMudhra

ใบรับรอง HTTPS คือสิ่งที่ทำให้เบราว์เซอร์เชื่อว่าเว็บที่เปิดอยู่เป็นเว็บจริง CA ที่น่าเชื่อถือจะใช้กุญแจส่วนตัวเซ็นรับรอง ถ้ากุญแจนี้หลุดหรือเดาได้ ผู้โจมตีก็ออกใบรับรองปลอมที่เบราว์เซอร์เชื่อได้ ข้อมูลต่อไปนี้ทีมข่าวอ่านจากกระทู้ของ Mozilla ใน dev-security-policy ซึ่งเปิดโดยเด็นนิส แจ็กสัน (Dennis Jackson) วิศวกรด้านการเข้ารหัสของ Mozilla เมื่อ 20 ตุลาคม รายงานของ Cointelegraph และ BleepingComputer และเว็บติดตามเหตุการณ์ที่แจ็กสันดูแล

  • ใบรับรองระดับกลาง 8 ใบ สร้างเมื่อเมษายน 2568 กุญแจส่วนตัวของแต่ละใบมีค่าไม่ถึง 256 ตามที่ BleepingComputer รายงาน ซึ่งแปลว่าเดาได้ภายในไม่กี่ครั้ง Cointelegraph อ้างแจ็กสันว่ากุญแจเหล่านี้ "trivial to exploit" (ใช้โจมตีได้ง่ายมาก)
  • Chrome ระบุว่า 6 ใบออกใบรับรองสำหรับเว็บ (TLS) และอีก 2 ใบใช้เซ็นโค้ด ส่วนใบเว็บทั้ง 6 ผูกกับ root ของ eMudhra ที่ชื่อ emSign ECC Root CA G3 ตามเว็บติดตามเหตุการณ์และรายงานของ Rescana
  • eMudhra อธิบายว่าเป็นข้อผิดพลาดในสคริปต์สร้างกุญแจ ทำให้เกิดกุญแจชุดที่สองที่อ่อนแอ แล้วถูกเลือกใช้เซ็นโดยไม่ได้ตั้งใจ ตามที่ BleepingComputer รายงาน
  • เว็บติดตามเหตุการณ์ระบุว่าผู้รายงานคือนักวิจัยที่ใช้ชื่อ Wayne ส่วน Cointelegraph ไม่ได้ระบุผู้ค้นพบ

ใครบล็อกเมื่อไร

  • 17 ตุลาคม (UTC): Chrome ได้รับรายงานเวลา 18:05 และเพิ่มบล็อกใน CRLSet (รายชื่อเพิกถอนของ Chrome) เวลา 19:45 ส่วน Firefox บล็อกผ่าน OneCRL (ระบบเพิกถอนของ Mozilla) เสร็จเวลา 22:59 โดยไม่ต้องอัปเดตเบราว์เซอร์
  • 19 ตุลาคม: Apple บล็อก ตามที่แจ็กสันระบุ
  • 20 ตุลาคม: Microsoft บล็อก ตามที่แจ็กสันระบุ และ Mozilla ออก Firefox 158.0.1 สำหรับผู้ที่ตั้งค่าไว้จนไม่ได้รับการอัปเดตรายการเพิกถอน
  • Cloudflare: Cointelegraph รายงานว่ารับทราบเมื่อวันจันทร์และออกอัปเดตวันอังคารสำหรับ Cloudflare One, WARP และ Cloudflare Tunnel
  • eMudhra: เพิกถอนใบรับรองทั้ง 8 ใบแล้ว วันที่ตามรายงานต่างกัน (Rescana ระบุ 18 ตุลาคม BleepingComputer ระบุ 20 ตุลาคม) และหยุดออกใบรับรองจากสายที่เกี่ยวข้อง

Apple และ Microsoft ยังไม่พบประกาศของบริษัทเองที่ทีมข่าวอ่าน วันที่บล็อกมาจากเว็บติดตามเหตุการณ์ของแจ็กสันและ Cointelegraph ที่อ้างแจ็กสันเท่านั้น

ยังไม่พบการโจมตี แต่บอกไม่ได้ว่าไม่มี

  • Chrome ระบุว่าไม่มีใบรับรองเว็บที่สายใบรับรองเหล่านี้ออกถูกบันทึกใน Certificate Transparency (CT บันทึกสาธารณะของใบรับรองที่ออกทั้งหมด) ก่อนถูกบล็อก เว็บติดตามเหตุการณ์สรุปว่าไม่มีรายการใน CT ตั้งแต่เมษายน 2568 ถึงเกิดเหตุ เบราว์เซอร์ที่บังคับใช้ CT อย่าง Chrome, Firefox, Edge และ Safari จึงไม่น่าถูกโจมตีด้วยใบรับรองเหล่านี้
  • ไคลเอนต์ที่ไม่ใช่เบราว์เซอร์จำนวนมากไม่บังคับใช้ CT และไม่ตรวจการเพิกถอน เว็บติดตามเหตุการณ์ระบุว่าไม่ทราบว่ามีผู้ใช้ช่องโหว่นี้โจมตีไคลเอนต์เหล่านั้นหรือไม่
  • eMudhra ระบุว่าไม่ทราบหลักฐานว่ามีการกู้กุญแจก่อนเปิดเผย และบอกว่าใบรับรองส่วนใหญ่ไม่เคยใช้งานจริง ตามที่ BleepingComputer รายงาน คำกล่าวนี้ครอบคลุมเฉพาะช่วงก่อนเปิดเผย และ Cointelegraph รายงานว่า Mozilla กู้กุญแจได้เอง จึงแปลว่าผู้อื่นก็กู้ได้ในทางทฤษฎี

มุมคริปโต: CertiK เตือนแอปนอกเบราว์เซอร์

Cointelegraph มีข่าวแยกของเฮเลน พาร์ตซ์ (Helen Partz) ที่อ้างเป่ยหยู หวาง (Peiyu Wang) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ CertiK (บริษัทความปลอดภัยบล็อกเชน)

การบล็อกของเบราว์เซอร์หลักลดความเสี่ยงได้มากสำหรับไคลเอนต์ที่ได้รับและบังคับใช้การบล็อกเหล่านั้น

เป่ยหยู หวาง (Peiyu Wang) ผู้อำนวยการอาวุโสด้านความปลอดภัยสินทรัพย์ดิจิทัล CertiK

  • หวางบอกว่าบอทเทรด แอปกระดานเทรด และไคลเอนต์ API นอกเบราว์เซอร์อาจไม่บังคับใช้ CT หรือไม่ได้รับการป้องกันการเพิกถอนแบบเดียวกัน การบล็อกของเบราว์เซอร์จึงไปไม่ถึง
  • ถ้าผู้โจมตีมีใบรับรองปลอมและดักหรือเปลี่ยนเส้นทางข้อมูลของผู้ใช้ได้ ก็อาจปลอมการเชื่อมต่อ HTTPS ของกระดานเทรด กระเป๋า หรือ API ได้ เช่น เปลี่ยนที่อยู่ฝากเงิน หรือหลอกให้ผู้ใช้อนุมัติธุรกรรมที่เป็นอันตราย
  • หวางบอกว่ากุญแจ CA ที่ถูกบุกรุกเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้กุญแจส่วนตัวของกระเป๋าหลุด และธุรกิจคริปโตไม่ได้เสี่ยงกว่าอุตสาหกรรมอื่นโดยธรรมชาติ
  • Cointelegraph ไม่รายงานการโจมตีจริง และไม่ระบุบริษัทคริปโตที่ได้รับผลกระทบ ทีมข่าวไม่พบข้อมูลว่ากระดานเทรดหรือแอปของไทยได้รับผลกระทบ และไม่ได้ตรวจซอฟต์แวร์ของผู้ให้บริการไทยรายใด

ซอฟต์แวร์ที่ต้องอัปเดต

รายการจาก BleepingComputer และ Rescana ที่อ่านเมื่อ 21 ตุลาคม สถานะเปลี่ยนเร็ว ควรเช็กประกาศของผู้พัฒนาแต่ละราย

  • ภาษา Go: แพตช์ในเวอร์ชัน 1.27.3 และ 1.26.10 และโปรแกรมที่เขียนด้วย Go ต้องคอมไพล์ใหม่ เวอร์ชัน 1.25 และเก่ากว่าไม่ได้รับแพตช์
  • Node.js, Python (certifi), Rust (webpki-roots), Electron และ NSS มีรุ่นแก้ออกแล้วตามรายงาน ส่วน Debian, FreeBSD และ Bun ยังรออยู่ ณ 20 ตุลาคมตาม BleepingComputer แต่ Rescana รายงานว่ามีรุ่นแก้ของ Node.js (21 ตุลาคม) และ Debian แล้ว
  • เว็บติดตามเหตุการณ์ระบุว่า curl, git และ python3 ที่มากับ macOS ใช้ไฟล์ใบรับรองที่ยังไม่ได้อัปเดตและไม่ตรวจการเพิกถอน จึงอาจยังเชื่อใบรับรองเหล่านี้ได้
  • Chrome มีแผนถอด emSign ECC Root CA G3 ออกจาก Root Store ใน Chrome Root Store รุ่น 43 และ Rescana รายงานว่าคาดถึงทุกอุปกรณ์ราววันที่ 27 ตุลาคม Mozilla ถอด root ที่เซ็นใบเหล่านี้ออกจาก NSS แล้ว ซึ่งอาจทำให้บางเซิร์ฟเวอร์ที่ยังใช้สายใบรับรองเดิมเข้าไม่ได้ในซอฟต์แวร์นอก Firefox จนกว่าจะเปลี่ยนสาย
  • คำแนะนำของแจ็กสันและ CertiK คือ อัปเดตซอฟต์แวร์และ trust store แล้วตรวจว่าแอปปฏิเสธใบรับรองที่เกี่ยวข้อง และไม่ปิดการตรวจใบรับรองเพื่อแก้ปัญหา

เทียบกับ DigiNotar

Cointelegraph เทียบเหตุนี้กับกรณี DigiNotar ปี 2554 ที่แฮกเกอร์ออกใบรับรองปลอม 531 ใบ ใช้ปลอมเป็น Google และสอดแนมบัญชี Gmail ของชาวอิหร่านราว 300,000 บัญชี กรณี eMudhra ต่างตรงที่ยังไม่พบใบรับรองปลอมที่ถูกออกจริงใน CT และไม่มีรายงานเหยื่อ

สิ่งที่ยังไม่รู้

  • ผู้ใช้ช่องโหว่นี้โจมตีไคลเอนต์นอกเบราว์เซอร์หรือไม่
  • จำนวนเว็บไซต์และผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ
  • ระบบนอกเบราว์เซอร์ใดที่ยังเปิดช่องอยู่ เพราะแต่ละผู้พัฒนาอัปเดตไม่พร้อมกัน
  • กระดานเทรด บอท หรือกระเป๋าคริปโตรายใดที่ใช้ซอฟต์แวร์ที่ยังไม่แพตช์
  • การสอบสวนของ eMudhra ยังไม่จบ รายงานข้างต้นเป็นคำอธิบายเบื้องต้น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่องความปลอดภัยของกระเป๋าและแอปคริปโตที่เราเคยรายงานไว้

👉 Apple ออกแพตช์ด่วน iOS 26.7.1 ปิดช่องโหว่ Zero-Day ด้าน SlowMist ชี้อาจถูกใช้ดูดกระเป๋าคริปโต

👉 ผู้ใช้ Hyperliquid สูญ $550,000 จากโฆษณาปลอมบน Google เลียนแบบเว็บจริง

👉 แฮกเกอร์ฝัง Backdoor ในแพ็กเกจ npm ของ Injective หวังขโมย Private Key กระเป๋าคริปโตนักพัฒนา

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (21 ต.ค. 2569), Cointelegraph เรื่อง CertiK (21 ต.ค. 2569), กระทู้ Mozilla dev-security-policy (20 ต.ค. 2569), BleepingComputer (20 ต.ค. 2569), เว็บติดตามเหตุการณ์ eMudhra, Rescana

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ เบราว์เซอร์หลักบล็อกใบรับรอง 8 ใบนี้ตั้งแต่ 17 ถึง 20 ตุลาคมแล้ว และไม่พบใบรับรองปลอมใน CT ส่วนจุดที่ยังไม่ชัดอยู่นอกเบราว์เซอร์ สำหรับผู้อ่านชาวไทย คนที่เข้ากระดานเทรดผ่านเบราว์เซอร์ที่อัปเดตแล้วอยู่ในกลุ่มที่ได้รับการป้องกันตามที่ Chrome และ Mozilla ระบุ ส่วนคนที่ใช้บอทเทรดหรือเขียนโปรแกรมต่อ API ควรเช็กว่าซอฟต์แวร์อัปเดตแล้วหรือยัง เพราะ CertiK เตือนว่าบอทและไคลเอนต์ API เป็นกลุ่มที่การบล็อกของเบราว์เซอร์ไปไม่ถึง การโจมตีแบบนี้ผู้โจมตียังต้องดักหรือเปลี่ยนเส้นทางข้อมูลของเหยื่อได้ด้วย ทีมข่าวไม่ได้บอกว่ามีใครเสียเงินจากเหตุนี้ และไม่ฟันธงว่ากระดานเทรดใดมีความเสี่ยง สิ่งที่ต้องรอคือผลสอบสวนของ eMudhra รายงานว่ามีผู้ถูกโจมตีหรือไม่ และการอัปเดตจากแต่ละผู้พัฒนา

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com