DHS สั่งถอด DeepSeek ออกจากระบบไอทีหน่วยงานพลเรือนสหรัฐฯ ห้ามซื้อใหม่ ใช้เฉพาะรัฐบาลกลาง ไม่ใช่แบนทั่วไป
20 October 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

DHS สั่งถอด DeepSeek ออกจากระบบไอทีหน่วยงานพลเรือนสหรัฐฯ ห้ามซื้อใหม่ ใช้เฉพาะรัฐบาลกลาง ไม่ใช่แบนทั่วไป

กระทรวงความมั่นคงมาตุภูมิสหรัฐฯ (DHS) ออกคำสั่งให้ถอดผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek (บริษัท AI จีน) ออกจากระบบไอทีของหน่วยงานพลเรือนฝ่ายบริหารของรัฐบาลกลาง และห้ามจัดซื้อผลิตภัณฑ์ของบริษัทและบริษัทในเครือ ตามประกาศที่ยื่นต่อ Federal Register เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 และกำหนดเผยแพร่วันที่ 20 ตุลาคม ตามที่ Cointelegraph รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ทีมข่าวอ่านประกาศบน Federal Register แล้ว คำสั่งนี้ใช้กับหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น ไม่ใช่การห้ามใช้ DeepSeek ทั่วไป

คำสั่งสั่งอะไร

ข้อมูลต่อไปนี้มาจากประกาศใน Federal Register ซึ่งเป็นเอกสารที่ยังไม่เผยแพร่เป็นทางการ ณ เวลาที่ทีมข่าวอ่าน (ฉบับตรวจสอบสาธารณะ)

  • ชื่อคำสั่งคือ "Exclusion and Removal of DeepSeek Products from Federal Civilian Executive Branch Information Technology Systems and Procurements" ออกโดย DHS ภายใต้กฎหมาย Federal Acquisition Supply Chain Security Act ปี 2561 (FASCSA)
  • ห้ามจัดซื้อผลิตภัณฑ์และบริการไอทีที่พัฒนาโดย Hangzhou DeepSeek Artificial Intelligence Co., Ltd และบริษัทในเครือ เข้าหน่วยงานพลเรือนของรัฐบาลกลาง
  • ให้ถอดผลิตภัณฑ์ DeepSeek และของบริษัทในเครือทั้งหมด รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการของบุคคลที่สามที่พัฒนาโดยใช้ "DeepSeek implementations" ออกจากระบบไอทีของหน่วยงานพลเรือน
  • คำสั่งเกิดขึ้นหลัง DHS พิจารณาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการความมั่นคงห่วงโซ่อุปทานการจัดซื้อของรัฐบาลกลาง (Federal Acquisition Security Council) และ "หลักฐานที่เกี่ยวข้อง" ซึ่งประกาศไม่ได้สรุปไว้
  • ประกาศลงนามเผยแพร่โดย เจมส์ เอช. เพอร์ซิวัลที่ 2 (James H. Percival II) ที่ปรึกษากฎหมายสูงสุดของ DHS ส่วนคำสั่งฉบับเต็มอยู่ในเอกสารสาธารณะ DHS-2026-0628 บน Regulations.gov ซึ่งทีมข่าวยังไม่ได้เปิดอ่าน

สิ่งที่ประกาศไม่ได้บอก

  • ไม่มีกำหนดเวลาให้ถอดระบบหรือวันมีผลที่ชัดเจนในข้อความที่ทีมข่าวอ่าน Cointelegraph รายงานว่ามีผลทันทีเมื่อเผยแพร่ ซึ่งทีมข่าวยืนยันจากประกาศไม่ได้
  • ไม่มีนิยามของคำว่า "ผลิตภัณฑ์ DeepSeek" หรือ "DeepSeek implementations" ในข้อความที่อ่าน จึงบอกไม่ได้ว่าครอบคลุมโมเดลที่ติดตั้งเอง โมเดลโอเพนเวต หรือการใช้บนคลาวด์ด้วยหรือไม่
  • ไม่มีข้อยกเว้นหรือการขอผ่อนผันในข้อความที่อ่าน
  • ไม่มีเหตุผลของคำสั่งในข้อความที่อ่าน

เหตุผลตามที่ Cointelegraph รายงาน

Cointelegraph ระบุว่า DHS อ้างว่าการใช้งานโดยพนักงานและผู้รับเหมารัฐบาลอาจทำให้ข้อมูลอ่อนไหวไปถึงจีน และเปิดเผยข้อมูลของพลเมืองสหรัฐฯ และโครงการของรัฐบาลกลาง รวมถึงชี้ช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในแอป iOS ของ DeepSeek ทีมข่าวไม่พบข้อความเหล่านี้ในประกาศที่อ่าน อาจอยู่ในคำสั่งฉบับเต็ม และไม่ได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ส่วนการตอบของ DeepSeek ไม่ปรากฏในรายงาน และทีมข่าวไม่พบคำชี้แจงของบริษัท

Cointelegraph รายงานด้วยว่าก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์และบางส่วนของหน่วยงานด้านกลาโหมและข่าวกรองของสหรัฐฯ เคยห้ามใช้ DeepSeek และออสเตรเลียห้ามใช้ในระบบและอุปกรณ์ของรัฐบาลเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ทีมข่าวไม่ได้ตรวจประวัติการแบนเหล่านี้เอง

ไม่ใช่การห้ามทั่วไป

คำสั่งนี้ใช้กับระบบไอทีและการจัดซื้อของหน่วยงานพลเรือนฝ่ายบริหารของรัฐบาลกลางเท่านั้น ไม่ได้ห้ามบุคคลทั่วไปหรือบริษัทเอกชนใช้ DeepSeek ตามขอบเขตที่ทีมข่าวอ่านซึ่งจำกัดอยู่ที่ระบบและการจัดซื้อของหน่วยงานพลเรือน ในข่าวเมื่อวันที่ 20 ตุลาคมเราระบุว่า Binance AI Pro แพ็กเกจ Standard ใช้โมเดล DeepSeek ตามที่เรารายงานไว้ คำสั่งของ DHS ไม่ได้เอ่ยถึง Binance หรือบริษัทคริปโต และไม่ได้ครอบคลุมผู้ใช้ทั่วไป ทีมข่าวไม่พบข้อมูลว่า Binance ขายผลิตภัณฑ์นี้ให้หน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ

การเปิดเผย: Bitcoin Addict เป็นพันธมิตร (affiliate) ของ Binance TH ซึ่งให้บริการโดย Gulf Binance บริษัทร่วมทุนของ Binance Group และ Anthropic ผู้พัฒนา Claude ซึ่งทีมข่าวใช้เป็นเครื่องมือช่วยงานข่าว เป็นคู่แข่งด้านโมเดล AI ของ DeepSeek

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่อง AI, DeepSeek และการแข่งขันกับจีนที่เราเคยรายงานไว้

👉 Binance เปิด AI Pro แพ็กเกจฟรี สร้างและรันกลยุทธ์เทรดอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้รับผิดชอบความเสียหายเองทั้งหมด

👉 ทรัมป์เล็งคุมเข้ม! อาจสั่งแบนส่งออกชิป AI ของ Nvidia ไปจีน หลังเกิดผลกระทบจาก DeepSeek

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Federal Register (หมายเลข 2026-21447), Cointelegraph (20 ต.ค. 2569)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ข้อที่ตรวจได้ชัดคือ DHS ออกคำสั่งตามกฎหมาย FASCSA ให้ห้ามซื้อและให้ถอด DeepSeek และผลิตภัณฑ์ที่สร้างบน DeepSeek ออกจากระบบของหน่วยงานพลเรือนสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เหตุผลตามที่ Cointelegraph รายงานยังต้องตรวจกับคำสั่งฉบับเต็ม และขอบเขตของคำว่า "DeepSeek implementations" ยังไม่ชัด สำหรับผู้อ่านไทยที่ใช้บริการ AI ที่ใช้ DeepSeek เช่นเครื่องมือในแพลตฟอร์มเทรด คำสั่งนี้ไม่ได้ห้ามผู้ใช้ทั่วไป แต่เป็นสัญญาณว่าโมเดล AI จากจีนกำลังถูกตรวจเข้มในระบบรัฐบาลสหรัฐฯ ทีมข่าวไม่ได้ชี้ว่าผลิตภัณฑ์ใดปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย สิ่งที่ต้องรอคือคำสั่งฉบับเต็มและกำหนดเวลาถอดระบบ

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง