Coinbase จับมือ Morpho ดึง DeFi เข้าสู่กระแสหลัก ผลตอบแทน USDC พุ่งเกิน 10%
Coinbase กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการเชื่อมโลก CeFi และ DeFi เข้าด้วยกัน โดยล่าสุดบริษัทประกาศเปิดให้ผู้ใช้สามารถนำเหรียญ USDC ไปสร้างผลตอบแทนผ่าน โปรโตคอล Morpho ได้โดยตรงจากแอป Coinbase โดยมีการดูแลจากบริษัทที่ปรึกษาด้าน DeFi อย่าง Steakhouse Financial
ฟีเจอร์ใหม่นี้ถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวสำคัญของ Coinbase ในการขยายบริการด้าน Decentralized Finance (DeFi) และยังมาพร้อมกับโอกาสให้ผู้ใช้รับผลตอบแทนสูงถึง 10.8% APY ซึ่งมากกว่าการถือ USDC ปกติบนแพลตฟอร์ม Coinbase ที่ให้ผลตอบแทนเพียง 4.5%
Morpho: โปรโตคอล DeFi ยักษ์ใหญ่ที่ Coinbase เลือก
Morpho ถือเป็นหนึ่งในโปรโตคอลการให้กู้ยืมที่ใหญ่ที่สุดในโลกคริปโต โดยมีมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกล็อก (TVL) มากกว่า 8.3 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก DefiLlama ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นของตลาดต่อการปล่อยกู้และกู้ยืมผ่านระบบ on-chain lending
โฆษก Coinbase ยืนยันว่าบริการใหม่นี้เชื่อมต่อเฉพาะกับ Morpho เท่านั้น และแนะนำให้ผู้ใช้ทำความเข้าใจถึงความเสี่ยงของการให้กู้ยืม ซึ่งมีการอธิบายไว้อย่างละเอียดภายในแอป Coinbase

กระแส DeFi และ Stablecoin ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ความเคลื่อนไหวของ Coinbase เกิดขึ้นท่ามกลางการเติบโตของตลาด Stablecoin ที่มียอดหมุนเวียนเกิน 300 พันล้านดอลลาร์ และการยอมรับ DeFi ที่มากขึ้นในสหรัฐฯ โดยการสำรวจล่าสุดจาก DeFi Education Fund ระบุว่า 40% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันยินดีใช้ DeFi หากกฎหมายคริปโตที่รอการพิจารณาถูกบังคับใช้
ในฝั่งนักลงทุนสถาบัน ข้อมูลจาก Binance Research ชี้ว่าการปล่อยกู้บน DeFi เติบโตถึง 72% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน
กฎหมาย GENIUS Act และข้อถกเถียงเรื่อง Stablecoin Yield
แม้ว่า DeFi lending จะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังเผชิญข้อถกเถียงทางกฎหมาย โดยเฉพาะหลังจาก กฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ ที่ห้ามไม่ให้ Stablecoin แบบจ่ายดอกเบี้ย (yield-bearing stablecoin) ออกสู่ตลาด
กลุ่มล็อบบี้ด้านการธนาคารอย่าง Bank Policy Institute (BPI) ได้เรียกร้องให้ปิด "ช่องโหว่" ที่อาจทำให้การให้ผลตอบแทนผ่านพันธมิตรบุคคลที่สามยังสามารถเกิดขึ้นได้ โดยพวกเขาให้เหตุผลว่า Stablecoin ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเงินฝากธนาคารหรือกองทุนรวม และไม่ควรถูกใช้เพื่อสร้างดอกเบี้ยแบบเดียวกับเครื่องมือการเงินดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม Coinbase ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยยืนยันว่า Stablecoin ไม่ได้ทำลายระบบการให้กู้ยืมของธนาคาร แต่กลับเป็นทางเลือกที่แข่งขันได้กับรายได้จากค่าธรรมเนียมบัตรที่สูงถึง 187,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ของธนาคารสหรัฐฯ
การเปิดให้ผู้ใช้ USDC สามารถเข้าถึงผลตอบแทนสูงผ่าน DeFi โดยตรงจากแอป Coinbase ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของ เศรษฐกิจดิจิทัลและระบบการเงินแบบใหม่ ที่เน้นการเข้าถึงง่าย โปร่งใส และสร้างผลตอบแทนที่มากกว่าเดิม
หากการบังคับใช้กฎหมายคริปโตในสหรัฐฯ เดินหน้าไปในทิศทางที่ชัดเจนขึ้น เราอาจได้เห็น DeFi กลายเป็นบริการทางการเงินกระแสหลักเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptoslate.com