Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

USDC กำลังเข้าสู่ “ยุคทองของ Stablecoin” พร้อมแทนที่เงิน Fiat ในตลาดข้ามพรมแดนมูลค่า 20 ล้านล้านดอลลาร์
15 October 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

USDC กำลังเข้าสู่ “ยุคทองของ Stablecoin” พร้อมแทนที่เงิน Fiat ในตลาดข้ามพรมแดนมูลค่า 20 ล้านล้านดอลลาร์

บริษัทวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง William Blair ได้ออกบทวิเคราะห์ล่าสุดโดยยกให้ Circle Internet Financial (CRCL) — ผู้ออกเหรียญ Stablecoin USDC — เป็น “ผู้เล่นสำคัญที่สุด” ที่จะนำพาโลกการเงินเข้าสู่ยุคใหม่ของ Stablecoin เชิงพาณิชย์ (Commercial Era)

 

บริษัทให้เรตติ้งหุ้น Circle ในระดับ “Outperform” พร้อมระบุว่า Circle คือ “หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ (Seismic Shift)” ของระบบการเงินโลก ขณะที่ Stablecoin กำลังเปลี่ยนจากเครื่องมือในตลาดคริปโต ไปสู่การใช้งานจริงในภาคธุรกิจ การโอนเงินระหว่างประเทศ และระบบการชำระเงินของบริษัททั่วโลก

 

USDC ถูกวางตำแหน่งให้ “แทนเงิน Fiat” ในตลาดชำระเงินข้ามพรมแดน

 

ในรายงานเปิดตัวการวิเคราะห์ครั้งนี้ William Blair ระบุว่า

 

“Circle คือผู้เล่นที่สำคัญที่สุดในระบบนิเวศ Stablecoin ที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมตลาดการเงินโลก”

 

นักวิเคราะห์ของบริษัทเชื่อว่า USDC จะสามารถ “แทนที่เงิน Fiat สำหรับการค้าข้ามพรมแดน” ได้ในอนาคตอันใกล้ เนื่องจาก

  • ความชัดเจนทางกฎหมาย (Regulatory Clarity)

  • ระบบโครงสร้างพื้นฐานใหม่ (New Infrastructure)

  • และความต้องการใช้การชำระเงินที่รวดเร็ว ราคาถูก และโปร่งใส

 

Blair ประเมินว่าตลาด การชำระเงินระหว่างประเทศของภาคธุรกิจ (Cross-Border Business Payments) มีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านล้านดอลลาร์ — และ Circle คือผู้เล่นที่พร้อมจะ “เชื่อมโลกการเงินเก่ากับระบบการเงินบนบล็อกเชน” เข้าด้วยกัน

 

Circle เตรียมเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ “Arc” และ “Circle Payments Network”

 

แม้รายได้หลักของ Circle ในปัจจุบันจะมาจากดอกเบี้ยของเงินสำรองที่หนุนหลัง USDC แต่บริษัทได้วางแผนเปิดตัวบริการใหม่ เช่น

  • Arc — บล็อกเชนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับระบบ Stablecoin Finance

  • Circle Payments Network — โครงสร้างการชำระเงินแบบดิจิทัลครบวงจร

 

Blair คาดว่าแพลตฟอร์มเหล่านี้จะสร้างรายได้ระดับ “หลายหมื่นล้านดอลลาร์” เมื่อมีการใช้งานอย่างแพร่หลาย

 

Bernstein หนุนมุมมองเดียวกัน: USDC จะโต 3 เท่าภายในปี 2027

 

มุมมองของ William Blair ยังสอดคล้องกับรายงานจากบริษัท Bernstein ที่คาดการณ์ว่า

 

“อุปทานของ USDC จะเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า ภายในสิ้นปี 2027 แตะมูลค่าประมาณ 220 พันล้านดอลลาร์ และครองส่วนแบ่งตลาด Stablecoin ราว 1 ใน 3 ของโลก”

 

Bernstein ให้เหตุผลว่า Circle จะได้เปรียบจาก

  • ความเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสหรัฐฯ

  • สภาพคล่องสูง (Liquidity Advantage)

  • และการเชื่อมต่อกับพันธมิตรหลักอย่าง Coinbase, Binance, Fiserv และ Corpay

 

ภายใต้กรอบกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ ที่มาจาก GENIUS Act บริษัทมองว่า Circle จะกลายเป็น “รากฐานของระบบเงินดิจิทัลภาคธุรกิจทั่วโลก”

 

Stablecoin: “การปลดล็อกมูลค่าครั้งยิ่งใหญ่ของคริปโต”

 

ในรายงาน Whitepaper ที่ออกมาคู่กัน William Blair ยังระบุว่า Stablecoin จะสามารถ ลดต้นทุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศได้ถึง 90% และเป็น “การปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงที่สุดของโลกคริปโต (Crypto’s Greatest Value Unlock)

 

ทั้ง William Blair และ Bernstein ต่างเห็นพ้องกันว่า Stablecoin จะค่อย ๆ พัฒนาไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานเงินสดดิจิทัลของอินเทอร์เน็ต (Digital Cash Infrastructure of the Internet)” และ Circle คือผู้ออกเหรียญรายใหญ่ในฝั่งสหรัฐฯ ที่มีโอกาสมากที่สุด

 

Circle และ Coinbase กำลังกลายเป็นคู่หูเชิงกลยุทธ์ของโลก Stablecoin

 

หลังจาก Circle เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา (ราคาปิดล่าสุดที่ 134.36 ดอลลาร์ และเคยแตะสูงสุดเกือบ 300 ดอลลาร์ หลัง GENIUS Act ผ่านกฎหมาย)
William Blair ยังมองในเชิงบวกต่อ Coinbase (COIN) ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักของ Circle

 

ในรายงานอีกฉบับ Blair ระบุว่า

 

“การที่ USDC กำลังพัฒนาไปเป็นมาตรฐานการชำระเงินเชิงพาณิชย์ (Commercial Payment Standard) จะกลายเป็นแรงหนุนระยะยาว (Structural Tailwind) ให้กับ Coinbase”

 

โดย Coinbase มีรายได้จากทุกดอลลาร์ของ USDC ที่หมุนเวียนในตลาด และยังเป็นผู้นำในระบบ Base Chain ที่เป็นหนึ่งในเครือข่าย DeFi ที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

 

อ้างอิง : theblock.co