CEO Circle ชี้: "Stablecoin หยวน" คือโอกาสทองของจีนในสงครามเทคโนโลยีการเงิน
Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle (บริษัทผู้ออก USDC หรือ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับดอลลาร์สหรัฐ) ให้สัมภาษณ์กับ Reuters เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมองว่า Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับหยวน (CNY) จะเป็น "โอกาสมหาศาล" สำหรับจีนในการขยายอิทธิพลสกุลเงินบนเวทีโลก พร้อมคาดการณ์ว่าอาจเกิดขึ้นได้จริงภายใน 3–5 ปีข้างหน้า ท่ามกลางบรรยากาศที่ฮ่องกงเพิ่งออกใบอนุญาต Stablecoin ฉบับแรกไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
🌐 "การแข่งขันสกุลเงิน" ยุคใหม่บนเทคโนโลยี Blockchain
Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle Internet Financial (บริษัทผู้ออก USDC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลก) ออกมาแสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับทิศทาง Stablecoin หยวนจีน ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters
Allaire ระบุว่า Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ตรึงมูลค่าไว้กับสกุลเงินหลัก) กลายเป็นช่องทางใหม่ที่ทำให้สกุลเงินใดก็ตามสามารถขยายการใช้งานในระดับสากลได้อย่างรวดเร็ว และนั่นคือเหตุผลที่เขามองว่าการออก Stablecoin หยวนจะสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของจีนในการผลักดัน Yuan Internationalization (การทำให้หยวนกลายเป็นสกุลเงินสากล)
"มีโอกาสมหาศาลสำหรับ Stablecoin หยวน" Allaire กล่าว "ถ้าจะแข่งขันเรื่องสกุลเงิน คุณต้องทำให้สกุลเงินของตัวเองมีฟีเจอร์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นี่กำลังกลายเป็นการแข่งขันทางเทคโนโลยี"
🏦 บิ๊กเทคจีน vs. ธนาคารกลาง: ยังไม่ลงรอย
แนวคิดเรื่อง Stablecoin หยวนนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ — ในเดือนกรกฎาคม 2568 (ค.ศ. 2025) บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Ant Group (บริษัทฟินเทคในเครือ Alibaba) และ JD.com ต่างก็เคยยื่นข้อเสนอต่อธนาคารกลางจีน (People's Bank of China — PBOC) เพื่อขอรับอนุญาตออก Stablecoin หยวน นอกเหนือจาก Stablecoin ที่ตรึงค่ากับดอลลาร์ฮ่องกงที่เริ่มมีการศึกษากันอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ทางการจีนยังคงระมัดระวังอย่างมาก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 (ค.ศ. 2026) PBOC ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลสำคัญออกประกาศอย่างเป็นทางการ ห้ามการออก Stablecoin หยวนในต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่า Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับสกุลเงิน Fiat (เงินสกุลดั้งเดิมที่ออกโดยรัฐบาล) นั้นทำหน้าที่คล้ายกับเงินตราที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ และต้องได้รับการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม
ณ ปัจจุบัน จีนแผ่นดินใหญ่ยังคงแบนการซื้อขาย Cryptocurrency โดยทั่วไป ขณะที่ Digital Yuan หรือ e-CNY (CBDC — สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ซึ่งแตกต่างจาก Stablecoin ตรงที่ถูกควบคุมโดยภาครัฐโดยตรง) ยังเดินหน้าทดสอบใช้งานในวงจำกัด
ซีอีโอ Circle ยังประเมินว่าจีนอาจสามารถเปิดตัว Stablecoin หยวนได้จริงภายในกรอบเวลา 3–5 ปีข้างหน้า
🇭🇰 ฮ่องกงเดินหน้าตรงข้าม: ออกใบอนุญาต Stablecoin 2 ฉบับแรก
ในขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่เหยียบเบรก ฮ่องกงกลับเลือกเดินสวนทิศ — Hong Kong Monetary Authority (HKMA หรือสำนักงานการเงินฮ่องกง) เพิ่งออกใบอนุญาต Stablecoin ฉบับแรกให้กับสององค์กร ได้แก่
- HSBC (ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่มีฐานหลักในลอนดอนและฮ่องกง)
- Anchorpoint Financial (กิจการร่วมค้าระหว่าง Standard Chartered, Animoca Brands และ Hong Kong Telecommunications)
การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าฮ่องกงกำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นศูนย์กลาง Stablecoin ระดับเอเชีย ซึ่งดึงดูดความสนใจจากสถาบันการเงินระดับโลกได้มากขึ้นเรื่อยๆ
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการแข่งขันระหว่าง Stablecoin และ Digital Yuan ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์การเงิน
👉 'Bitcoin' และ 'ดอลลาร์สหรัฐ' คือพันธมิตรที่เกื้อกูลกัน! BPI ชี้โมเดลคล้าย Petrodollarและบทบาทของ Circle ในแวดวง Stablecoin ระดับโลก
👉 ZachXBT แฉ! Circle อาจอายัด USDC ผิดเป้ากว่า 16 รายการ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / Reuters
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict มุมมองของ Allaire สะท้อนภาพการแข่งขันสกุลเงินยุคดิจิทัลที่ไม่ใช่แค่เรื่องนโยบายการเงิน แต่เป็นเรื่องของเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานไปเสียแล้ว จีนมีแรงจูงใจอย่างมากที่จะผลักดันหยวนให้แข่งขันได้บนระบบ Blockchain แต่ก็ต้องแก้โจทย์ขัดแย้งกับ Capital Controls (มาตรการควบคุมการไหลเวียนเงินทุน) ที่เป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจตัวเอง น่าจับตาว่าฮ่องกงในฐานะ "ห้องทดลอง" จะกลายเป็นประตูเปิดทางให้ Stablecoin หยวนออกสู่ตลาดโลกได้หรือเปล่า
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Stablecoin หยวน, Circle, Jeremy Allaire, Digital Yuan, ฮ่องกง Stablecoin, HSBC Stablecoin, PBOC, Yuan Internationalization, HKMA
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com