
Chainalysis นำทีมปฏิบัติการ Lighthouse พบบัญชีคริปโตต้องสงสัย 7,700 บัญชี เอี่ยวคดีล่วงละเมิดเด็ก
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Chainalysis เปิดเผยว่าปฏิบัติการระดับโลกที่บริษัทเป็นผู้นำ สามารถระบุบัญชีต้องสงสัยกว่า 7,700 บัญชีที่เชื่อมโยงกับสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (Child Sexual Abuse Material หรือ CSAM) ได้สำเร็จ ตามรายงานของ Cointelegraph
🔍 ขอบเขตการสืบสวนของปฏิบัติการ Lighthouse
ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า Lighthouse ได้ตรวจสอบที่อยู่คริปโตและตัวระบุตัวตนดิจิทัลรวม 29,120 รายการ ที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ฟอรัม และเครือข่ายเผยแพร่ CSAM มากกว่า 100 แห่ง ทั้งบนอินเทอร์เน็ตทั่วไปและ Dark Web ปฏิบัติการนี้สร้างเบาะแสสำหรับการสืบสวนรวม 14,300 รายการ ครอบคลุมเว็บเทรดคริปโตและผู้ให้บริการชำระเงิน 11 แห่ง และระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ใน 125 ประเทศทั่วโลก โดยในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีผู้กระทำผิดทางเพศที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 16 ราย
ทอม แมคลาวธ์ (Tom McLouth) นักวิเคราะห์ข่าวกรองอาวุโสของ Chainalysis ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยยังรวมถึงบุคลากรทางทหาร เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย บุคลากรทางการแพทย์ และครู ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงเด็กโดยตรง เขากล่าวกับ Cointelegraph ว่า "เบื้องหลังทุกเบาะแส คือเด็กจริงๆ ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง"
🤝 ความร่วมมือระดับนานาชาติจากหลายภาคส่วน
ปฏิบัติการต่อเนื่องหลายวันนี้จัดขึ้นที่ National Cyber-Forensics and Training Alliance ในนครนิวยอร์ก หลังจากกระบวนการเสริมข้อมูลที่ใช้เวลาหลายเดือน โดยรวมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พันธมิตรภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหากำไรเฉพาะทางเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง Europol, National Crime Agency ของสหราชอาณาจักร, Binance, Coinbase, Block และ Internet Watch Foundation ผู้เข้าร่วมใช้ข้อมูลข่าวกรองบนเชนเพื่อพัฒนาเบาะแสสำหรับกระบวนการทางกฎหมายและการสร้างคดีต่อไป โดย Chainalysis ระบุว่าผลลัพธ์จากปฏิบัติการนี้คาดว่าจะนำไปสู่การจับกุม การดำเนินคดี และการระงับใช้งานบัญชีที่เกี่ยวข้อง
🏢 อุตสาหกรรมคริปโตขยายความร่วมมือต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก
ปฏิบัติการ Lighthouse เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความพยายามอื่นๆ ของบริษัทคริปโตและองค์กรคุ้มครองเด็กในการขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับกิจกรรมคริปโตที่เชื่อมโยงกับการแสวงหาประโยชน์ Europol ระบุว่าการดำเนินการร่วมกันมีความจำเป็น เนื่องจากผู้กระทำผิดอาศัยช่องทางบริการทางการเงิน ระบบชำระเงิน และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตในการก่อเหตุ ทั้งนี้ Binance หนึ่งในเว็บเทรดที่เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ เพิ่งประกาศความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร Stop The Traffik เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อรับข้อมูลข่าวกรอง การฝึกอบรม และข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยปรับปรุงการตรวจจับและสืบสวนกิจกรรมคริปโตที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก
การตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนเคยมีส่วนสำคัญในการสืบสวนคดี CSAM มาก่อนแล้ว โดยในปี 2019 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศปิดเว็บไซต์ Welcome to Video ซึ่งขณะนั้นถูกระบุว่าเป็นตลาดมืดล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ใหญ่ที่สุดในแง่ปริมาณเนื้อหา เจ้าหน้าที่สืบหาเส้นทางการชำระเงินด้วย Bitcoin จนสามารถระบุตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ในเกาหลีใต้และตัวตนของผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ นำไปสู่การจับกุมและตั้งข้อหาผู้ใช้งาน 337 ราย ช่วยเหลือเหยื่ออย่างน้อย 23 คน และยึดเนื้อหาได้ราว 8 เทราไบต์ โดย Chainalysis ระบุว่าซอฟต์แวร์ของบริษัทถูกใช้ในการวิเคราะห์ธุรกรรมและจัดทำแผนผังผู้ใช้งานของเว็บไซต์ดังกล่าว
📎 อ่านเพิ่มเติม 👉 Chainalysis-run sting targets child exploitation networks with aid of Binance, Coinbase (CoinDesk)
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Ezra Reguerra)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติที่โปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ของบล็อกเชน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการติดตามอาชญากรรมร้ายแรงอย่างการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ต่างจากภาพจำที่คริปโตมักถูกมองว่าเป็นช่องทางปกปิดตัวตนของอาชญากร ความร่วมมือระหว่าง Chainalysis เว็บเทรดรายใหญ่อย่าง Binance และ Coinbase กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนานาชาติในครั้งนี้ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังผลักดันมาตรฐานความร่วมมือด้านการป้องกันอาชญากรรมให้เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทิศทางที่ผู้ใช้งานคริปโตทุกคนควรสนับสนุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com