Chainalysis นำทีมปฏิบัติการ Lighthouse พบบัญชีคริปโตต้องสงสัย 7,700 บัญชี เอี่ยวคดีล่วงละเมิดเด็ก
26 August 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

Chainalysis นำทีมปฏิบัติการ Lighthouse พบบัญชีคริปโตต้องสงสัย 7,700 บัญชี เอี่ยวคดีล่วงละเมิดเด็ก

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Chainalysis เปิดเผยว่าปฏิบัติการระดับโลกที่บริษัทเป็นผู้นำ สามารถระบุบัญชีต้องสงสัยกว่า 7,700 บัญชีที่เชื่อมโยงกับสื่อล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (Child Sexual Abuse Material หรือ CSAM) ได้สำเร็จ ตามรายงานของ Cointelegraph

 

🔍 ขอบเขตการสืบสวนของปฏิบัติการ Lighthouse

 

ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า Lighthouse ได้ตรวจสอบที่อยู่คริปโตและตัวระบุตัวตนดิจิทัลรวม 29,120 รายการ ที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์ม ฟอรัม และเครือข่ายเผยแพร่ CSAM มากกว่า 100 แห่ง ทั้งบนอินเทอร์เน็ตทั่วไปและ Dark Web ปฏิบัติการนี้สร้างเบาะแสสำหรับการสืบสวนรวม 14,300 รายการ ครอบคลุมเว็บเทรดคริปโตและผู้ให้บริการชำระเงิน 11 แห่ง และระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ใน 125 ประเทศทั่วโลก โดยในกลุ่มผู้ต้องสงสัยมีผู้กระทำผิดทางเพศที่ขึ้นทะเบียนแล้ว 16 ราย

 

ทอม แมคลาวธ์ (Tom McLouth) นักวิเคราะห์ข่าวกรองอาวุโสของ Chainalysis ระบุว่ากลุ่มผู้ต้องสงสัยยังรวมถึงบุคลากรทางทหาร เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย บุคลากรทางการแพทย์ และครู ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเข้าถึงเด็กโดยตรง เขากล่าวกับ Cointelegraph ว่า "เบื้องหลังทุกเบาะแส คือเด็กจริงๆ ที่กำลังตกอยู่ในความเสี่ยง"

 

🤝 ความร่วมมือระดับนานาชาติจากหลายภาคส่วน

 

ปฏิบัติการต่อเนื่องหลายวันนี้จัดขึ้นที่ National Cyber-Forensics and Training Alliance ในนครนิวยอร์ก หลังจากกระบวนการเสริมข้อมูลที่ใช้เวลาหลายเดือน โดยรวมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย พันธมิตรภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหากำไรเฉพาะทางเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง Europol, National Crime Agency ของสหราชอาณาจักร, Binance, Coinbase, Block และ Internet Watch Foundation ผู้เข้าร่วมใช้ข้อมูลข่าวกรองบนเชนเพื่อพัฒนาเบาะแสสำหรับกระบวนการทางกฎหมายและการสร้างคดีต่อไป โดย Chainalysis ระบุว่าผลลัพธ์จากปฏิบัติการนี้คาดว่าจะนำไปสู่การจับกุม การดำเนินคดี และการระงับใช้งานบัญชีที่เกี่ยวข้อง

 

🏢 อุตสาหกรรมคริปโตขยายความร่วมมือต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

 

ปฏิบัติการ Lighthouse เกิดขึ้นต่อเนื่องจากความพยายามอื่นๆ ของบริษัทคริปโตและองค์กรคุ้มครองเด็กในการขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับกิจกรรมคริปโตที่เชื่อมโยงกับการแสวงหาประโยชน์ Europol ระบุว่าการดำเนินการร่วมกันมีความจำเป็น เนื่องจากผู้กระทำผิดอาศัยช่องทางบริการทางการเงิน ระบบชำระเงิน และแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ตในการก่อเหตุ ทั้งนี้ Binance หนึ่งในเว็บเทรดที่เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ เพิ่งประกาศความร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไร Stop The Traffik เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อรับข้อมูลข่าวกรอง การฝึกอบรม และข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยปรับปรุงการตรวจจับและสืบสวนกิจกรรมคริปโตที่เชื่อมโยงกับการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก

 

การตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนเคยมีส่วนสำคัญในการสืบสวนคดี CSAM มาก่อนแล้ว โดยในปี 2019 กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศปิดเว็บไซต์ Welcome to Video ซึ่งขณะนั้นถูกระบุว่าเป็นตลาดมืดล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ใหญ่ที่สุดในแง่ปริมาณเนื้อหา เจ้าหน้าที่สืบหาเส้นทางการชำระเงินด้วย Bitcoin จนสามารถระบุตำแหน่งเซิร์ฟเวอร์ในเกาหลีใต้และตัวตนของผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ นำไปสู่การจับกุมและตั้งข้อหาผู้ใช้งาน 337 ราย ช่วยเหลือเหยื่ออย่างน้อย 23 คน และยึดเนื้อหาได้ราว 8 เทราไบต์ โดย Chainalysis ระบุว่าซอฟต์แวร์ของบริษัทถูกใช้ในการวิเคราะห์ธุรกรรมและจัดทำแผนผังผู้ใช้งานของเว็บไซต์ดังกล่าว

 

📎 อ่านเพิ่มเติม 👉 Chainalysis-run sting targets child exploitation networks with aid of Binance, Coinbase (CoinDesk)
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (เขียนโดย Ezra Reguerra)

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

 

ปฏิบัติการนี้แสดงให้เห็นว่าคุณสมบัติที่โปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้ของบล็อกเชน กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการติดตามอาชญากรรมร้ายแรงอย่างการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก ต่างจากภาพจำที่คริปโตมักถูกมองว่าเป็นช่องทางปกปิดตัวตนของอาชญากร ความร่วมมือระหว่าง Chainalysis เว็บเทรดรายใหญ่อย่าง Binance และ Coinbase กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนานาชาติในครั้งนี้ สะท้อนว่าอุตสาหกรรมคริปโตกำลังผลักดันมาตรฐานความร่วมมือด้านการป้องกันอาชญากรรมให้เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทิศทางที่ผู้ใช้งานคริปโตทุกคนควรสนับสนุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com