Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

CEO CertiK ชี้! โลก DeFi กำลังเจอ "เกมที่ไม่ยุติธรรม" เมื่อ AI ช่วยแฮกเกอร์ล่าบัคได้เร็วกว่าคน
15 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

CEO CertiK ชี้! โลก DeFi กำลังเจอ "เกมที่ไม่ยุติธรรม" เมื่อ AI ช่วยแฮกเกอร์ล่าบัคได้เร็วกว่าคน

Ronghui Gu ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ CertiK (บริษัทตรวจสอบความปลอดภัยบล็อกเชนชั้นนำ) ออกมาเตือนระหว่างงาน Consensus Miami ว่าวงการ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์ที่ทำงานบน Blockchain โดยไม่มีตัวกลาง) กำลังเผชิญ "เกมที่ไม่แฟร์" หลังเหล่าแฮกเกอร์เริ่มใช้ AI ค้นหาช่องโหว่ในระดับที่บริษัทรักษาความปลอดภัยตามไม่ทัน เฉพาะเดือนเมษายน 2026 เดือนเดียว มีโปรโตคอลถูกแฮกจนเสียหายไปกว่า 690 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 22,400 ล้านบาท) สูงสุดในรอบ 4 ปี

 

🔥 เดือนเดียวเสียหายเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ สูงสุดตั้งแต่มีนาคม 2022

 

Ronghui Gu เปิดเผยตัวเลขที่น่ากังวลในระหว่างให้สัมภาษณ์กับ Gareth Jenkinson จากสำนักข่าว The Block ในงาน Consensus Miami ว่าเดือนเมษายนที่ผ่านมามี เพียง 3 วันเท่านั้นที่ไม่มีเหตุการณ์แฮก และมูลค่าความเสียหายรวมทะลุ 690 ล้านดอลลาร์ (ราว 22,400 ล้านบาท)

 

หากไม่นับรวมเหตุการณ์ Bybit ถูกแฮกในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งเป็นการแฮกครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต Gu ระบุว่าเดือนเมษายน 2026 ถือเป็น เดือนที่ DeFi เสียหายหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 เป็นต้นมา

 

🤖 AI พลิกเกม ฝ่ายโจมตีเหนือกว่าฝ่ายป้องกันแบบเทียบไม่ติด

 

หัวใจของปัญหาที่ Gu ชี้คือการที่ AI กลายเป็น "เครื่องทุ่นแรง" ของแฮกเกอร์ ทำให้สามารถค้นหาช่องโหว่และจำลองการโจมตีข้ามโปรโตคอลได้รวดเร็วขึ้นมาก ปัจจัยที่ทำให้เขาเรียกสถานการณ์นี้ว่า "เกมที่ไม่แฟร์" ก็คือ:

 

  • ฝ่ายโจมตี: ทุ่มทรัพยากรการประมวลผลทั้งหมดเจาะ "โปรโตคอลเดียว" จนกว่าจะเจอช่องโหว่
  • ฝ่ายป้องกัน: บริษัทรักษาความปลอดภัยต้องกระจายทรัพยากรไปดูแลลูกค้าหลายสิบราย

 

อย่างไรก็ตาม Gu ยอมรับว่าไม่มีระบบใดที่จะปราศจากบั๊กได้สมบูรณ์แบบ โดยอ้างถึงทฤษฎี "Halting Problem" (ปัญหาทางวิทยาการคอมพิวเตอร์ที่ระบุว่าไม่มีโปรแกรมใดสามารถพิสูจน์พฤติกรรมของโปรแกรมอื่นในทุกสถานการณ์ได้)

 

"ต่อให้รัน AI ตรวจสอบโค้ดนาน 30 ชั่วโมงแล้วไม่เจอช่องโหว่ ก็ไม่ได้แปลว่าโค้ดนั้นปลอดบั๊ก วิธีเดียวที่รู้คือการทำ Formal Verification (การพิสูจน์ความถูกต้องของโปรแกรมด้วยคณิตศาสตร์)" — Gu กล่าว

 

🎯 แฮกเกอร์เปลี่ยนเป้า จากโค้ดสมาร์ทคอนแทรกต์ สู่ Supply Chain และระบบปฏิบัติงาน

 

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ Gu ชี้คือการที่มาตรฐานการตรวจสอบ Smart Contract ดีขึ้นมากในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้แฮกเกอร์เริ่มหันไปโจมตี จุดอ่อนที่อยู่นอกตัวโค้ด แทน

 

"Smart Contract ปลอดภัยมากขึ้น แฮกเกอร์จึงหันไปโจมตี Supply Chain ระบบรักษาความปลอดภัยเชิงปฏิบัติการ (OpSec) และจุดอื่นๆ แต่อุตสาหกรรมและโปรเจกต์ส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ไม่มากพอ" — Gu ระบุ

 

💥 สองเคสใหญ่ Drift Protocol และ Kelp DAO รวม 600 ล้านดอลลาร์

 

เหตุการณ์ที่เป็นตัวอย่างชัดเจนในเดือนเมษายนคือ Drift Protocol (แพลตฟอร์ม Perpetual DEX บน Solana) สูญเสียประมาณ 280 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,077 ล้านบาท) จากการที่ระบบ Admin ถูกยึด ซึ่งภายหลังโยงไปถึงกลุ่มแฮกเกอร์ที่ต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับ เกาหลีเหนือ

 

อีกเคสคือ Kelp DAO (โปรโตคอล Liquid Restaking บน Ethereum) ที่ถูกขโมยไป 292 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,466ล้านบาท) โดย Gu ชี้ว่าต้นตอเกิดจากความล้มเหลวของโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาล หลังแฮกเกอร์เจาะระบบ Validator ของ LayerZero (โปรโตคอลส่งข้อความและสินทรัพย์ข้ามบล็อกเชน) ก่อนนำสินทรัพย์ที่ขโมยมาไปวนผ่าน Aave (แพลตฟอร์มกู้ยืมแบบ DeFi รายใหญ่ที่สุด)

 

⚖️ Arbitrum แช่แข็ง 72 ล้านดอลลาร์ ลุกลามเป็นคดีกฎหมาย

 

เหตุการณ์ Kelp DAO ยังทำให้ Arbitrum (เครือข่าย Layer 2 ของ Ethereum) ตัดสินใจอายัดสินทรัพย์ของแฮกเกอร์ราว 72 ล้านดอลลาร์ (ราว 2,334 ล้านบาท) ซึ่งกลายเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง และยิ่งซับซ้อนขึ้นเมื่อมีโจทก์จากคดีการก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือเข้ามาขอเคลมเงินก้อนนี้เพื่อใช้เป็นค่าชดเชย

 

Gu มองว่าเหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนความซับซ้อนของการตอบสนองเหตุการณ์โจมตีในยุคใหม่ ที่โปรโตคอล บล็อกเชน และเอ็กซ์เชนจ์ ต้องวิ่งแข่งกับแฮกเกอร์เพื่อระงับและกู้คืนทรัพย์สินให้ทันเวลา

 

"อุตสาหกรรมต้องร่วมมือกัน ต้องตอบสนองให้เร็วที่สุดเพื่อลดความเสียหาย และต้องหาวิธีให้ชุมชนช่วยกันแช่แข็งโทเค็นได้" — Gu สรุป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้ 
👉 CertiK แฉ! เกาหลีเหนืออัปเกรดขโมยคริปโตสู่ระบบ "อุตสาหกรรม" กวาดเงิน 60% ความเสียหายทั่วโลก 
👉 สรุปดราม่า: การแฮก Kelp DAO ลุกลามสู่ Aave ทำเงินไหลออก 6.2 พันล้านดอลลาร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ปี 2026 อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการรักษาความปลอดภัยบล็อกเชน เมื่อ AI กลายเป็นดาบสองคมที่ทั้งช่วยพัฒนาและทำลายระบบไปพร้อมกัน ประเด็นที่ Gu ชี้ว่าแฮกเกอร์ขยับเป้าหมายจาก Smart Contract ไปสู่ Supply Chain และ OpSec ถือเป็นสัญญาณเตือนที่นักพัฒนาควรรับฟัง เพราะการตรวจสอบโค้ดเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ชุมชน DeFi เริ่มร่วมมือกันสร้างกลไกอย่าง DeFi United เพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ ก็แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศนี้ยังมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งและพร้อมพัฒนาต่อไป

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO CertiK, DeFi hack, AI แฮกเกอร์, Kelp DAO, Drift Protocol, Ronghui Gu, Formal Verification, ความปลอดภัยบล็อกเชน

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com