
ฮาวายแบนตู้ ATM คริปโตเต็มรูปแบบ มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค. นี้ เป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐฯ
รัฐฮาวายของสหรัฐฯ ประกาศห้าม "การเป็นเจ้าของ ดำเนินการ หรือบริหารจัดการตู้ธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทางการเงิน ที่รับเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ จากลูกค้าเพื่อแลกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล" อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ตามรายงานของ Cointelegraph
📜 กฎหมายและที่มา
คำสั่งแบนนี้มาจากร่างกฎหมาย House Bill 1642 ที่สภานิติบัญญัติผ่านความเห็นชอบเมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 และผู้ว่าการรัฐฮาวาย Josh Green ลงนามบังคับใช้เป็นกฎหมายในเดือนกรกฎาคม 2569 ปัจจุบันมีตู้ ATM คริปโตให้บริการอยู่ทั่วเกาะหลักของฮาวายราว 57 เครื่อง (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569)
💸 ตัวเลขความเสียหายที่นำไปสู่การแบน
เหตุผลหลักที่อ้างอิงมาจากข้อมูลของ FBI ที่ระบุว่าชาวอเมริกันสูญเสียเงินจากสแกมสินทรัพย์ดิจิทัลรวมกว่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2568 เฉพาะในรัฐฮาวายเอง มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคริปโตต่อ FBI ถึง 826 กรณีในปีเดียวกัน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายจากสินทรัพย์ดิจิทัลรวมประมาณ 80 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงสแกมที่เกี่ยวข้องกับตู้ ATM คริปโตด้วย
🇺🇸 ฮาวายไม่ใช่รัฐแรกที่แบน
ฮาวายกลายเป็นรัฐที่ 4 ของสหรัฐฯ ที่ออกคำสั่งแบนตู้ ATM คริปโตแบบเต็มรูปแบบ ต่อจากรัฐ Minnesota, Tennessee และ Indiana ที่ออกกฎหมายลักษณะเดียวกันมาก่อนหน้านี้ สะท้อนแนวโน้มที่รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ เริ่มเข้มงวดกับตู้ ATM คริปโตมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความกังวลเรื่องการถูกใช้เป็นช่องทางหลอกลวงเหยื่อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่มักตกเป็นเป้าหมายของแก๊งสแกมที่หลอกให้โอนเงินผ่านตู้ ATM คริปโตแทนการโอนผ่านธนาคารทั่วไป
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 เยอรมนี เริ่มปราบปรามตู้ ATM คริปโตฯ ยึดแล้วกว่า 13 เครื่อง
👉 ตำรวจออสเตรเลียตรวจเข้ม ATM คริปโต! หลังเหยื่อวัย 77 ถูกหลอกหมดตัวกว่า 9 ล้านบาท🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / cointelegraph.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
ตัวเลข 826 เรื่องร้องเรียนในรัฐที่มีประชากรราว 1.4 ล้านคนอย่างฮาวาย ถือว่าไม่น้อยเลยเมื่อเทียบตามสัดส่วน และสอดคล้องกับแพทเทิร์นที่เราเคยรายงานจากหลายประเทศว่าตู้ ATM คริปโตมักถูกใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกเหยื่อให้โอนเงินอย่างรวดเร็วโดยไม่มีทางถอนคืนได้ ต่างจากการโอนผ่านธนาคารที่มักมีขั้นตอนตรวจสอบมากกว่า อย่างไรก็ตาม การแบนเต็มรูปแบบก็มีข้อถกเถียงว่าอาจกระทบผู้ใช้ที่มีเหตุผลถูกต้องตามกฎหมายไปด้วย คงต้องรอดูว่ารัฐอื่นๆ ในสหรัฐฯ จะเดินตามแนวทางนี้เพิ่มอีกกี่รัฐ หรือจะเลือกใช้มาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้นแทนการแบนทั้งหมด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Hawaii, Crypto ATM, สแกมคริปโต, กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ, FBI
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com