DeFi รวมใจ! Arbitrum จ่อปลดล็อก 71 ล้านดอลล์ กู้คืน rsETH หลังเหตุการณ์ Kelp DAO
Arbitrum DAO กำลังจะผ่านมติร่วม 5 โปรโตคอลใหญ่ ปลดล็อก ETH มูลค่าราว 71 ล้านดอลลาร์ (~2,294 ล้านบาท) ที่ Security Council แช่แข็งไว้ตั้งแต่เหตุแฮก Kelp DAO เมื่อเดือนเมษายน เพื่อโอนเข้ากองทุนกู้วิกฤต DeFi United หวังฟื้นฟูสภาพคล่อง rsETH ก่อนปิดโหวตรอบแรกในวันพฤหัสบดีนี้ พูดง่ายๆ ก็คือ ชุมชน DeFi กำลังร่วมมือกัน “ทวงคืน” เงินจากแฮกเกอร์ครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026
🗳️ ผลโหวตรอบแรก: 90.5% หนุน — แทบไร้เสียงคัดค้าน
ตามข้อมูลล่าสุดจาก Snapshot (แพลตฟอร์มโหวต Off-chain ของ DAO) ก่อนปิดโหวตในเวลา 18:54 น. UTC วันพฤหัสบดี พบว่ามีผู้ลงคะแนนเห็นชอบสูงถึง 90.5% หรือคิดเป็นโทเค็น Arbitrum (ARB) จำนวน 173.9 ล้านโทเค็น ขณะที่ 9.4% (18.1 ล้าน ARB) เลือกงดออกเสียง และมีเพียงไม่ถึง 1% (ประมาณ 1,700 โทเค็น) ที่ลงมติคัดค้าน
ข้อเสนอนี้ร่วมร่างโดย Aave Labs (ทีมพัฒนาแพลตฟอร์มกู้ยืม DeFi รายใหญ่ที่สุด), Kelp DAO, LayerZero (โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมต่อข้ามเชน), EtherFi และ Compound โดยมีเป้าหมายปลดล็อก 30,765 ETH ที่ Security Council ของ Arbitrum (กลุ่มผู้ดูแลความปลอดภัยของเครือข่าย) ใช้อำนาจฉุกเฉินอายัดไว้ตั้งแต่ 21 เมษายน หลังเกิดเหตุแฮกเพียงไม่กี่วัน
🚨 ย้อนรอย: เหตุแฮกที่สั่นสะเทือน DeFi ทั้งระบบ
เหตุการณ์นี้เริ่มขึ้นเมื่อแฮกเกอร์ (ที่ภายหลังถูกระบุว่าเชื่อมโยงกับกลุ่ม Lazarus จากเกาหลีเหนือ) ดูดเงินไป 116,500 rsETH จาก Kelp DAO ซึ่งเป็นโปรโตคอล Liquid Restaking (การนำ ETH ที่ฝาก Stake แล้วไปสร้างผลตอบแทนเพิ่มผ่าน EigenLayer) มูลค่าในขณะนั้นอยู่ที่ราว 290–293 ล้านดอลลาร์ (~9,440 ล้านบาท)
มติครั้งนี้ปิดฉากการโหวตรอบแรก และนำพาความพยายาม “DeFi United” เข้าใกล้การฟื้นฟูสภาพคล่องของ rsETH อีกขั้น ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการโหวต On-chain (การลงมติบนบล็อกเชน) ผ่านแพลตฟอร์ม Tally ในรูปแบบ Arbitrum Improvement Proposal (AIP) เชิงรัฐธรรมนูญต่อไป
🤝 “DeFi United”: เมื่อคู่แข่งจับมือกันกู้วิกฤต
DeFi United คือความร่วมมือฉุกเฉินระหว่างโปรโตคอล DeFi รายใหญ่ที่ระดมทุนรวมกันได้แล้วราว 43,000 ETH หรือประมาณ 101 ล้านดอลลาร์ (~3,636 ล้านบาท) เพื่อจำกัดผลกระทบลูกโซ่จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีสมาชิกประกอบด้วย Mantle, EtherFi Foundation, Golem Foundation, Lido DAO, Ethena, LayerZero, Ink Foundation และ Tydro
หากมติ On-chain ผ่านในขั้นสุดท้าย เงินดังกล่าวจะถูกโอนไปยังที่อยู่ปลายทางชื่อ '0xf22' ภายใต้กระเป๋า Gnosis Safe (SAFE) แบบ 3-of-4 (ต้องมีผู้เซ็นรับรอง 3 ใน 4 จึงจะเคลื่อนย้ายได้) โดยมีผู้ลงนามจาก Aave Labs, Kelp DAO, Certora (บริษัทตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ตคอนแทรกต์) และ EtherFi
อย่างไรก็ตาม แม้มติจะผ่าน rsETH ก็ยังมีหลักประกันขาดอยู่อีกราว 76,127 rsETH มูลค่าประมาณ 174.5 ล้านดอลลาร์ (~5,638 ล้านบาท) ซึ่งทีมงานยอมรับว่าการกู้คืนเพียงบางส่วนก็ยังช่วยรักษาเสถียรภาพตลาด DeFi ในวงกว้างได้
💰 อีกมติ: Arbitrum โอน 6,000 ETH หาผลตอบแทนจากคลัง
นอกเหนือจากเรื่อง Kelp DAO แล้ว Arbitrum DAO ยังเตรียมผ่านอีกหนึ่งข้อเสนอ ในการโยก 6,000 ETH (มูลค่า ~14 ล้านดอลล์ หรือราว 452 ล้านบาท) จากคลังของ DAO เข้าสู่ Treasury Management Portfolio (พอร์ตโฟลิโอบริหารคลังสินทรัพย์) เพื่อสร้างผลตอบแทน
ตัวเลขนี้เพิ่มจาก 5,000 ETH เดิมเป็น 6,000 ETH หลังรับฟังเสียงในเวทีกลาง พร้อมโอน USDC ที่ค้างอยู่ราว 150,000 ดอลล์ (~4.8 ล้านบาท) เข้าพอร์ตเพื่อหาผลตอบแทนเพิ่มเติม ผลโหวตเห็นชอบสูงถึง 99.9% (185.7 ล้าน ARB) งดออกเสียงเพียง 0.1% (266,930 ARB) โดยจะปิดโหวตในวันศุกร์ที่ 14:22 น. UTC
ตามการคำนวณ 6,000 ETH ที่จัดสรรไปทำกลยุทธ์ Yield คาดว่าจะสร้างผลตอบแทนเพิ่มราว 288 ETH หรือประมาณ 625,000 ดอลล์ (~20.1 ล้านบาท) ใน 1 ปีข้างหน้า โดยอ้างอิงราคา ETH ที่ 2,200 ดอลล์ และอัตราผลตอบแทนรายปีเฉลี่ย 30 วันล่าสุด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 สรุปดราม่า: การแฮก Kelp DAO ลุกลามสู่ Aave ทำเงินไหลออก 6.2 พันล้านดอลลาร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph / ภาพ bankless.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เหตุการณ์ Kelp DAO กำลังกลายเป็นกรณีศึกษาครั้งสำคัญของ DeFi ว่าระบบที่เคยถูกมองว่า “ไร้ตัวกลาง” อย่างสิ้นเชิงนั้น แท้จริงแล้วยังต้องพึ่ง “การประสานงานของมนุษย์” ในยามวิกฤต การที่โปรโตคอลคู่แข่งหลายเจ้ายอมจับมือกันร่วมแบกรับความเสียหาย แสดงให้เห็นว่าระบบนิเวศ DeFi เริ่มมีวุฒิภาวะมากขึ้น แม้ในมุมหนึ่งก็เปิดประเด็นถกเถียงเรื่องการกระจายอำนาจและ "อำนาจฉุกเฉิน" ของ Security Council ที่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Arbitrum DAO, Kelp DAO, DeFi United, rsETH, LayerZero, Aave Labs, Lazarus Group, แฮกคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com