
คนสะสม NFT ดีใจที่ Blur ปิดหน้าเว็บ ย้อนค่าลิขสิทธิ์ผู้สร้างเหลือ 0.6% ขณะยอดขาย NFT เหลือ 167 ล้านดอลลาร์
หลัง Blur ตลาดซื้อขาย NFT บน Ethereum ประกาศปิดหน้าเว็บ (frontend) วันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ผู้สะสม NFT จำนวนหนึ่งออกมาแสดงความยินดีบน X ตามที่ Cointelegraph รายงานเมื่อ 13 ตุลาคม ซึ่งฟื้นคำวิจารณ์เรื่องนโยบายค่าลิขสิทธิ์ผู้สร้างและโทเคนจูงใจที่ช่วยให้ Blur แซง OpenSea ในยุคบูม แต่กดรายได้ของผู้สร้างผลงาน ทีมข่าวเปิดอ่านโพสต์ประกาศของ Blur บน X แล้ว และรายงานข่าวนี้ต่อจาก ข่าวการปิดหน้าเว็บ
ผู้สะสมบางส่วนดีใจ
Cointelegraph รายงานตัวอย่างความเห็นของผู้สะสมที่ตอบโพสต์ประกาศของ Blur ซึ่งเป็นความเห็นส่วนบุคคลของผู้ใช้ X แต่ละราย ไม่ใช่ความเห็นของคนทั้งวงการ รายหนึ่งเขียนว่า "ขอบคุณที่ปิด ไม่ต้องกลับมาอีก" อีกรายเขียนแสดงความยินดีที่ NFT "รอดจากคุณมาได้" ทีมข่าวไม่ได้ตรวจนับสัดส่วนความเห็นเชิงบวกและลบ
ย้อนดูนโยบายที่ถูกวิจารณ์
Blur เปิดตัวเมื่อ 19 ตุลาคม 2565 ให้ผู้ขายตั้งค่าลิขสิทธิ์ได้เอง พร้อมเสนอโทเคนรางวัลก้อนใหญ่กว่าให้ผู้ที่จ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงกว่า ตามที่ Cointelegraph รายงาน แต่ Blur เข้าตลาดที่การคุ้มครองค่าลิขสิทธิ์อ่อนลงอยู่แล้ว เพราะ Magic Eden เปลี่ยนเป็นค่าลิขสิทธิ์แบบไม่บังคับก่อนหน้านั้นหนึ่งสัปดาห์ Cointelegraph อ้างข้อมูลของ Nansen ว่าค่าลิขสิทธิ์ที่ผู้สร้างได้จริงลดจากเฉลี่ย 2.5% ในปี 2565 เหลือ 0.6% ในเดือนกรกฎาคม 2566 โดยระบุว่าส่วนต่างส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของ Blur นโยบายค่าลิขสิทธิ์ขั้นต่ำ และการที่ OpenSea ลดข้อกำหนดของตัวเองเพื่อแข่งขัน ทีมข่าวไม่ได้ตรวจข้อมูลของ Nansen เอง
การให้รางวัลที่กระตุ้นให้เทรดเดอร์เสนอราคาและเทรดกลับไปมาถูกวิจารณ์ว่าส่งเสริมการล่า Airdrop และการปั่นปริมาณซื้อขายที่ต้องสงสัย ซึ่งเป็นข้อวิจารณ์ที่เรารายงานไว้แล้ว ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้ว
ตลาด NFT ตอนนี้
Blur ไม่ได้เปิดเผยเหตุผลที่ปิดหน้าเว็บและหยุดจับคู่สินเชื่อใหม่บน Blend Cointelegraph ระบุว่าการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นขณะที่การซื้อขาย NFT ยังต่ำกว่าช่วงบูมมาก ข้อมูล CryptoSlam ที่ Cointelegraph อ้างถึงระบุว่ายอดขาย NFT รวมเดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ 167 ล้านดอลลาร์ (ราว 5,600 ล้านบาท ที่ 33.59 บาทต่อดอลลาร์ ตามอัตรา Frankfurter 13 ต.ค. 2569) จาก 2.9 ล้านธุรกรรม เทียบกับพีคเดือนมกราคม 2565 ที่ 6,000 ล้านดอลลาร์ จาก 13.7 ล้านธุรกรรม
ตลาดและบริการ NFT รายอื่นก็ถอยออกเช่นกัน ตามที่ Cointelegraph รายงานว่า Nifty Gateway และ Rodeo ประกาศแผนปิดตัว Foundation ประกาศปิดหลังดีลขายกิจการที่จะช่วยให้เปิดต่อล้มเหลว และ Binance ยุติการรองรับ NFT บนกระดานเทรด ตามที่เรารายงานไว้ใน ข่าว Nifty Gateway, ข่าว Foundation และ ข่าว Binance ยุติ NFT
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่อง Blur และตลาด NFT ที่เราเคยรายงานไว้
👉 อวสานตลาด NFT พรีเมียม! Foundation ประกาศปิดตัวถาวร หลังดีลขายกิจการล่มกลางคัน
👉 CryptoSlate เตือน ซื้อ NFT ไม่ได้แปลว่าคุมไฟล์ภาพ ตลาดปิดแล้วผู้ถือต้องดูแลเอง
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์ประกาศของ Blur บน X (13 ต.ค. 2569), Cointelegraph (13 ต.ค. 2569), Frankfurter
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อมูลที่ตรวจได้คือ Blur ปิดหน้าเว็บวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 และโปรโตคอลยังอยู่บนเชน ส่วนเสียงดีใจของผู้สะสมเป็นความเห็นรายบุคคล ข้อมูลของ Nansen และ CryptoSlam ที่ Cointelegraph อ้างถึงชี้ว่าตลาดเปลี่ยนไปมาก แต่ทีมข่าวไม่ได้ตรวจชุดข้อมูลเหล่านี้เอง และไม่อาจสรุปได้ว่า Blur เป็นสาเหตุเดียวของการลดลงของค่าลิขสิทธิ์ สำหรับผู้ถือ NFT การที่ตลาดปิดต่อเนื่องหมายความว่าควรตรวจว่าไฟล์งานของตนเก็บไว้ที่ใด และผู้กู้บน Blend ต้องจัดการสัญญาก่อน 12 พฤศจิกายน ทีมข่าวไม่ฟันธงราคาโทเคนหรือทิศทางตลาด NFT
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com