BlackRock เดินหน้า Staked ETH ETF ตัวใหม่ เพิ่มผลตอบแทนด้วยรายได้จาก Staking
BlackRock บริษัทบริหารสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ระดับโลกมูลค่า $13.5 ล้านล้านดอลลาร์ ส่งสัญญาณเดินหน้าเปิดตัว Staked Ethereum ETF หลังมีการลงทะเบียนชื่อกองทุนใหม่ในรัฐ Delaware ซึ่งเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรกก่อนยื่นขออนุมัติกับหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ
กองทุนใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการถือ Ethereum ผ่านการนำสินทรัพย์ไป Stake บนเครือข่าย ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้แบบ Passive Yield ให้ผู้ถือหน่วยลงทุน ต่างจากกอง ETH ของ BlackRock เดิม (ETHA) ที่ยังไม่เปิดให้ Stake

ETHA ดูดเงินเข้าแล้ว $13.1B — BlackRock พร้อมขยายไลน์เพิ่มรุ่น Staked
กอง ETHA ซึ่งเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2024 มียอดเงินไหลเข้าแล้วกว่า $13.1 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วที่สุดของ BlackRock
แม้ ETHA จะยังไม่รองรับ Staking แต่บริษัทได้ยื่นข้อเสนอเปลี่ยนแปลงกฎกับ SEC ตั้งแต่กลางปี เพื่อเปิดทางให้เพิ่มฟีเจอร์นี้ ซึ่งสะท้อนว่าบริษัทต้องการขยายขอบเขตผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง
Staked ETH ETF = ผลตอบแทนรวม (Total Return) ที่นักลงทุนรอคอย
การมีฟีเจอร์ staking ช่วยเพิ่มรายได้เฉลี่ยราว 3.95% ต่อปี ตามข้อมูลจาก Blocknative ซึ่งทำให้กองทุนอาจดึงดูดนักลงทุนสายรายได้ (Yield Investors) ได้มากขึ้น
โดยเฉพาะผู้ที่มอง Ethereum ว่าเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้ Staked ETH ETF มีโอกาสกลายเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมถัดไปของตลาด ETF
กฎเกณฑ์ใหม่ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ เอื้อ Crypto ETFs
ภายใต้รัฐบาล Trump นโยบายของ SEC มีท่าทีเปิดกว้างต่อผลิตภัณฑ์ Crypto มากขึ้น โดยมีการออกมาตรฐานการอนุมัติ ETF รูปแบบใหม่ที่ เร็วกว่าเดิม ไม่ต้องประเมินทีละกอง ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์กว่า 70 รายการ เข้าชั้นรออนุมัติ
BlackRock เองเพิ่งยื่น Bitcoin Premium Income ETF ไปเมื่อเดือนกันยายน ซึ่งชี้ว่าบริษัทกำลังค่อย ๆ ขยายไลน์สินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง แม้จะยังไม่สนใจทำ Altcoin ETF อื่นตามกระแสก็ตาม
ภาพรวม
การเดินหน้าของ BlackRock รอบนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่ออนาคตของ Ethereum และความต้องการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ให้ “ผลตอบแทนรวม” แก่นักลงทุน มากกว่าการถือ ETH เฉย ๆ
หาก Staked ETH ETF เปิดตัวได้จริง จะเป็นอีกก้าวสำคัญของตลาด ETF คริปโตในปี 2026
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coinjournal.net