BlackRock ยักษ์ใหญ่ด้านการบริหารสินทรัพย์ระดับโลก เตรียมเปิดตัวกองทุนใหม่ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับ “ผู้ออกเหรียญ Stablecoin” ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับ Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ
กองทุนใหม่นี้มีชื่อว่า BlackRock Select Treasury Based Liquidity Fund (BSTBL) โดยได้รับการปรับโครงสร้างให้เป็นมิตรต่อผู้ถือครอง Stablecoin มากขึ้น ทั้งในด้าน “เวลาซื้อขาย” และ “สัดส่วนสินทรัพย์สำรอง” ที่เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น (Treasury Bills) ซึ่งตรงตามเงื่อนไขของกฎหมาย GENIUS Act
กฎหมาย GENIUS Act: จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของ Stablecoin
GENIUS Act (Guidelines for Establishing Non-Inflationary USD Stablecoins) ซึ่งประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ถือเป็น กฎหมาย Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางฉบับแรกของสหรัฐฯ
กฎหมายฉบับนี้กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับ “Permitted Payment Stablecoin Issuers (PPSIs)” หรือ “ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ที่ได้รับอนุญาต” โดยเน้น 3 เรื่องหลัก:
การถือครองสินทรัพย์สำรองที่มีสภาพคล่องสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
มาตรการป้องกันการฟอกเงิน (AML)
การรายงานข้อมูลและเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเพื่อจัดทำกฎระเบียบฉบับสมบูรณ์ ซึ่งคาดว่าจะเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันและบริษัทจัดการสินทรัพย์อย่าง BlackRock เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารทุนสำรองของ Stablecoin
BlackRock เตรียมพร้อมรับตลาด Stablecoin มูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์คาดว่า ภายในปี 2028 มูลค่าตลาด Stablecoin จะขยายตัวแตะระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ จากระดับปัจจุบันที่ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก The Block
การปรับโครงสร้างกองทุน BSTBL ครั้งนี้จึงถือเป็น “การวางหมากล่วงหน้า” ของ BlackRock เพื่อจับตลาด Stablecoin ที่จะอยู่ภายใต้การกำกับอย่างเป็นทางการ
กองทุนนี้จะให้บริการด้วยระบบเวลาซื้อขายใหม่ (5 p.m. ET trading deadline) และเน้นสินทรัพย์สำรองคุณภาพสูง เพื่อให้สอดคล้องกับกฎของ GENIUS Act ซึ่งต้องการให้ผู้ออกเหรียญมีสภาพคล่องสูงและความโปร่งใสสูงสุด
BlackRock เดินหน้าขยายอาณาจักรสินทรัพย์ดิจิทัล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังต่อยอดจากโครงการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเดิมของ BlackRock ที่ครอบคลุมตั้งแต่
Spot Bitcoin ETF
Ether ETP
BUIDL Tokenized Liquidity Fund
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนา กองทุนที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์จริง (Real World Assets: RWA) เพื่อเข้าสู่ยุค “Onchain Finance” อย่างเต็มรูปแบบ
ยุคใหม่ของ Stablecoin และการจัดการทุนสำรอง
การรีแบรนด์กองทุน BSTBL ของ BlackRock เกิดขึ้นพร้อมกับการเกิดขึ้นของ Stablecoin รุ่นใหม่ที่ถูกกำกับอย่างถูกกฎหมาย เช่น
Anchorage Digital Bank ซึ่งได้รับอนุญาตระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ
ร่วมมือกับ Ethena Labs เพื่อเปิดตัวเหรียญ USDtb ซึ่งเป็น Stablecoin ตัวแรกที่ “สอดคล้องกับ GENIUS Act” อย่างเป็นทางการ
นี่เป็นสัญญาณชัดเจนว่า “ยุคของ Stablecoin ที่ถูกกำกับ (Regulated Stablecoins)” ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
การเติบโตของโลกการเงิน Onchain
ในภาพรวม ธนาคารและบริษัทจัดการสินทรัพย์ทั่วโลกต่างเริ่มทดลอง “Tokenization” หรือการนำสินทรัพย์ดั้งเดิม เช่น หุ้น พันธบัตร และกองทุน มาสร้างเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสภาพคล่องแบบ 24 ชั่วโมง
นักวิเคราะห์จาก TD Cowen คาดการณ์ว่า ฐานทุนในระบบ Onchain อาจเติบโตเกิน 100 ล้านล้านดอลลาร์ ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่ ผลิตภัณฑ์บริหารเงินสดสำหรับผู้ออก Stablecoin อย่างกองทุนของ BlackRock กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากสถาบันการเงินทั่วโลก
อ้างอิง : theblock.co
ภาพ investopedia.com