Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

บอส BlackRock มอง Bitcoin คือ “สินทรัพย์แห่งความกลัว” ราคาเหวี่ยง–เทรดต้องแม่นจังหวะ
04 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

บอส BlackRock มอง Bitcoin คือ “สินทรัพย์แห่งความกลัว” ราคาเหวี่ยง–เทรดต้องแม่นจังหวะ

Larry Fink ประธานและซีอีโอของ BlackRock ผู้จัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในโลก ออกมาเล่าย้อนเส้นทางความคิดต่อ Bitcoin และคริปโตเคอร์เรนซี ว่าจากวันที่เคยมองว่าเกี่ยวข้องกับ “การฟอกเงิน” วันนี้ BlackRock กลายเป็นผู้ออก Spot Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดตัวหนึ่งของตลาดโลกภายใต้ชื่อ IBIT

 

Fink พูดในงาน The New York Times DealBook Summit ร่วมเวทีกับ Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase โดยยอมรับว่ามุมมองต่อคริปโตของเขา “เปลี่ยนไปอย่างมาก” ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา

 

จาก “ของฟอกเงิน” สู่การถือธง Spot Bitcoin ETF

 

หากย้อนกลับไปปี 2017 Larry Fink เคยให้สัมภาษณ์ว่าการเติบโตของ Bitcoin “สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการฟอกเงินในโลกนี้” ทำให้ภาพจำของเขากับคริปโตในยุคนั้นค่อนข้างลบ

 

แต่หลังจากนั้น BlackRock ค่อย ๆ เข้ามาศึกษาและทดลองออกผลิตภัณฑ์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น จนในปี 2024 บริษัทได้รับอนุมัติจาก ก.ล.ต. สหรัฐ (SEC) ให้ออก Spot Bitcoin ETF ภายใต้ชื่อ

 

  • iShares Bitcoin Trust (IBIT)

 

กองทุนนี้เคยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) แตะระดับราว 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กลายเป็นหนึ่งใน Spot Bitcoin ETF ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็น “ตัวอย่างชัด ๆ” ของการเปลี่ยนท่าทีของ BlackRock ต่อ Bitcoin

 

Fink บอกบนเวทีว่า มุมมองของเขา “วิวัฒนาการตลอดเวลา” และการที่ BlackRock ลงมาเล่นในตลาดคริปโตอย่างจริงจัง ก็สะท้อนว่าเขาไม่ได้มองมันเป็นแค่ของผิดกฎหมายอีกต่อไป

 

Bitcoin ในมุมมองใหม่: “สินทรัพย์แห่งความกลัว”

 

แม้ท่าทีโดยรวมจะเป็นบวกขึ้น แต่ Larry Fink ก็ไม่ได้ถึงขั้นเชียร์ Bitcoin แบบสุดโต่ง เขาเรียก Bitcoin ว่าเป็น “asset of fear” หรือ “สินทรัพย์แห่งความกลัว”

 

ความหมายก็คือ Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่คนหันไปถือ

 

  • เวลากังวลเรื่องภูมิรัฐศาสตร์

  • ไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโลก

  • กลัวปัญหาเงินเฟ้อและการพิมพ์เงิน

 

อย่างไรก็ตาม Fink ก็เตือนชัดว่า หากมอง Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำหรับ “เทรดเก็งกำไร” ระยะสั้น นักลงทุนต้องยอมรับว่า

 

ราคาเหวี่ยงแรงมาก และต้อง “แม่นเรื่องจังหวะตลาด” ซึ่งคนส่วนใหญ่ทำได้ไม่ดี

 

เขาชี้ว่าราคาของ Bitcoin เคยย่อลงหลังมีสัญญาณบวกเรื่องข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ–จีน และโอกาสยุติสงครามในยูเครน สะท้อนว่าตลาดยังใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์หนีความเสี่ยงในช่วงข่าวลบ มากกว่าการมองเป็นสินทรัพย์เสถียรในทุกสภาพตลาด

 

จากคำพูดเมื่อปี 2017 ถึงยุค IBIT มูลค่าแตะ 7 หมื่นล้านดอลลาร์

 

คำพูดของ Fink วันนี้ถือว่าต่างจากปี 2017 อย่างสิ้นเชิง ตอนนั้นเขาย้ำชัดว่า Bitcoin “สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการฟอกเงินในโลก”

 

แต่วันนี้ภาพเปลี่ยนไปมาก เพราะ

 

  • BlackRock กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นหลักในตลาด Bitcoin ETF

  • นักลงทุนสถาบันและกองทุนจำนวนมากเริ่มเข้าถึง BTC ผ่านผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในกรอบกำกับดูแล

  • Bitcoin ถูกหยิบไปพูดในบริบท “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง” มากกว่าของผิดกฎหมายอย่างที่เคยถูกโจมตีในอดีต

 

นี่คือ “ตัวอย่างจริง” ของการเปลี่ยนมุมมองจากสาย Traditional Finance ที่เคยไม่เชื่อในคริปโต แต่วันนี้ต้องยอมรับบทบาทของมันในพอร์ตการลงทุนระดับโลก

 

IBIT เจอยอดไหลออก แต่ BlackRock ยังเชื่อในบทบาท ETF

 

แม้จะเติบโตเร็ว แต่ IBIT ก็เริ่มเจอแรงกดดันในปีล่าสุด หลังมียอดไหลออก (net outflows) กว่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน เพียงเดือนเดียว มีการถอนเงินออกก้อนใหญ่ เช่น

 

  • วันที่ 14 พ.ย. ราว 463 ล้านดอลลาร์

  • วันที่ 18 พ.ย. ราว 523 ล้านดอลลาร์

 

อย่างไรก็ตาม ฝั่งผู้บริหารของ BlackRock ยังย้ำว่า

 

  • พวกเขามอง ETF เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีสภาพคล่องและทรงพลัง

  • การเข้าออกของเงินลงทุนเป็นเรื่องปกติในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงตลาดผันผวน

 

ในภาพใหญ่ นี่สะท้อนว่าแม้กระแสเงินจะหมุนเข้า–ออก แต่ BlackRock ไม่ได้ถอยจากตลาด Bitcoin ง่าย ๆ และยังมองสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนระยะยาว

 

สรุป: เสียงสะท้อนจากหัวเรือใหญ่แห่ง Wall Street ที่นักลงทุนคริปโตควรฟัง

 

มุมมองของ Larry Fink ต่อ Bitcoin และคริปโต น่าสนใจเพราะมันสะท้อนทั้ง

 

  • การเปลี่ยนแปลงของ โลกการเงินดั้งเดิม (TradFi)

  • การยอมรับของสถาบันขนาดใหญ่ต่อ สินทรัพย์ดิจิทัล

  • บทบาทของ Bitcoin ในฐานะ สินทรัพย์หนีความเสี่ยง–เก็งกำไร–และเครื่องมือกระจายความเสี่ยง

 

อ้างอิง : cointelegraph.com