Saylor โพสต์ปริศนา "ต้องมีสีใหม่แล้ว" หลัง Strategy ไม่ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 4 สัปดาห์ติด
27 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Saylor โพสต์ปริศนา "ต้องมีสีใหม่แล้ว" หลัง Strategy ไม่ซื้อ Bitcoin เพิ่ม 4 สัปดาห์ติด

Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง Strategy บริษัทถือครองบิตคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลก โพสต์ข้อความปริศนาผ่าน X ว่า "เราต้องมีสีใหม่แล้ว" (We're gonna need another color) พร้อมแนบกราฟการซื้อบิตคอยน์ของบริษัทที่เต็มไปด้วยจุดสีส้มนับตั้งแต่ปี 2563 หลังจาก Strategy ไม่มีการซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมมาแล้ว 4 สัปดาห์ติดต่อกัน จุดกระแสคาดเดาในหมู่นักลงทุนว่าบริษัทกำลังจะซื้อเพิ่ม ขายออก หรือประกาศเรื่องอื่น

 

💬 ข้อความปริศนาครั้งนี้คืออะไร

 

นี่คือโพสต์กราฟติดตามการซื้อบิตคอยน์แบบรายสัปดาห์ (วันอาทิตย์) ครั้งที่ 5 ของ Saylor นับตั้งแต่ Strategy เปิดเผยการซื้อบิตคอยน์ครั้งล่าสุดที่ยืนยันแล้ว โดยเขาไม่ได้อธิบายความหมายของแคปชั่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันธุรกรรมใดๆ สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

📊 สถิติการถือครองปัจจุบัน

 

ปัจจุบัน Strategy ถือครองบิตคอยน์รวม 843,775 BTC จากการซื้อทั้งหมด 113 ครั้ง คิดเป็นมูลค่าปัจจุบันประมาณ 54,400 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าเงินลงทุนที่ใช้ไปจริงประมาณ 9,300 ล้านดอลลาร์ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 75,476 ดอลลาร์ต่อเหรียญ จากเงินทุนที่ใช้ไปทั้งหมด 63,690 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาบิตคอยน์ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 64,600 ดอลลาร์

 

📅 ประวัติการซื้อล่าสุด

 

การซื้อครั้งล่าสุดที่เปิดเผยเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-21 มิถุนายน จำนวน 520 BTC มูลค่าประมาณ 34.9 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย 67,068 ดอลลาร์ต่อเหรียญ หลังจากนั้นการยื่นรายงานทุกวันจันทร์ติดต่อกัน 4 ครั้ง (29 มิถุนายน, 6 กรกฎาคม, 13 กรกฎาคม และ 20 กรกฎาคม) ไม่มีการรายงานซื้อบิตคอยน์เพิ่มเติมเลย

 

🎨 รูปแบบการใช้สีของ Saylor ในอดีต

 

Saylor เคยใช้การอ้างอิงถึงสีเพื่อสื่อถึงประเภทธุรกรรมมาก่อน เช่นเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เขาโพสต์คำถามว่า "ถ้าเราเริ่มเพิ่มจุดสีเขียวล่ะ" ก่อนจะประกาศซื้อบิตคอยน์ 130 เหรียญ พร้อมเพิ่มเงินสำรองดอลลาร์ 1,440 ล้านดอลลาร์ ส่วนวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา เขาโพสต์คำถามว่า "สีส้มหรือสีเขียว" เกี่ยวกับการตัดสินใจจัดสรรเงินทุน

 

💵 กรอบการใช้เงินทุนใหม่

 

Strategy นำกรอบการใช้เงินทุนใหม่มาใช้ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน เปิดทางเลือกใหม่สำหรับการใช้เงินสด ได้แก่ โครงการซื้อคืนหลักทรัพย์สินเชื่อดิจิทัลมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โครงการซื้อหุ้นคืนมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และโครงการ BTC Monetization มูลค่า 1,250 ล้านดอลลาร์ ที่อนุญาตให้บริษัทขายบิตคอยน์ได้

 

📐 การนิยาม mNAV ใหม่

 

เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา Strategy ได้ปรับนิยามการคำนวณ mNAV ใหม่ โดยวัดจากราคาหุ้นหารด้วยบิตคอยน์สุทธิต่อหุ้นในหน่วยดอลลาร์ หักลบสิทธิเรียกร้องที่มีลำดับสูงกว่า และปรับด้วยเงินสำรองดอลลาร์ ทำให้ตัวเลข mNAV เดิมก่อนหน้านี้ไม่สามารถนำมาเทียบเคียงกับตัวเลขใหม่ได้โดยตรง

 

📉 สัญญาณที่เชื่อมโยงกับการซื้อเริ่มอ่อนลง

 

ในอดีต โพสต์วันอาทิตย์ของ Saylor มักตามมาด้วยการเปิดเผยการซื้อในวันจันทร์ถัดไป แต่ความเชื่อมโยงนี้เริ่มอ่อนลงในระยะหลัง โดยโพสต์วันที่ 28 มิถุนายนที่ระบุว่า "เราต้องมีกราฟเพิ่มแล้ว" กลับตามมาด้วยการประกาศกรอบเงินทุนใหม่แทนที่จะเป็นการซื้อ ส่วนโพสต์วันที่ 5 กรกฎาคมกลับตามมาด้วยการเปิดเผยการขายบิตคอยน์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท

 

⏰ ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป

 

Strategy มีกำหนดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 หลังตลาดปิดในวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคมนี้ ซึ่งอาจเป็นจุดที่ทำให้ทราบทิศทางที่แท้จริงของบริษัทในรอบนี้

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ก่อนหน้านี้ Strategy เพิ่งเปิดเผยตัวชี้วัดความเสี่ยงใหม่เกี่ยวกับหนี้สินที่ผูกกับบิตคอยน์
👉 Strategy เปิดเผยเกณฑ์ผลตอบแทน Bitcoin ขั้นต่ำ หากต่ำกว่านี้อาจต้องปรับโครงสร้างหนี้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เขียนโดย Zack Abrams) / theblock.co / ภาพ coindesk.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ต้องย้ำว่าโพสต์ลักษณะนี้เป็นเพียงการคาดเดาจากรูปแบบพฤติกรรมในอดีตเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันธุรกรรมใดๆ จาก Strategy อย่างเป็นทางการ และดังที่บทความนี้ชี้ให้เห็น ความเชื่อมโยงระหว่างโพสต์ของ Saylor กับการซื้อจริงเริ่มอ่อนลงอย่างชัดเจนในช่วงหลัง บางครั้งตามมาด้วยการซื้อ บางครั้งตามมาด้วยการขาย และบางครั้งก็เป็นแค่การประกาศนโยบาย นักลงทุนไม่ควรนำโพสต์เหล่านี้ไปใช้ตัดสินใจซื้อขายล่วงหน้า ควรรอผลประกอบการไตรมาส 2 ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้เพื่อความชัดเจนมากกว่า

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Michael Saylor, Strategy, MicroStrategy, Bitcoin, mNAV

⚠️ คำเตือนความเสี่ยงด้านการลงทุน: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น มิได้เป็นคำแนะนำในการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com