สัปดาห์นี้ตลาด Bitcoin กลับมามีความหวังอีกครั้ง หลังราคาฟื้นตัวขึ้นเหนือ $114,000 แม้จะเผชิญแรงกดดันจากกระแสไหลออกของกองทุน ETF ก็ตาม นักลงทุนกำลังถามคำถามสำคัญว่า อะไรจะเป็นตัวกระตุ้นให้ Bitcoin พุ่งต่อจนแตะ $120,000 ได้
รายงานล่าสุดเผยว่า มีเงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ กว่า 900 ล้านดอลลาร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันข้อมูลจาก Glassnode ระบุว่า “วาฬ Bitcoin ระยะยาว” ขายทำกำไรไปแล้วกว่า 3.4 ล้าน BTC โดยประมาณ 90% ของเหรียญที่เคลื่อนย้ายเป็นการขายที่มีกำไร ซึ่งนับเป็นครั้งที่สามในรอบวัฏจักรนี้ สัญญาณดังกล่าวบ่งชี้ว่า ตลาดอาจกำลังเข้าสู่ ช่วงพักตัว (cooling phase)

ปัจจัยหลักที่ต้องจับตา: กฎเกณฑ์ – ชัตดาวน์ – ตลาดแรงงาน
โต๊ะกลม SEC–CFTC ว่าด้วยคริปโต
หนึ่งในตัวแปรสำคัญคือการประชุมร่วมระหว่าง คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) และ คณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ซึ่งจัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. งานนี้มีผู้บริหารการเงินยักษ์ใหญ่เข้าร่วม ทั้ง Jeff Sprecher ซีอีโอ ICE–NYSE, Adena Friedman ซีอีโอ Nasdaq และ Terry Duffy ซีอีโอ CME Group รวมถึงตัวแทนจากธนาคารและบริษัทคริปโตชั้นนำ การประชุมนี้ถูกมองว่าจะสร้าง ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์สินทรัพย์ดิจิทัล และหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนความเสี่ยงจากการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ
ความกังวลอีกประการคือ ความเสี่ยงชัตดาวน์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 1 ตุลาคม หากไม่มีการอนุมัติร่างงบประมาณใหม่ จะส่งผลให้พนักงานรัฐบาลนับพันถูกพักงาน และโครงการสำคัญหลายอย่างถูกระงับ ล่าสุดสภาผู้แทนราษฎรผ่านร่างกฎหมายชั่วคราวเพื่อขยายงบประมาณไปจนถึง 21 พฤศจิกายน แต่ยังต้องรอวุฒิสภาอนุมัติ นักลงทุนจับตาว่าผลลัพธ์ครั้งนี้จะกระทบต่อทิศทางความเสี่ยงในตลาดคริปโตอย่างไร
ที่มา: Polymarket ข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ
ตลาดกำลังรอการเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น JOLTS Job Openings ในวันอังคาร และ Nonfarm Payroll ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ใช้ประเมินเศรษฐกิจ หากตัวเลขแรงงานอ่อนแอกว่าคาด อาจทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ และพันธบัตรระยะสั้น ซึ่งอาจสะเทือนต่อแรงซื้อใน Bitcoin
ความหวังจาก “Strategic Bitcoin Reserve” ของสหรัฐฯ
อีกหนึ่งแรงหนุนทางจิตวิทยาของตลาดคือความคาดหวังต่อ กองทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติของสหรัฐฯ (Strategic Bitcoin Reserve) โดย Samson Mow ผู้ก่อตั้ง Jan3 เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเดินหน้ากลยุทธ์แบบ “ไม่กระทบงบประมาณ” เพื่อจัดหาบิตคอยน์เข้าสู่ทุนสำรอง
มีการคาดการณ์ว่า หากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปรับมูลค่าทองคำอย่างเป็นทางการใหม่จาก $42.22 ต่อออนซ์ ซึ่งถูกกำหนดตั้งแต่ปี 1973 จะสามารถปลดล็อกเครดิตเพิ่มขึ้นเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ รัฐมนตรีคลัง Scott Bessent จะออกมาปฏิเสธ แต่กระแสความเชื่อมั่นต่อแนวคิดดังกล่าวยังคงเป็นแรงหนุนทางจิตวิทยาสำหรับ Bitcoin

บทสรุป: ปัจจัยที่จะผลัก BTC สู่ $120,000
ตลาด Bitcoin ยังคงต้องการแรงกระตุ้นชัดเจนในการวิ่งต่อ ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่:
ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์คริปโตจาก SEC–CFTC
ความคืบหน้าการแก้ปัญหาชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ
ข้อมูลตลาดแรงงานที่สะท้อนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ
ความหวังต่อการตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐฯ
แม้จะมีแรงขายจากวาฬและการไหลออกของ ETF แต่ปัจจัยเหล่านี้ยังคงเป็นเชื้อไฟสำคัญที่อาจพา Bitcoin ทะลุระดับ $120,000 ได้
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coindesk.com