ตลาดหมีเขย่าขวัญ! Bitcoin ดิ่งแตะจุดต่ำสุดรอบ 2 ปี ลุ้นเด้งสู้ฟัดด่านออปชัน 4.2 แสนล้านคืนนี้
Bitcoin (BTC) ร่วงหนักกว่า 9% ภายใน 3 วัน แตะจุดต่ำสุดของปี พ.ศ. 2569 ที่ระดับ $58,000 (~1.94 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2567 แรงขายถล่มล้างสถานะ Leverage ฝั่งขาขึ้นกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (~3.34 หมื่นล้านบาท) ขณะที่ ETF ไหลออกสุทธิ $469 ล้านดอลลาร์ (~1.57 หมื่นล้านบาท) ในวันเดียว บ่งชี้ว่าความต้องการจากสถาบันกำลังอ่อนแรง ในขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและพันธบัตรสหรัฐฯ กำลังดึงเม็ดเงินออกจากสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเห็นได้ชัด
📉 Bitcoin ร่วง 9% ใน 3 วัน — ล้างเลเวอเรจทะลุพันล้านดอลลาร์
ราคา Bitcoin พังทะลุแนวรับสำคัญลงไปทดสอบโซน $58,000 (~1.94 ล้านบาท) ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่เดือนกันยายน พ.ศ. 2567 การดิ่งลงครั้งนี้ปลดปล่อยแรงล้างพอร์ต Liquidation (การชำระบัญชีสถานะ Leverage โดยอัตโนมัติ) ในฝั่ง Long (เดิมพันขาขึ้น) กว่า 1 พันล้านดอลลาร์ (~3.34 หมื่นล้านบาท) ก่อนที่ราคาจะดีดกลับขึ้นมาพักที่ $59,500 (~1.99 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนั้นยังขาดความเชื่อมั่น เพราะในวันเดียวกัน ทั้งดัชนี S&P 500 และราคาทองคำต่างลบล้างผลขาดทุนในวันนั้นได้ครบถ้วน ทิ้ง Bitcoin ไว้ในฐานะสินทรัพย์ที่ยังฟื้นตัวได้ช้ากว่า
🏭 PCE เงินเฟ้อ + น้ำมันถูกลง = หุ้นเทคฯ กลับมาร้อนแรง
ความปั่นป่วนในตลาดรอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดเผย PCE Index (ดัชนีค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักของธนาคารกลางสหรัฐฯ) ในเดือนพฤษภาคม ที่ปรับขึ้น 4.1% เมื่อเทียบปีต่อปี แต่ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ร่วงจาก $95 เหลือ $75 ต่อบาร์เรลภายในเดือนเดียว ทำให้นักลงทุนเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินเฟ้อผ่านจุดพีคไปแล้ว พลังงานที่ราคาลดลงส่งผลให้มีเม็ดเงินเหลือไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นโดยตรง

กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และ AI กลายเป็นพระเอกของตลาด: Micron Technology (MU) พุ่งขึ้น 16% จากผลกำไรไตรมาสที่แข็งแกร่ง พา SanDisk (SNDK — บริษัทสตอเรจที่ Micron ถือครอง) ขึ้นตาม 18% ขณะที่ Applied Materials (AMAT — ผู้ผลิตอุปกรณ์การผลิตชิป) บวก 10% ด้วยนวัตกรรมเครื่องมือใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ได้แก่ การเข้าถือหุ้น Intel 9.9%, จัดสรรงบ $2 พันล้านดอลลาร์ (~6.68 หมื่นล้านบาท) ให้บริษัทควอนตัมคอมพิวติ้ง, เปิดที่ดินของรัฐบาลกลางสำหรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ และวางกรอบกำกับดูแลโมเดล AI ชั้นแนวหน้า สิ่งเหล่านี้ทำให้ความน่าสนใจในการลงทุนกลุ่มเทคฯ เพิ่มสูงขึ้นชัดเจน
💵 พันธบัตรสหรัฐฯ ดูดเม็ดเงิน — โอกาสขึ้นดอกเบี้ยพุ่งสู่ 80%
แม้ Bitcoin จะไม่ได้แข่งขันกับ AI โดยตรง แต่มุมมองความคุ้มค่าของความเสี่ยง (Risk-Reward) ของนักเทรดก็เริ่มเอนเอียงมาทางหุ้นและตราสารหนี้มากขึ้น นักลงทุนที่เป็นห่วงเรื่องมูลค่าหุ้น AI ที่อาจพองเกินจริง — อย่างกรณีของ SpaceX (SPCX) ที่หุ้นร่วงจากจุดสูงสุดถึง 32% — ยังสามารถหาที่หลบพักในพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 5 ปี ที่ให้ผลตอบแทน 4.15% ต่อปีในขณะนี้
ความน่าดึงดูดของ Bitcoin ยิ่งอ่อนแอลงอีก เมื่อข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่าตลาดกำหนดความน่าจะเป็นที่สหรัฐฯ จะขึ้นดอกเบี้ยภายในเดือนธันวาคมสูงถึง 80% เพิ่มจาก 68% เมื่อเดือนที่แล้ว สภาพแวดล้อมดอกเบี้ยสูงนี้เป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทน (non-yielding assets) อย่าง Bitcoin อยู่เสมอ
📤 ETF ไหลออก $469 ล้าน — ตัวเลขสถาบันส่งสัญญาณน่าเป็นห่วง
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดของการอ่อนแรงของอุปสงค์สถาบัน คือการที่กองทุน Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครอง Bitcoin จริง) บันทึกเงินไหลออกสุทธิ $469 ล้านดอลลาร์ (~1.57 หมื่นล้านบาท) ในวันเดียว ตัวเลขนี้ถูกใช้เป็นตัวชี้วัดหลักของความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน

นอกจากนี้ Strategy (MSTR) — บริษัทที่เปลี่ยนชื่อจาก MicroStrategy และเป็นองค์กรที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก — กำลังแบกรับผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized loss) จำนวนมากหลังจากลงทุนซื้อ Bitcoin รวมมูลค่า $64.1 พันล้านดอลลาร์ (~2.14 ล้านล้านบาท) นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 สถานการณ์ดังกล่าวยิ่งบั่นทอน Sentiment (ความรู้สึกของตลาด) ในภาพรวม
⚙️ Options หมดอายุ $13 พันล้าน — Put ท่วม Call อย่างหนัก
ปัจจัยกดดันในระยะสั้นอีกตัวคือการหมดอายุสัญญา Bitcoin Options มูลค่า $13 พันล้านดอลลาร์ (~4.34 แสนล้านบาท) ในวันศุกร์นี้ โดยโครงสร้างของ Options เอนเอียงไปทางขาลงอย่างชัดเจน: 78% ของ Call Options (สิทธิซื้อ) ทั้งหมดตั้งราคา Strike ไว้ที่ $72,000 ขึ้นไป ซึ่งห่างจากราคาตลาดมาก ทำให้ Calls ส่วนใหญ่จะหมดอายุไร้ค่าโดยไม่สร้างแรงซื้อ
ขณะที่ Open Interest (ปริมาณสัญญาคงค้าง) ฝั่ง Put บน Deribit (แพลตฟอร์มซื้อขาย Crypto Options ชั้นนำที่ Coinbase เพิ่งเข้าซื้อกิจการในมูลค่า $2.9 พันล้านดอลลาร์) สูงกว่าฝั่ง Call ถึง $3.4 พันล้านดอลลาร์ (~1.13 แสนล้านบาท) พูดง่ายๆ ก็คือ นักเทรดมืออาชีพกำลังจ่ายแพงกว่าเพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลง — และนั่นเพียงพอที่จะบอกว่าตลาดยังไม่พร้อมฟื้น
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Bitcoin Open Interest ดิ่งต่ำสุดรอบปี! สถาบันทิ้ง BTC หรือแค่พักฐานรอตัวเลขเศรษฐกิจ?
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 BTC ร่วง 3 สัปดาห์ติด – เทรดเดอร์เตรียมรับศึกสัญญาออปชันหมด $22,000 ล้าน
👉 Coinbase ปิดดีลซื้อ Deribit มูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์ เสริมแกร่งตลาดคริปโตออปชัน
อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph (cointelegraph.com)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict สิ่งที่น่าเป็นห่วงในรอบนี้ไม่ใช่แค่ราคาที่ดิ่งลง แต่คือสัญญาณที่บ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังเผชิญการแข่งขันแย่งเม็ดเงินจากทั้งหุ้นเทคฯ และพันธบัตร — และในขณะนี้กำลังอยู่ในฐานะเสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ของ Bitcoin แสดงให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าช่วงที่ Sentiment ตกต่ำที่สุด มักเป็นโอกาสสะสมที่ดีที่สุดสำหรับผู้ถือระยะยาว สิ่งที่ควรจับตาในระยะสั้นคือ ETF จะกลับมามีเงินไหลเข้าเมื่อใด และสัญญา Options ที่หมดอายุวันศุกร์นี้จะส่งแรงกดหรือผ่อนคลายตลาดได้มากน้อยแค่ไหน — คำตอบของสองปัจจัยนั้นจะกำหนดทิศทางสัปดาห์หน้าได้ชัดเจนที่สุด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, BTC ราคา 2026, Spot Bitcoin ETF, ETF outflows, Options Expiry, Deribit Put Options, Strategy MSTR, PCE เงินเฟ้อ, CME FedWatch, ดอกเบี้ยสหรัฐ, หุ้นเซมิคอนดักเตอร์, ราคา Bitcoin จุดต่ำสุด
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com