นักขุดไม่ถอย! แม้ค่า Difficulty พุ่งเป็นประวัติการณ์ แต่ Hashrate ยังพุ่งต่อ
ข้อมูลออนเชนล่าสุดเผยว่า ค่า Hashrate ของ Bitcoin แบบค่าเฉลี่ย 7 วัน (7-day average) พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ (ATH) แตะ 1.03 Zettahashes ต่อวินาที (ZH/s) แม้ว่าเครือข่ายจะเพิ่งปรับ ค่า Difficulty ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ก็ตาม
Hashrate คืออะไร และทำไมสำคัญ?
Hashrate คือปริมาณกำลังประมวลผลที่นักขุด (miners) เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่าย Bitcoin เพื่อยืนยันธุรกรรมและสร้างบล็อกใหม่ หากค่า Hashrate เพิ่มขึ้น แปลว่ามีนักขุดใหม่เข้ามาหรือเหมืองเดิมขยายกำลังการขุด ซึ่งสะท้อนว่าการขุดยังคง มีกำไรและน่าดึงดูด สำหรับผู้เล่นในตลาด
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา การที่ Hashrate เพิ่มขึ้นสวนทางกับ Difficulty บ่งชี้ว่าตลาดนักขุดยังคงเชื่อมั่น แม้สภาพการขุดจะเข้มข้นขึ้นก็ตาม

Bitcoin Difficulty: ดาบสองคมของนักขุด
Difficulty คือค่าที่ระบบ Bitcoin ปรับอัตโนมัติทุก ๆ ~2 สัปดาห์ เพื่อควบคุมให้การสร้างบล็อกใหม่ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อบล็อก
ถ้า Hashrate สูงและนักขุดทำงานเร็วเกินไป → ระบบจะเพิ่ม Difficulty
ถ้า Hashrate ลดลงและนักขุดช้ากว่าเกณฑ์ → ระบบจะลด Difficulty

ข้อมูลจาก CoinWarz ระบุว่า Difficulty ล่าสุดพุ่งแตะ 136.04 TH ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ Bitcoin การปรับขึ้นเช่นนี้มักบีบรายได้ของนักขุดรายเล็กหรือผู้ที่ต้นทุนไฟฟ้าสูง ทำให้บางครั้ง Hashrate มักลดลงหลังการปรับ แต่ครั้งนี้การลดลงเกิดเพียงชั่วคราว ก่อน Hashrate จะกลับมาพุ่งทำสถิติใหม่
แม้ Bitcoin จะปรับ Difficulty ขึ้นสู่ระดับสูงสุดตลอดกาล แต่ Hashrate ยังคงพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและการลงทุนต่อเนื่องของนักขุดทั่วโลก ปัจจัยสำคัญมาจาก การฟื้นตัวของราคา BTC ที่ช่วยให้เหมืองยังคงมีกำไร และตอกย้ำความแข็งแกร่งของระบบนิเวศ Bitcoin ในฐานะเครือข่ายที่กระจายศูนย์อย่างแท้จริง
อ้างอิง : bitcoinist.com