นักวิเคราะห์ฝัน Bitcoin แตะ $300,000–$500,000 ปี 2029 แต่สถิติวัฏจักร Halving บอกว่า "อย่าเพิ่งหวังสูง"
แม้ตลาดคริปโตจะยังอยู่ในช่วงขาลง แต่นักวิเคราะห์หลายรายเริ่มมองข้ามช็อตไปยังวัฏจักรขาขึ้นรอบถัดไปแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นในช่วงปลายปี พ.ศ. 2569 (2026) นี้ โดยตั้งเป้าราคาไว้สูงถึง 300,000–500,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9.98–16.64 ล้านบาทต่อเหรียญ
ปีเตอร์ แบรนดท์ (Peter Brandt) เทรดเดอร์รุ่นเก๋าที่คร่ำหวอดในตลาดมากว่า 4 ทศวรรษ คาดการณ์ว่าจุดสูงสุดรอบหน้าจะอยู่ระหว่าง 300,000–500,000 ดอลลาร์ ในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม พ.ศ. 2572 (2029) โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ "วัฏจักร 4 ปีต้องยังคงทำงานตามรูปแบบเดิม" ขณะที่ เกาตัม ชูกานี (Gautam Chhugani) และ มาฮิกา ซาปรา (Mahika Sapra) นักวิเคราะห์จาก Bernstein คาดว่าราคาจะแตะ 500,000 ดอลลาร์ภายในปี พ.ศ. 2572 โดยอ้างอิงความต้องการที่เติบโตอย่างร้อนแรงของกองทุน Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือครอง Bitcoin จริงโดยตรง)
⛏️ ทำความเข้าใจ "วัฏจักร 4 ปี" ที่ขับเคลื่อนด้วย Halving
ต่างจากทองคำหรือหุ้น Bitcoin มีแนวโน้มเคลื่อนไหวเป็นวัฏจักร 4 ปีที่ชัดเจน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เหตุการณ์ Halving (การลดรางวัลการขุดลงครึ่งหนึ่ง — กลไกที่ทำให้ Bitcoin เกิดใหม่ต่อบล็อกลดลง 50% ทุก ๆ 4 ปี) เปรียบเสมือนการ "ลดอัตราการพิมพ์เงินใหม่ลงครึ่งหนึ่ง" ที่ถูกเขียนไว้ในโค้ดล่วงหน้า
Halving ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2555 (2012) และครั้งที่ 5 มีกำหนดในเดือนเมษายน พ.ศ. 2571 (2028) จากสถิติในอดีต ราคามักทำจุดต่ำสุดและเริ่มต้นขาขึ้นรอบใหม่ราว 18 เดือนก่อน Halving จากนั้นขาขึ้นจะไปทำจุดสูงสุดราว 16–18 เดือนหลัง Halving ก่อนเข้าสู่ตลาดหมียาวประมาณ 1 ปี — นี่คือที่มาของวัฏจักร 4 ปี และเป็นเหตุผลว่าทำไมจุดสูงสุดรอบถัดไปจึงถูกคาดหมายไว้ในปี พ.ศ. 2572 (2029)
📉 Reality Check: ตัวเลขที่สวนทางกับความฝัน
อย่างไรก็ตาม แม้วัฏจักร 4 ปีจะสร้างจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ได้อย่างสม่ำเสมอ แต่ข้อมูลชี้ชัดว่า "ตัวคูณผลตอบแทน" ของแต่ละรอบหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ:
- พ.ศ. 2556 (2013): 266 ดอลลาร์ (ราว 8,850 บาท)*
- พ.ศ. 2560 (2017): เกือบ 20,000 ดอลลาร์ (ราว 665,600 บาท) — เพิ่มขึ้นราว 75 เท่าจากจุดสูงสุดก่อนหน้า
- พ.ศ. 2564 (2021): ราว 69,000 ดอลลาร์ (ราว 2.30 ล้านบาท) — เพิ่มขึ้น 3.5 เท่าจากปี 2017
- พ.ศ. 2568 (2025): 126,000 ดอลลาร์ (ราว 4.19 ล้านบาท) — เพิ่มขึ้นเพียง 1.8 เท่าจากปี 2021
เหตุผลเบื้องหลังตรงไปตรงมา: ยิ่ง Bitcoin มีมูลค่าตลาด (Market Cap) ใหญ่ขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลมากขึ้นเท่านั้นในการดันราคาให้ขยับอย่างมีนัยสำคัญ
แปลว่าอะไร? ขาขึ้นแต่ละรอบกำลัง "นิ่งขึ้นและวัดผลได้มากขึ้น" ไม่ใช่การพุ่งทะยานแบบจรวด (Moonshot) อีกต่อไป และหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป จุดสูงสุดรอบหน้าอาจต่ำกว่าเป้า 300,000–500,000 ดอลลาร์อย่างมาก — เพราะการไปถึงแค่ 300,000 ดอลลาร์ ก็ต้องการการปรับขึ้นกว่า 2.4 เท่าจากจุดสูงสุดปี 2025 แล้ว ซึ่งมากกว่าตัวคูณ 1.8 เท่าของรอบล่าสุดเสียอีก
🏦 แม้แต่ QE มหาศาลยังดันไม่ขึ้น
ฝั่งกระทิงอาจแย้งว่า หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อัดฉีดมาตรการกระตุ้นเต็มรูปแบบ หรือกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เข้าซื้อ BTC เป็นทุนสำรองโดยตรง สถานการณ์อาจพลิกได้
แต่ประวัติศาสตร์บอกอีกอย่าง: แม้แต่มาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังขนานใหญ่ทั่วโลกหลังวิกฤต COVID ปี พ.ศ. 2563 (2020) ก็ดันราคา BTC ขึ้นไปได้เพียงเกือบ 70,000 ดอลลาร์ในรอบนั้น (3.5 เท่าจากปี 2017) ซึ่งช้าลงจากรอบก่อนหน้า และจุดสูงสุดปี พ.ศ. 2568 (2025) ที่มาพร้อมกระแสเงินไหลเข้า ETF และการยอมรับจากสถาบันมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ก็ทำได้เพียง 1.8 เท่าเท่านั้น
🎓 Bitcoin กำลัง "โต" ไม่ใช่ "พัง"
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่ข่าวร้ายเสมอไป เพราะการที่ตลาดถูกทำให้เป็นสถาบัน (Institutionalization — การที่นักลงทุนสถาบันและผลิตภัณฑ์การเงินมืออาชีพเข้ามามีบทบาทหลักในตลาด) พร้อมเครื่องมือบริหารความเสี่ยงที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ ทั้ง Bitcoin ETF, ฟิวเจอร์ส, ออปชัน, ผลิตภัณฑ์ด้านความผันผวน, กองทุน Arbitrage และผลิตภัณฑ์เชิงโครงสร้าง ทำให้ BTC มีความผันผวนลดลงตามธรรมชาติ และมีลักษณะคล้ายสินทรัพย์ Wall Street มากขึ้น
Bitcoin ในวันนี้เป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่ มีสภาพคล่องสูง และถูกยอมรับในระดับสถาบันแล้ว ยุคของการพุ่งทะยานแบบ "จุดสูงสุดสู่จุดสูงสุดหลายสิบเท่า" อาจจบลงอย่างถาวร — และนักลงทุนที่ยังไล่ล่า "ซูเปอร์ไซเคิลแบบพาราโบลิก" รอบถัดไป อาจต้องปรับสมดุลความคาดหวังใหม่
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 CK Cheong เผยขายหุ้นเทคบางส่วนมาซื้อ Bitcoin ท่ามกลางราคาที่ร่วงเกือบ 50% จาก ATH
👉 นักวิเคราะห์เตือน! การกว้านซื้อ BTC ของ Strategy เสี่ยงสร้าง "Halving แบบสังเคราะห์"
👉 Bitcoin คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับมือใหม่ชาวไทย (อธิบายกลไก Halving)
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / ภาพ decrypt.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict บทวิเคราะห์ชิ้นนี้เป็นการ "เตือนสติ" ที่มีข้อมูลรองรับหนักแน่นในช่วงที่ตลาดกำลังมองหาความหวังรอบใหม่ ประเด็นเรื่องตัวคูณที่หดตัวลง (Diminishing Returns) เป็นปรากฏการณ์ที่สอดคล้องกับหลักคณิตศาสตร์ของสินทรัพย์ที่มูลค่าตลาดใหญ่ขึ้น อย่างไรก็ดี ควรระลึกว่าข้อโต้แย้งฝั่งตรงข้ามก็มีน้ำหนักเช่นกัน — ทั้งมุมมองที่ว่าวัฏจักร 4 ปีอาจ "ถูกทำลาย" ไปแล้วโดยโครงสร้างตลาดยุค ETF (ซึ่งอาจหมายถึงรูปแบบราคาที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่ใช่แค่ตัวคูณที่เล็กลง) และปัจจัยมหภาคอย่างทิศทางดอกเบี้ย Fed หรือนโยบายทุนสำรองของรัฐบาลต่าง ๆ ที่ยังคาดเดาได้ยาก การคาดการณ์ราคาระยะ 3 ปีจึงควรถูกมองเป็น "สถานการณ์จำลองแบบมีเงื่อนไข" มากกว่าคำพยากรณ์ — แม้แต่แบรนดท์เองก็ย้ำเงื่อนไข "should patterns continue" ไว้ชัดเจน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, บิตคอยน์, ราคา Bitcoin 2029, Bitcoin Halving, วัฏจักร 4 ปี, Halving 2028, Peter Brandt, ปีเตอร์ แบรนดท์, Bernstein, Bitcoin ETF, คาดการณ์ราคาบิตคอยน์, ตลาดคริปโต, Diminishing Returns
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ราคามีความผันผวนรุนแรง และอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดได้ การคาดการณ์ราคาในบทความนี้เป็นมุมมองของนักวิเคราะห์ที่ถูกอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com