Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

เปิดเบื้องหลังวิกฤต Bitcoin และ Altcoin ร่วงหนัก — จะจบเมื่อไหร่? วิเคราะห์จุดกลับตัวตลาด
12 October 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

เปิดเบื้องหลังวิกฤต Bitcoin และ Altcoin ร่วงหนัก — จะจบเมื่อไหร่? วิเคราะห์จุดกลับตัวตลาด

ตลาดคริปโตยังคงเผชิญกับแรงเทขายรุนแรงต่อเนื่อง หลังจากเหตุการณ์ "เทขายครั้งประวัติศาสตร์"  ซึ่งสร้างความเสียหายกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ จากการถูกบังคับขาย (Liquidation) บนตลาดแลกเปลี่ยนกลาง (CEX) และอีกหลายร้อยล้านดอลลาร์ในฝั่ง DeFi

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความเปราะบางของตลาดที่อาศัย Leverage หรือการเทรดแบบใช้เงินกู้ยืมเป็นหลัก เมื่อเกิดแรงเทขายพร้อมกัน ระบบก็ล้มพับอย่างรวดเร็ว

0199d513-30c1-764e-8b3b-085ce72330c5.webp
การชำระบัญชีตลาดคริปโตตลอด 24 ชั่วโมง ที่มา: CoinGlass

จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย: ทรัมป์กับภาษี 100% ต่อจีน

จุดชนวนสำคัญมาจากโพสต์ของอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) บน Truth Social ซึ่งประกาศเก็บ ภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน 100% โดยโพสต์นี้เกิดขึ้นในช่วง สองชั่วโมงสุดท้ายของวันทำการตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดฟิวเจอร์สที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ทำให้เกิดแรงขายแบบ “ไม่ทันตั้งตัว” ในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin และ Altcoin

หลังโพสต์ดังกล่าวเพียงไม่กี่ชั่วโมง

  • Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า $110,000

  • Ether (ETH) ลดลงกว่า 3.74%

  • Solana (SOL) ดิ่งกว่า 7%

ข้อมูลจาก CoinGlass ยืนยันว่ามีการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในฝั่ง long positions (คนที่ถือขาขึ้นด้วย Leverage) ซึ่งถูกบังคับขายเมื่อราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

0199d513-3b7d-7c91-b8a0-05e1038a95a3.webp
BTC/USDT Binance, Bybit, BitMEX liquidation heatmap

Open Interest ลดฮวบ 45% — เทรดเดอร์ไม่กล้าเปิด Position ใหม่

หนึ่งในสัญญาณชัดของความกลัวในตลาดคือ Open Interest (OI) ที่ลดลงอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลชี้ว่า OI ของสินทรัพย์คริปโตทุกตัว (ยกเว้น Bitcoin และ Ethereum) หายไปเกือบ 45% ภายในไม่กี่วัน ซึ่งสะท้อนว่าเทรดเดอร์จำนวนมากเลือกจะ “ถอยออกจากตลาด” และรอดูทิศทางแทนที่จะเข้าเก็งกำไรต่อ

0199d513-4167-74d4-ba92-00021c23e588.webp
BTC/USDT/USDC aggregate open interest ที่มา: TradingView

นั่นหมายความว่าขณะนี้ ตลาดยังขาดแรงซื้อใหม่ (bid) และยังมีแรงขายจากฝั่งที่ถูกบังคับปิดสถานะเก่าที่ยังค้างอยู่

Ray Salmond อธิบายผ่านรายการของ Schwab Network ว่า จากข้อมูล Liquidation Heatmap ของ Hyblock Capital ซึ่งแสดงตำแหน่งของคำสั่งซื้อและขายในตลาดฟิวเจอร์สของ CEX หลายแห่ง พบว่า “มีช่องสภาพคล่องของ Long Positions” ที่นักเก็งกำไรกำลัง “ล่า” เพื่อทำกำไรจากการเทขาย

0199d513-454e-7726-bbfe-e5000d8a481e.jpg
CEX และ DEX open interest ไม่รวม BTC และ Ether ที่มา: Velo

“ถ้าเราดูจาก Heatmap จะเห็นว่ามีช่องสภาพคล่อง (liquidity pocket) ของฝั่ง Long อยู่ระหว่าง $120,000–$115,000 และอีกช่วงหนึ่งที่ $115,000–$113,000 ซึ่งกลายเป็นจุดที่ถูกกวาดไปเรียบร้อยแล้ว”— Ray Salmond, Cointelegraph

เขาเสริมว่า

“หากมองในเชิงสถิติ ราคาค่าเฉลี่ยของ Bitcoin อยู่ที่ประมาณ $120,000 โดยหนึ่งส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (1σ) อยู่ที่ $115,000 และสองส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (2σ) อยู่ที่ $110,000 ซึ่งหมายความว่าตอนนี้ Bitcoin ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก และเริ่มเข้าสู่โซนที่เรียกว่า ‘discount zone’”

นอกจากนี้ ข้อมูลคำสั่งซื้อสะสมในตลาด (orderbook data) ยังแสดงให้เห็นว่ามี แรงรับค่อนข้างหนาแน่นในช่วงราคาประมาณ $110,000 ลงไปถึง $100,000

จุดที่ต้องจับตา: $98,600

Heatmap ล่าสุดยังเผยว่า มี “คลัสเตอร์” ของ leveraged long positions อยู่ในบริเวณ $98,600 ซึ่งกลายเป็นโซนสำคัญ เพราะหากราคาหลุดระดับนี้ อาจเกิดการ “ล้างพอร์ตชุดใหม่” ได้อีกระลอกหนึ่ง

อีกทั้ง Open Interest ของ Bitcoin ก็ยังอยู่ในระดับต่ำมาก แสดงถึงความไม่มั่นใจของนักเทรดที่จะกลับมาเปิดสถานะในตลาดฟิวเจอร์ส

ทำไมตลาดยังอ่อนแรงในสุดสัปดาห์?

ตลาดยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในช่วงสุดสัปดาห์ ด้วยเหตุผลสำคัญคือ

  • ตลาด CME และตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ

  • สภาพคล่อง (liquidity) หายไป ทำให้คำสั่งซื้อขายบางส่วนไม่สามารถรองรับแรงขายได้

  • นักลงทุน TradFi (Traditional Finance) ยังไม่ได้ตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างเต็มที่

ดังนั้น ความเคลื่อนไหวของตลาดในคืนวันอาทิตย์ (ตามเวลาสหรัฐฯ) เมื่อ CME Futures เปิด จะเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาดแบบดั้งเดิม “รู้สึก” อย่างไรกับเหตุการณ์นี้

สัญญาณฟื้นตัวที่ควรจับตา

แม้ตลาดยังอยู่ในช่วง “กลัวสุดขีด” (ตาม Fear & Greed Index ที่ลดลงต่ำสุดในรอบ 6 เดือน) แต่ยังมีสัญญาณบางอย่างที่ควรจับตาเพื่อดูว่าการฟื้นตัวใกล้เข้ามาหรือไม่ ได้แก่

  • Open Interest เริ่มฟื้นตัวขึ้น

  • แรงขายลดลง / ไม่มีการ Liquidate ใหม่เพิ่ม

  • มีการรับซื้อจากรายใหญ่หรือสถาบัน

  • ราคายืนเหนือแนวรับหลักที่ $103,000–$105,000 ได้

หากสัญญาณเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน มีโอกาสที่ตลาดจะเริ่ม “ดีดกลับทางเทคนิค (technical bounce)” ในระยะสั้น แต่หากไม่เกิดขึ้น หรือยังมีแรงขายต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อ CME Futures เปิด อาจเห็นการทดสอบแนวรับที่ลึกลงกว่า $100,000 อีกครั้ง

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ cnbc.com