โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศใช้ มาตรการภาษีนำเข้าจากจีน 100% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาของ Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงหลุดระดับ 110,000 ดอลลาร์ ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ขณะที่ตลาดคริปโตทั้งหมดเข้าสู่โหมด “แดงทั้งกระดาน”
จุดเริ่มต้นของมาตรการภาษี
ทรัมป์ระบุผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นเพื่อตอบโต้ จดหมายเชิงคุกคามจากรัฐบาลจีน ที่ประกาศจะใช้ มาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare Earth Minerals) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2025
ข้อความของทรัมป์ระบุว่า:
“จีนได้ส่งจดหมายที่เป็นมิตรต่อโลกอย่างยิ่ง... แต่อันที่จริงแล้วมีเนื้อหาคุกคามอย่างรุนแรง โดยพวกเขาจะเริ่มจำกัดการส่งออกเกือบทุกสินค้าที่ผลิต ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป”
ซึ่งมาตรการภาษี 100% นี้ถือเป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการขู่ดังกล่าว และถือเป็นการยกระดับ “สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน” อีกครั้ง
ทำไม “แร่หายาก” ถึงสำคัญ
Rare Earth Elements (REEs) หรือแร่หายาก เป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิต ชิปคอมพิวเตอร์ (Semiconductors) ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีทุกประเภท ตั้งแต่
ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC)
ไปจนถึง อุปกรณ์ขุดคริปโต (Crypto Mining Hardware)
จีนถือเป็นประเทศผู้ผลิตแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของโลก หากจีนจำกัดการส่งออกจริง จะกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัทเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงอุตสาหกรรมคริปโตที่พึ่งพา GPU และชิป ASIC อย่างมาก
ตลาดคริปโตตอบสนองทันที
หลังประกาศของทรัมป์ ราคาของ Bitcoin (BTC) ร่วงลงทันที กว่า 10% มาอยู่ต่ำกว่า $110,000 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบเดือน
ขณะที่สินทรัพย์หลักอื่น ๆ เช่น
Ethereum (ETH) ร่วงกว่า 12%
Solana (SOL) ลดลงถึง 14%
โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า “ความกังวลต่อเศรษฐกิจโลกและความเสี่ยงต่อภาวะถดถอย” ทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงตลาดคริปโตด้วย
สงครามการค้าระลอกใหม่อาจกระทบเศรษฐกิจโลก
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่า มาตรการภาษี 100% ของทรัมป์อาจเป็น “จุดเริ่มต้นของสงครามการค้ารอบใหม่” ที่จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยีโลก และภาคการลงทุนโดยรวม
โดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งสหรัฐฯ พยายามลดการพึ่งพาการผลิตจากจีน ขณะเดียวกันจีนเองก็เริ่มใช้ “แร่หายาก” เป็นเครื่องต่อรองเชิงยุทธศาสตร์กับชาติตะวันตก
หากสถานการณ์บานปลาย อาจเห็นผลกระทบต่อ AI, Semiconductor, และตลาดคริปโต อย่างชัดเจนในช่วงปลายปี
สรุป
การประกาศภาษีของทรัมป์ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจยังไม่จบสิ้น — และตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin, Ethereum และ Solana จะยังคงได้รับแรงกดดันจากข่าวเชิงนโยบายในระดับมหภาคเช่นนี้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนบางส่วนมองว่าการย่อตัวครั้งนี้อาจเปิด “จังหวะสะสมระยะยาว” หากเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวและธนาคารกลางกลับมาใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอีกครั้ง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ pbs.org/