เหยื่อ "แอ็คมี่" เปิดใจผ่านรายการสถานีประชาชน แฉกลยุทธ์ "นักบุญ" หลอกลงทุนสูญกว่า 1,300 ล้านบาท
คดีฉ้อโกงลงทุนคริปโทฯ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Access Only" โดยนายแอ็คมี่ วรวัฒน์ สร้างความเสียหายให้ผู้เสียหายกว่า 1,200 คน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,300 ล้านบาท หลังผู้ต้องหาหลบหนีไปยังดูไบ ตำรวจ บก.ปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) ได้ประสานงาน Interpol (องค์การตำรวจสากล) ออกหมายแดงเพื่อตามจับแล้ว เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยผ่านรายการ "สถานีประชาชน" ทางช่อง ThaiPBS
เหยื่อบุกเปิดใจความเสียหาย
รายการ "สถานีประชาชน" ทาง ThaiPBS ได้นำเสนอเรื่องราวของผู้เสียหายจากคดีนี้โดยตรง ซึ่งรวมถึงตัวแทนผู้เสียหายสองรายได้แก่ คุณเอ ที่ลงทุนด้วยตัวเองไป 30,000 บาท แต่มีญาติในครอบครัวที่สูญเงินรวมกันกว่า 2 ล้านบาท และ คุณบี ที่เสียเงินส่วนตัวไปสูงถึง 1,800,000 บาท ภาพของผู้เสียหายที่ปรากฏในรายการสะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายทางจิตใจและทรัพย์สินที่ประเมินค่าไม่ได้
สร้างโปรไฟล์สุดหรู อ้างเป็น "วาฬ Bitcoin เมืองไทย"
จุดเริ่มต้นของกลโกงนี้ คือการที่นายแอ็คมี่ วรวัฒน์ ใช้ประโยชน์จากการเป็นสามีของดารานักแสดงชื่อดัง ควบคู่กับการอ้างตัวว่าเป็นผู้ถือครอง Bitcoin (บิตคอยน์ — สกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก) มากที่สุดในประเทศไทย เขาสร้างภาพลักษณ์ชีวิตหรูหราผ่านเพจเฟซบุ๊ก "Access Only" ทั้งการถ่ายภาพคู่กับบุคคลมีชื่อเสียง และชีค (ผู้ปกครองหรือผู้นำระดับสูง) ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนและชักชวนให้เข้าร่วมสัมมนาลงทุน
กลยุทธ์ "ล่อเม่า" และการสร้างคอมมิวนิตี้ศรัทธา
สิ่งที่ทำให้ผู้เสียหายจำนวนมากตกหลุมพรางคือการสร้าง "คอมมิวนิตี้" ที่ดูอบอุ่นมีน้ำใจ ผู้ก่อเหตุจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเลือด บริจาคเงินช่วยเหลือคนยากจน หรือแม้แต่พาไปชมภาพยนตร์ฟรี เพื่อสร้างความศรัทธาและความไว้ใจ
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเริ่มต้น ผู้ก่อเหตุยังยอมให้สมาชิกถอนเงินและกำไรออกได้จริง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เรียกกันในวงการว่า "ล่อเม่า" (การหลอกล่อให้นักลงทุนรายย่อยตายใจก่อน แล้วค่อยชักจูงให้เทเงินก้อนใหญ่ลงทุนเพิ่ม) กลยุทธ์นี้ได้ผลอย่างน่าตกใจ
หลุมพรางผลตอบแทน 500 เท่า เหรียญ ACT Warrior และ WowBit
เมื่อเหยื่อไว้วางใจเต็มที่แล้ว ผู้ก่อเหตุจึงเสนอโอกาสลงทุนใน Cryptocurrency (สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสเพื่อความปลอดภัย) สองสกุลคือ ACT Warrior และ WowBit ในรูปแบบคล้ายการฝากประจำ โดยอ้างว่าหากถือครองครบ 1 ปี (360 วัน) จะได้ผลตอบแทนมหาศาลสูงถึง 500 เท่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อครบกำหนดสัญญาในวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายกลับไม่สามารถถอนเงินได้แม้แต่บาทเดียว โดยผู้ก่อเหตุอ้างเหตุผลสารพัด ทั้งอ้างว่าระบบถูกแฮก และมีปัญหาด้าน AML (Anti-Money Laundering — กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน)
ประวัติซ้ำรอย ผู้เสียหายถึงขั้นคิดสั้น
ข้อเท็จจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ผู้ก่อเหตุรายนี้เคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหลอกลงทุนชื่อ "1000X" ในช่วงปี 2566–2567 ซึ่งถูก ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ร้องทุกข์กล่าวโทษในข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาตมาก่อนแล้ว
ผลพวงของการหลอกลวงครั้งนี้หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าตัวเลขทางการเงิน บางรายเครียดหนักจนคิดสั้น บางครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัวจนไม่มีเงินจ่ายค่าไฟหรือค่าทำศพญาติ และบางรายไม่มีเงินไปรักษาโรคมะเร็งของตนเอง
ผู้ต้องหาหนีดูไบ Interpol ออกหมายแดงแล้ว
ปัจจุบันผู้ต้องหาได้หลบหนีหมายจับไปยังดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แล้ว ทาง บก.ปอศ. ได้ประสานงานกับ Interpol เพื่อออก "หมายแดง" (Red Notice — หมายจับสากลที่ขอให้ประเทศสมาชิกช่วยจับกุมและส่งตัว) เรียบร้อยแล้ว
ขณะเดียวกัน แม้จะมีผู้เสียหายในกลุ่มรวมกว่า 1,200 คน แต่มีผู้มาแจ้งความจริงเพียงหลักสิบคนเท่านั้น เนื่องจากผู้ก่อเหตุใช้จิตวิทยาข่มขู่ว่า "หากใครไปแจ้งความจะไม่คืนเงินให้เด็ดขาด" ทำให้เหยื่อหลายคนยังลังเลและรอคอยด้วยความหวังที่แทบไม่มีอยู่จริง
⚠️ หากคุณหรือคนรู้จักเป็นผู้เสียหายจากคดีนี้ สามารถนำหลักฐานไปแจ้งความได้ที่ บก.ปอศ. หรือสถานีตำรวจใกล้บ้านได้ทันที เพื่อเข้าสู่กระบวนการเฉลี่ยทรัพย์คืนในอนาคต
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้คริปโทฯ เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกงที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในประเทศไทย ซึ่งเราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว
👉 บุกจับ 8 ร้านแลกคริปโตเถื่อน! เงินหมุนเวียนกว่า 14,000 ล้านบาท พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
👉 จะป้องกันการโกงเหรียญคริปโตได้อย่างไรบ้าง | รู้ทันกลโกงเหรียญ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: รายการสถานีประชาชน, ThaiPBS
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict คดีนี้เป็นกรณีศึกษาที่ชัดเจนมากว่า กลโกงคริปโทฯ สไตล์ Ponzi Scheme (แชร์ลูกโซ่รูปแบบดิจิทัล) ไม่ได้ใช้แค่ตัวเลขหน้าจอในการหลอกลวง แต่ใช้ "ความไว้วางใจ" และ "ชุมชน" เป็นอาวุธหลัก การสร้างภาพลักษณ์นักบุญ จัดกิจกรรมสังคม และปล่อยให้ถอนกำไรได้ในช่วงแรก คือกับดักที่แนบเนียนกว่าที่หลายคนคิด น่าจับตามองว่าความร่วมมือระหว่าง บก.ปอศ. และ Interpol จะนำตัวผู้ต้องหากลับมารับโทษได้เร็วเพียงใด เพื่อเป็นบรรทัดฐานให้คดีลักษณะนี้ในอนาคต ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ควรตรวจสอบการได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทยทุกครั้งก่อนตัดสินใจ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: หลอกลงทุนคริปโต, Access Only, ACT Warrior, WowBit, บก.ปอศ., Interpol หมายแดง, ฉ้อโกงคริปโทไทย, กลโกงคริปโต 2568
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com
อ้างอิง : youtube.com