
Crypto Arbitrage คืออะไร? กลยุทธ์การทำกำไรโดยปราศจากความเสี่ยง
การซื้อขาย Crypto Arbitrage คืออะไร ? ทำไมถึงเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเทรดที่ต้องการใช้ประโยชน์จากความคลาดเคลื่อนของราคาในตลาด ๆ ในปัจจุบัน
การซื้อขาย Crypto แบบ arbitrage นับเป็นอีกกลยุทธ์ในการซื้อขายคริปโตที่ถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ โดยเป็นการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาของสินทรัพย์ในตลาดต่าง ๆ และยังเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมในหมู่เทรดเดอร์มากประสบการณ์ ซึ่งจริง ๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่ มีความเสี่ยงแบบใดบ้าง เรามาหาคำตอบกัน
การซื้อขายแบบ Crypto Arbitrage คืออะไร?
เมื่อใดก็ตามที่เราพูดถึงการหารายได้ในตลาดคริปโต เรามักจะนึกถึงแนวคิดต่าง ๆ เช่น การซื้อที่ราคาหลุม และไปขายมันในราคาที่สูงขึ้นเพื่อทำกำไร แต่นั่นเป็นเพียงวิธีเดียวที่จะทำกำไรจากตลาดหรือไม่ ? คำตอบคือ “ไม่” เพราะมันยังมีวิธีการอีกมากมาย
Arbitrage หมายถึงกลยุทธ์การซื้อขายที่เราจะใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาในตลาดต่าง ๆ ที่แตกต่างกัน (สำหรับคริปโตตัวเดียวกัน) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วราคาของคริปโตในตลาดต่าง ๆ จะแตกต่างกันไปเนื่องจากอุปสงค์และอุปทานที่แตกต่างกัน ทำให้เราสามารถใช้ส่วนต่างของราคาเหล่านี้เพื่อทำกำไรที่มีความเสี่ยงต่ำได้
การ Arbitrage แตกต่างจากการซื้อขายทั่วไป มันไม่ต้องใช้ความรู้ในการวิเคราะห์พื้นฐาน , การวิเคราะห์ทางเทคนิค , หรือการวิเคราะห์ความรู้สึกของตลาด แต่การ Arbitrage นั้นอาศัยทักษะเพียงอย่างเดียวนั่นคือ “ความเร็ว” นั่นเอง

ประเภทของ Arbitrage
การ Arbitrage นั้นมีหลายประเภทขึ้นอยู่กับวิธีการ ได้แก่
- Cross-exchange Arbitrage : โดยจะเป็นการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคาของสินทรัพย์บนแพลตฟอร์มซื้อขายที่แตกต่างกัน
ลองนึกภาพว่า เราพบราคาของคู่เทรด BTC/USDT ซื้อขายที่ $70,000 บน Binance และ $70,200 บน OKX เราสามารถทำกำไรได้ในซื้อ 1 BTC จาก Binance ในราคา $70,000 และโอนไปขายบน OKX ในทันทีที่ราคา $70,200 เท่ากับเราจะทำกำไรได้ $200 (แต่ในความเป็นจริง ควรหลีกเลี่ยงเหรียญที่ใช้เวลาในการโอนนาน โดยเฉพาะ BTC เนื่องจากยิ่งใช้เวลานาน กว่าเราจะโอนไปถึง ราคาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปแล้ว)
นอกจากนี้เรายังสามารถใช้วิธีถือครองคริปโตบนหลาย ๆ แพลตฟอร์ม และมองหาความแตกต่างของราคาในแต่ละแพลตฟอร์ม แล้วทำการซื้อบนแพลตฟอร์มนึง และขายในอีกแพลตฟอร์มนึงทันที ก็สามารถทำได้เช่นกัน
- Triangular arbitrage : กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาระหว่างคริปโตที่แตกต่างกัน 3 สกุลที่ซื้อขายในรูปแบบสามเหลี่ยม ตัวอย่างเช่น การซื้อขายระหว่าง BTC, ETH และ LTC โดยเราจะอาศัยความผันผวนของคู่เทรดในแต่ละรายการเพื่อทำกำไร
- Time arbitrage : วิธีนี้เกี่ยวข้องกับการค้นหาราคาคริปโตเดียวกันในเว็บเทรดเดียวเพื่อใช้ประโยชน์จากความผันผวนของราคาภายในกรอบเวลาสั้น ๆ ซึ่งกลยุทธ์นี้ต้องใช้การดำเนินการที่รวดเร็ว เพื่อใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของราคาภายในไม่กี่นาที
- Statistical Arbitrage : กลยุทธ์นี้จะใช้การวิเคราะห์ข้อมูลราคาในอดีต และใช้แบบจำลองทางสถิติเพื่อระบุความผิดปกติของราคา ซึ่งเป็นแนวทางที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและต้องใช้ทักษะทางเทคนิคขั้นสูง
- Spatial Arbitrage : กลยุทธ์นี้เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาระหว่างเว็บเทรดที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค โดยเราสามารถทำกำไรจากราคาที่แตกต่างกันไปตามภูมิภาคได้
- Funding Rate Arbitrage : วิธีนี้จะใช้ประโยชน์จากความแตกต่างใน funding rates ระหว่างสัญญา perpetual futures และตลาดสปอต เพื่อทำผลกำไร
- Options Arbitrage : กลยุทธ์นี้ใช้ประโยชน์จากความแตกต่างของราคาในสัญญา options ที่มากกว่าสินทรัพย์อ้างอิง
แต่ละกลยุทธ์ที่กล่าวมาเหล่านี้จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญในระดับที่แตกต่างกัน และมีข้อดีและความเสี่ยงของตัวเอง ซึ่งหากเราสนใจจะทำกำไรจากการ Arbitrage ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจกลยุทธ์เหล่านี้และเลือกกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายและความสนใจของเรา
ตัวอย่างจริงที่เคยเกิดขึ้นในตลาด
Cross-exchange Arbitrage เคสจริง Kimchi Premium ที่เกาหลีใต้
ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดที่สุดของ cross-exchange arbitrage คือปรากฏการณ์ที่เรียกกันว่า Kimchi Premium ในตลาดเกาหลีใต้ เกิดจากราคา Bitcoin บนกระดานเกาหลีมักซื้อขายสูงกว่าราคาบนกระดานสหรัฐฯ หรือกระดานสากลอื่น เพราะเกาหลีใต้มีกฎควบคุมเงินทุนไหลออกที่เข้มงวด ทำให้เงินที่จะไหลเข้ามาเก็งกำไรส่วนต่างราคาถูกจำกัด ราคาจึงไม่ถูกปรับให้เท่ากันเร็วเหมือนตลาดที่เปิดเสรีเต็มที่
ข้อมูลย้อนหลังพบว่าช่วงมกราคม 2016 ถึงกุมภาพันธ์ 2018 ส่วนต่างราคาเฉลี่ยอยู่ที่ราว 4.73% แต่เคยพุ่งสูงถึง 54.48% ในเดือนมกราคม 2018 ช่วงที่ตลาดคริปโตร้อนแรงสุดขีด และกลับมาพุ่งอีกครั้งถึง 20.8% ในเดือนพฤษภาคม 2021
มีเคสที่ถูกเล่าซ้ำบ่อยคือนักเทรดคนหนึ่งซื้อ Bitcoin จากกระดานสหรัฐฯ ที่ราคา 8,100 ดอลลาร์ แล้วนำไปขายต่อบนกระดานเกาหลีใต้ที่ราคา 9,900 ดอลลาร์ ทำกำไรราว 1,800 ดอลลาร์ต่อเหรียญ หรือคิดเป็นราว 20% ต่อรอบ ถ้าทำซ้ำหลายรอบในช่วงที่ส่วนต่างยังสูงอยู่ กำไรสะสมจะมหาศาลมาก Sam Bankman-Fried ผู้ก่อตั้ง FTX ที่ล้มละลายไปแล้ว เคยเปิดเผยว่าช่วงปี 2019 ถึง 2020 บริษัท Alameda Research ของเขาใช้ประโยชน์จาก Kimchi Premium ทำกำไรได้มากถึงราววันละ 1 ล้านดอลลาร์ในบางช่วง
แต่กลยุทธ์นี้มีความเสี่ยงด้านกฎหมายแฝงอยู่มาก เพราะการโอนเงินเข้าออกเกาหลีใต้เพื่อเก็งกำไรส่วนต่างราคาแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎควบคุมเงินทุน ปี 2021 ทางการเกาหลีใต้จับกุมผู้ต้องหา 33 คน ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายคริปโตมูลค่ารวมกว่า 1,500 ล้านดอลลาร์โดยอาศัยส่วนต่างราคาตรงนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า Arbitrage ที่ดูเหมือนไร้ความเสี่ยงในทางทฤษฎี อาจมีความเสี่ยงด้านกฎระเบียบที่ตัวเลขในกระดานไม่เคยบอกไว้เลย
Triangular Arbitrage ตัวอย่างการคำนวณให้เห็นภาพ
ลองสมมติสถานการณ์ที่ราคาบนกระดานเดียวกันเกิดความคลาดเคลื่อนกันเองระหว่าง 3 คู่เทรด เริ่มต้นด้วยเงิน 10,000 USDT
- ขั้นที่ 1 นำ 10,000 USDT ไปซื้อ ETH ที่ราคา 1 ETH เท่ากับ 2,000 USDT จะได้ 5 ETH
- ขั้นที่ 2 นำ 5 ETH ไปซื้อ BTC ในอัตรา 1 BTC เท่ากับ 2.5 ETH จะได้ 2 BTC
- ขั้นที่ 3 นำ 2 BTC ไปขายกลับเป็น USDT ในอัตรา 1 BTC เท่ากับ 5,200 USDT จะได้ 10,400 USDT
จบรอบนี้เท่ากับได้กำไร 400 USDT จากเงินตั้งต้น 10,000 USDT หรือราว 4% โดยไม่ต้องแตะเงินสกุลอื่นนอกกระดานเลยแม้แต่ครั้งเดียว ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นกลไก ในสถานการณ์จริงส่วนต่างมักเล็กกว่านี้มาก มักอยู่ในหลักเศษเสี้ยวเปอร์เซ็นต์เท่านั้น เพราะบอทของนักเทรดรายอื่นจะกวาดส่วนต่างที่เห็นชัดแบบนี้ไปภายในไม่กี่วินาที และตัวอย่างข้างต้นยังไม่ได้หักค่าธรรมเนียมการเทรด 3 ครั้งกับ slippage ที่เกิดจากปริมาณคำสั่งซื้อขายในตลาดจริง ซึ่งถ้าคิดรวมแล้วกำไรที่เหลือจริงอาจบางกว่าตัวเลขที่คำนวณในตอนแรกมาก
ข้อดีข้อเสียของการซื้อขาย Crypto Arbitrage
ข้อดี
- โอกาสในการทำกำไร : การ Arbitrage เสนอโอกาสในการทำกำไรอย่างต่อเนื่องจากการใช้ประโยชน์จากส่วนต่างของราคา
- การกระจายความเสี่ยง : ช่วยให้เราสามารถกระจายการลงทุนของเราได้พร้อมกับทำกำไรไปพร้อมๆ กัน
- การเข้าถึง : เข้าถึงได้ง่าย ตั้งแต่นักเทรดที่เพิ่งเริ่มต้นไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญ
- ใช้เวลาไม่นาน : วิธีนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้เป็นวิธีที่เร็วกว่าในการสร้างรายได้มากกว่าการซื้อขายแบบดั้งเดิม
ข้อเสีย
- ความผันผวนของตลาด : ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง และการเปลี่ยนแปลงของราคาสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หากเราซื้อขายไม่เร็วพอก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้
- ต้นทุนของการทำธุรกรรม : อย่าลืมคิดถึงค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่แตกต่างกันด้วย เพราะอาจกระทบกับกำไรของเราได้
- ข้อจำกัดด้านเงินทุน : การจะทำ Arbitrage ให้ประสบความสำเร็จ อาจต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อทำการซื้อขายให้ทันกับเวลาที่มีจำกัด ทำให้วิธีนี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนทุกคน
- ความเร็วในการดำเนินการ : วิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการซื้อขายที่รวดเร็วเพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคา แต่หากเราล่าช้าในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค , อินเทอร์เน็ตที่ช้า , หรือปัญหาอื่น ๆ ทั้งจากตัวเราและสิ่งแวดล้อม ก็อาจส่งผลให้เกิดการพลาดโอกาสทำกำไรหรืออาจหนักข้อถึงขั้นขาดทุนได้
- ต้องอาศัยความเข้าใจ : วิธีนี้ต้องอาศัยความรู้และการทำความเข้าใจวิธีการใช้แพลตฟอร์มการซื้อขายต่าง ๆ ซึ่งหากเรายังขาดความรู้ตรงนี้หรือยังมีไม่มากนัก เราอาจประสบปัญหาที่เกิดจากความซับซ้อนในระหว่างการดำเนินการได้
- ความปลอดภัยของเงินทุน : การทำ Arbitrage จำเป็นต้องมีการฝาก - ถอนเงินอยู่บ่อยครั้ง ทำให้อาจเกิดความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัยของเงินทุนได้ ไม่ว่าจะเป็นการโอนผิดเลขกระเป๋า , การโอนผิดเครือข่าย รวมถึงการถูกแฮ็ก
สิ่งสำคัญก็คือ เราจะต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้และเลือกใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงเมื่อต้องทำการ Arbitrage ซึ่งหากเรามีกลยุทธ์ที่คิดมาอย่างดี , มีเครื่องมืออัตโนมัติมาช่วยแบ่งเบา , มีการบริหารความเสี่ยงที่ดี และมีการติดตามอย่างต่อเนื่องก็จะสามารถช่วยจัดการกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
Arbitrage ไร้ความเสี่ยงจริงไหม
ในทางทฤษฎีความเสี่ยงด้านราคาต่ำเพราะซื้อขายเกือบพร้อมกัน แต่ในทางปฏิบัติยังมีความเสี่ยงอื่นแฝงอยู่เต็มไปหมด ทั้งความเร็วในการโอนที่อาจทำให้ราคาเปลี่ยนก่อนธุรกรรมเสร็จ ค่าธรรมเนียมที่กัดกำไร และในบางกรณีอย่าง Kimchi Premium ยังมีความเสี่ยงด้านกฎหมายควบคุมเงินทุนด้วย จึงไม่ควรเรียกว่าไร้ความเสี่ยงแบบตรงตัว ควรเรียกว่าความเสี่ยงต่ำกว่าการเก็งกำไรทิศทางราคาทั่วไปมากกว่า
ต้องใช้บอทถึงจะทำ Arbitrage ได้ไหม
คนทั่วไปที่ไม่มีบอทยังพอทำ Cross-exchange Arbitrage แบบส่วนต่างที่กว้างและอยู่นานได้บ้าง แต่ Triangular หรือ Statistical Arbitrage ที่ต้องจับส่วนต่างเล็กๆ ในเวลาไม่กี่วินาที แทบเป็นไปไม่ได้เลยถ้าไม่มีระบบอัตโนมัติ เพราะบอทของสถาบันการเงินและนักเทรดมืออาชีพจับจังหวะได้เร็วกว่ามนุษย์มาก
เงินทุนเท่าไหร่ถึงจะเริ่มทำ Arbitrage ได้
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ต้องคำนึงว่าค่าธรรมเนียมเทรดและค่าธรรมเนียมโอนเป็นต้นทุนคงที่ต่อรอบ ถ้าเงินทุนน้อยเกินไป กำไรที่ได้จากส่วนต่างราคาอาจไม่พอคุ้มค่าธรรมเนียมเลยด้วยซ้ำ
สรุป
การซื้อขาย Crypto แบบ Arbitrage เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมในการทำกำไรจากตลาด โดยมีมาตั้งแต่อดีตและยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มันก็ยังมีความเสี่ยง เช่น ความผันผวน , ความไม่แน่นอน , และข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่เราก็สามารถลดความเสี่ยงลงได้ด้วยการวิจัยที่เพียงพอ , การเลือกใช้ซอฟต์แวร์เข้ามาช่วย , และมีเงินทุนเริ่มต้นเพื่อให้การซื้อขายประสบความสำเร็จ
บทความที่เกี่ยวข้อง
📖 อยากรู้ศัพท์คริปโตคำอื่น? ดูรวมศัพท์คริปโต A-Z ครบทุกคำ