แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus โยกเงิน 30 ล้านดอลลาร์ผ่าน Hyperliquid ขณะสหรัฐฯ ดันเข้าระบบกำกับดูแล
01 September 2026ข่าวโดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือ Lazarus โยกเงิน 30 ล้านดอลลาร์ผ่าน Hyperliquid ขณะสหรัฐฯ ดันเข้าระบบกำกับดูแล

วอลเล็ตที่เชื่อมโยงกับ Lazarus Group กลุ่มแฮกเกอร์ที่รัฐบาลเกาหลีเหนือให้การสนับสนุน และถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีคว่ำบาตร (OFAC) มาตั้งแต่ปี 2562 มีการเคลื่อนไหวขาย Bitcoin (BTC) มูลค่ารวมกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ผ่าน Hyperliquid แพลตฟอร์มเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบไม่มีวันหมดอายุ (Perpetual Futures) บนบล็อกเชนแบบกระจายศูนย์ ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลบล็อกเชนที่บริษัทวิเคราะห์ Arkham Intelligence ตรวจสอบให้ CoinDesk โดยเฉพาะ

 

เส้นทางเงิน: จาก Bitcoin สู่ Ether และ Solana

ข้อมูลระบุว่าวอลเล็ตที่เกี่ยวข้องนำเงินจากการขาย Bitcoin ไปซื้อ Ether (ETH) และ Solana (SOL) ก่อนโอนต่อไปยังเอ็กซ์เชนจ์คริปโตอื่น ได้แก่ Kraken, LBank และ KuCoin โดยวอลเล็ตกลุ่มนี้เคยถูกนักสืบบล็อกเชนอิสระ ZachXBT ระบุไว้ตั้งแต่ปี 2567 ว่าเกี่ยวข้องกับเงินที่ถูกขโมยไปกว่า 61 ล้านดอลลาร์ ด้านนักวิจัยบล็อกเชน Emmett Gallic ก็เผยแพร่ข้อมูลชุดเดียวกันผ่าน X ระบุว่าวอลเล็ตดังกล่าวยังเคลื่อนไหวต่อเนื่องผ่านบริการ HyperUnit ของ Hyperliquid จนถึงล่าสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม

ทั้งนี้ CoinDesk ระบุชัดเจนว่ายังไม่สามารถยืนยันตัวตนเจ้าของบัญชีปลายทางที่รับเงินในเอ็กซ์เชนจ์เหล่านั้นได้ รวมถึงยังไม่ทราบว่าแพลตฟอร์มปลายทางรับรู้ถึงที่มาของเงินหรือไม่

 

เอ็กซ์เชนจ์ปลายทางชี้แจงอย่างไร

Kraken ชี้แจงกับ CoinDesk ว่า "การปฏิบัติตามกฎระเบียบคือรากฐานสำคัญของการดำเนินงานของเรา Kraken มีระบบตรวจสอบมาตรฐานสูงสุดในอุตสาหกรรม รวมถึงความร่วมมือกับผู้ให้บริการวิเคราะห์บล็อกเชนชั้นนำที่ตรวจสอบกิจกรรมออนเชนอย่างต่อเนื่อง ระบบเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อระบุและสกัดกั้นสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับวอลเล็ตที่ถูกคว่ำบาตรก่อนเข้าสู่แพลตฟอร์ม"

ด้าน LBank ระบุว่าใช้เครื่องมือตรวจสอบมาตรฐานอุตสาหกรรมติดตามกิจกรรมออนเชนอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าอุตสาหกรรมคริปโตมีลักษณะข้ามแพลตฟอร์ม ข้ามเชน และข้ามเขตอำนาจศาลโดยธรรมชาติ ทำให้ความเสี่ยงเหล่านี้มักไม่ได้เกิดจาก หรือสามารถระบุและจัดการได้โดยแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเพียงลำพัง แต่เป็นความท้าทายร่วมของทั้งอุตสาหกรรม ส่วน KuCoin ระบุว่ายังไม่สามารถยืนยันหรือให้ความเห็นต่อกิจกรรมวอลเล็ตที่ถูกคว่ำบาตรได้ หากยังไม่เห็นข้อมูลที่ CoinDesk เลือกไม่เปิดเผยก่อนตีพิมพ์ พร้อมย้ำว่าบริษัทมีนโยบายและขั้นตอนปฏิบัติตามกฎการคว่ำบาตรตามที่กฎหมายกำหนด

 

จังหวะที่สหรัฐฯ เดินหน้าดัน Hyperliquid เข้าระบบกำกับดูแล

ข่าวนี้เกิดขึ้นพร้อมกับที่รัฐบาลของประธานาธิบดี Donald Trump กำลังหาทางนำ Hyperliquid เข้าสู่ระบบการเงินที่มีการกำกับดูแลของสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ Trump เคยระบุในงานที่ทำเนียบขาวว่า Mike Selig ประธาน Commodity Futures Trading Commission (CFTC หน่วยงานกำกับดูแลตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของสหรัฐฯ) กำลังดำเนินการหาแนวทางนำ Hyperliquid เข้าสู่สหรัฐฯ "อย่างถูกต้องตามกฎหมายและครบถ้วนตามข้อกำหนด"

ขณะเดียวกัน Payward บริษัทแม่ของ Kraken ก็อยู่ระหว่างเจรจาขั้นสูงกับ Hyperliquid Labs เพื่อนำสัญญา Perpetual Futures บางส่วนเข้าสู่นักเทรดในสหรัฐฯ ตามรายงานของ Bloomberg ซึ่งหลังข่าวนี้เผยแพร่ ราคาโทเคน HYPE ของ Hyperliquid ปรับตัวขึ้นเกือบ 50% จาก 57 ดอลลาร์ เป็น 84 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Coin Bureau

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกาหลีเหนือปรากฏตัวบน Hyperliquid

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนธันวาคม 2567 Taylor Monahan นักวิจัยด้านความปลอดภัยของ MetaMask เคยระบุวอลเล็ตต้องสงสัยว่าเชื่อมโยงกับแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่เทรดอยู่บน Hyperliquid มาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีเดียวกัน ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจเป็นการสำรวจช่องทางก่อนโจมตีจริง และมีส่วนทำให้เกิดเงินไหลออกจาก Hyperliquid ราว 250 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว โดยขณะนั้นทางแพลตฟอร์มยืนยันว่าไม่ได้ถูกเจาะระบบ และไม่มีเงินของผู้ใช้สูญหาย

เอกสารยื่นขอจัดตั้งกองทุนที่เกี่ยวข้องกับโทเคน HYPE ในภายหลังก็เริ่มระบุความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตรไว้อย่างชัดเจน โดย Bitwise บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลที่เปิดตัวกองทุน ETF สำหรับ HYPE เคยระบุในเอกสารยื่นต่อทางการเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า ผู้พัฒนาและผู้ดำเนินงาน Hyperliquid ไม่สามารถบังคับให้ผู้ใช้ที่เชื่อมต่อกับบล็อกเชนโดยตรงต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตน (KYC) ตรวจสอบการฟอกเงิน (AML) หรือตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรได้ ซึ่งหมายความว่าเครือข่ายนี้อาจถูกผู้ที่ถูกคว่ำบาตรใช้งานได้

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้

👉 HYPE พุ่งกว่า 10% หลังทรัมป์เผย CFTC เร่งดัน Hyperliquid เข้าสหรัฐฯ แบบถูกกฎหมาย

👉 Bybit ฟ้องเกาหลีเหนือและ Lazarus Group คดีแฮก $1.5 พันล้านดอลลาร์ ศาลสั่งอายัดทรัพย์แล้ว

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk, Blockonomi

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict: เหตุการณ์นี้สะท้อนความย้อนแย้งที่หน่วยงานกำกับดูแลสหรัฐฯ ต้องหาทางแก้ก่อนนำ Hyperliquid เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ เพราะจุดแข็งของแพลตฟอร์มที่ให้ผู้ใช้เทรดผ่านวอลเล็ตโดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน KYC ก็เป็นจุดเดียวกับที่เปิดช่องให้ผู้ถูกคว่ำบาตรอย่าง Lazarus Group เข้าใช้งานได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแยกให้ชัดคือการที่เงินเคลื่อนผ่านแพลตฟอร์มไม่ได้แปลว่าแพลตฟอร์มหรือเอ็กซ์เชนจ์ปลายทางมีความผิดเสมอไป ตราบใดที่มีระบบตรวจจับและสกัดกั้นที่มีประสิทธิภาพตามที่ Kraken ยืนยัน

สำหรับนักลงทุนไทยที่ใช้งาน Hyperliquid หรือถือโทเคน HYPE เรื่องนี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตรยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามควบคู่ไปกับพัฒนาการเชิงบวกอย่างการเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ เพราะอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแลในระยะยาวได้เช่นกัน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com