ขายชอร์ตและคอลออปชัน Bitcoin ครั้งแรกปี 2010 จากการยืม 100 BTC ในห้องแชต สู่ตลาดอนุพันธ์หลายหมื่นล้านดอลลาร์
27 September 2026•บทความ•โดย พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว

ขายชอร์ตและคอลออปชัน Bitcoin ครั้งแรกปี 2010 จากการยืม 100 BTC ในห้องแชต สู่ตลาดอนุพันธ์หลายหมื่นล้านดอลลาร์

28 ต.ค. 2010 nanotube ให้ kiba ยืม 100 BTC ขายชอร์ตใน #bitcoin-otc และ 9 ธ.ค. 2010 ขายคอลออปชันครั้งแรกที่มีบันทึก ย้อนดูผลที่เกิดขึ้นและเส้นทางสู่ตลาดอนุพันธ์วันนี้

ทุกวันนี้ตลาดอนุพันธ์ของ Bitcoin มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ แต่จุดเริ่มต้นเล็กมาก ช่วงปลายปี 2010 ในห้องแชต IRC ชื่อ #bitcoin-otc ผู้ใช้ชื่อ nanotube ให้ผู้ใช้อีกคนชื่อ kiba ยืม 100 BTC เพื่อขายชอร์ต ซึ่งเป็นการขายชอร์ต Bitcoin ครั้งแรกที่มีบันทึกไว้ ในวันที่ 28 ตุลาคม 2010 อีกราวหกสัปดาห์ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม 2010 nanotube ก็ขายสัญญาคอลออปชัน Bitcoin เป็นครั้งแรกที่มีบันทึก บทความนี้ย้อนดูว่าสองสัญญานี้เกิดขึ้นอย่างไร ผลออกมาแบบไหน และเครื่องมือที่เริ่มจากห้องแชตเล็กๆ เติบโตมาเป็นตลาดใหญ่ได้อย่างไร

ตลาดในห้องแชต #bitcoin-otc

ปี 2010 การซื้อขาย Bitcoin ยังเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก ตลาดหลักคือ MtGox ที่เพิ่งเปิดในเดือนกรกฎาคม ส่วนการซื้อขายระหว่างคนต่อคนทำกันในฟอรั่มและห้องแชต วันที่ 18 ตุลาคม 2010 nanotube ประกาศบน bitcointalk ว่าเปิดตลาดซื้อขายนอกกระดาน (OTC) ในห้อง IRC ชื่อ #bitcoin-otc บนเครือข่าย freenode ให้คนลงคำสั่งซื้อขายในสมุดคำสั่ง แล้วไปตกลงซื้อขายกันเอง

โพสต์ของ nanotube บน bitcointalk 18 ตุลาคม 2010 ประกาศเปิดตลาด OTC ในห้อง IRC #bitcoin-otc

ที่มา: bitcointalk.org topic 1491

สมุดคำสั่งของ #bitcoin-otc ที่ถูกเก็บไว้ใน Internet Archive เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2010 หนึ่งวันก่อนการชอร์ต มีคำสั่งค้างอยู่ราว 9 รายการ ราคาเสนอซื้ออยู่ระหว่าง 0.09 ถึง 0.135 ดอลลาร์ และเสนอขายระหว่าง 0.136 ถึง 0.19 ดอลลาร์ เห็นได้ว่าตลาดยังเล็กมาก ราคาแต่ละที่ต่างกันได้มาก

สมุดคำสั่งซื้อขายของ #bitcoin-otc วันที่ 27 ตุลาคม 2010 มีคำสั่งค้างราว 9 รายการ

ที่มา: bitcoin-otc.com ผ่าน Internet Archive Wayback Machine (27 ต.ค. 2553)

28 ตุลาคม 2010 ขายชอร์ตครั้งแรก

การขายชอร์ต (Short Sale) คือการยืมสินทรัพย์คนอื่นมาขายตอนราคาสูง แล้วรอซื้อคืนตอนราคาถูกลงเพื่อคืนเจ้าของ ส่วนต่างที่เหลือคือกำไร แต่ถ้าราคาขึ้นแทน ผู้ชอร์ตต้องซื้อคืนแพงกว่าที่ขายไป และขาดทุนได้ไม่จำกัดเพราะราคาขึ้นได้เรื่อยๆ

การขายชอร์ต ยืมเหรียญมาขายตอนราคาสูง ซื้อคืนตอนราคาต่ำเพื่อคืนเจ้าของ ถ้าราคาขึ้นแทนจะขาดทุน

Bitcoin Wiki บันทึกว่าวันที่ 28 ตุลาคม 2010 มีธุรกรรมขายชอร์ต Bitcoin ครั้งแรก โดย nanotube ให้ kiba ยืม 100 BTC ผ่านตลาด #bitcoin-otc หน้าปี 2010 ของ Wiki ใช้คำระมัดระวังกว่าว่าเป็น "การขายชอร์ตเก่าที่สุดที่มีบันทึก" เพราะอาจมีการยืมกันแบบส่วนตัวก่อนหน้านี้ที่ไม่มีใครจดไว้ ราคาขาย ดอกเบี้ย และระยะเวลาของสัญญานี้ไม่มีบันทึกเหลืออยู่ เพราะตกลงกันในห้องแชต

หน้า 2010 ของ Bitcoin Wiki บันทึกการขายชอร์ตเก่าที่สุดที่มีบันทึก 28 ตุลาคม และคอลออปชัน 9 ธันวาคม

ที่มา: en.bitcoin.it/wiki/2010

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2010 kiba เปิดกระทู้ใน bitcointalk ชื่อ First Short Selling Success In History เล่าว่าการขายชอร์ตครั้งแรกของเขาได้กำไรรวมราว 14 BTC และแนะนำ nanotube เป็นคนแรกที่ควรไปยืมถ้าอยากลองขายชอร์ต ในกระทู้เดียวกัน nanotube อธิบายว่าการขายชอร์ตช่วยเพิ่มสภาพคล่องและความสมเหตุสมผลให้ตลาด เพราะคนซื้อขายได้ทั้งตอนคาดว่าราคาจะขึ้นและจะลง

กระทู้ First Short Selling Success In History ของ kiba บน bitcointalk 4 พฤศจิกายน 2010 กำไรราว 14 BTC

ที่มา: bitcointalk.org topic 1656

สองวันต่อมา ราคาพุ่งจนคนชอร์ตเจ็บตัว

ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2010 ราคา Bitcoin พุ่งแรง วันที่ 6 พฤศจิกายน มูลค่าเศรษฐกิจ Bitcoin เกิน 1 ล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และราคาบน MtGox แตะ 0.50 ดอลลาร์ระหว่างวัน ผู้ใช้ชื่อ Bimmerhead โพสต์ในกระทู้ของ kiba ว่าดูเหมือนเราจะได้เห็น short squeeze ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งหมายถึงคนที่ชอร์ตไว้ต้องแห่ซื้อคืนจนราคายิ่งขึ้นแรง

"ใช่ ผมเจ็บตัว"

kiba ตอบในกระทู้ First Short Selling Success In History บน bitcointalk 6 พฤศจิกายน 2010 ต้นฉบับ "Yes, I got burned."

โพสต์ 6 พฤศจิกายน 2010 BTC แตะ 0.50 ดอลลาร์ อาจเป็น short squeeze ครั้งแรก และ kiba ตอบว่าเจ็บตัว

ที่มา: bitcointalk.org topic 1656

กระทู้ไม่ได้บอกว่าที่ kiba เจ็บตัวเป็นสัญญา 100 BTC เดิมหรือเป็นการชอร์ตรอบใหม่ แต่ภาพความเสี่ยงชัดเจน ราคาเฉลี่ยรายวันของ Bitcoin ขยับจากราว 0.19 ดอลลาร์ในวันที่ 28 ตุลาคม ไปถึงราว 0.47 ดอลลาร์ในวันที่ 8 พฤศจิกายน ถ้าใครชอร์ตไว้ที่ราคาแรกแล้วยังไม่ปิด ก็ต้องซื้อคืนแพงกว่าที่ขายไปราว 2.5 เท่า

ราคาเฉลี่ยรายวันของ Bitcoin ช่วงชอร์ตและออปชันครั้งแรก ต.ค. 2010 - ก.พ. 2011 (ดอลลาร์)
7 ต.ค. 53
$0.06
28 ต.ค. 53
ชอร์ตครั้งแรก
$0.19
9 ธ.ค. 53
คอลออปชันครั้งแรก
$0.25
9 ก.พ. 54
$0.91
7 ต.ค. 5328 ต.ค. 536 พ.ย. 5330 พ.ย. 533 ม.ค. 549 ก.พ. 54
ที่มา: Blockchain.com Market Price ราคาเฉลี่ยข้ามตลาดรายวัน (ไม่ใช่ราคาระหว่างวันของ MtGox) ต.ค. 2553 ถึง ก.พ. 2554

9 ธันวาคม 2010 คอลออปชันครั้งแรก

คอลออปชัน (Call Option) คือสัญญาที่ผู้ซื้อจ่าย "เบี้ย" (Premium) เพื่อได้สิทธิ์ซื้อสินทรัพย์ที่ราคาตกลงไว้ (Strike) ภายในวันหมดอายุ ถ้าราคาตลาดขึ้นเกินราคาตกลง ผู้ซื้อใช้สิทธิ์ซื้อได้ถูกกว่าตลาด ถ้าราคาไม่ขึ้น ก็ปล่อยสิทธิ์ทิ้งไป เสียแค่ค่าเบี้ย ส่วนผู้ขายได้ค่าเบี้ยทันที แต่ต้องยอมขายเหรียญที่ราคาตกลงถ้าผู้ซื้อใช้สิทธิ์

คอลออปชัน จ่ายเบี้ยเพื่อได้สิทธิ์ซื้อที่ราคาตกลง ราคาขึ้นใช้สิทธิ์ ราคาไม่ขึ้นเสียแค่ค่าเบี้ย

Bitcoin Wiki บันทึกว่าวันที่ 9 ธันวาคม 2010 มีการขายสัญญาคอลออปชัน Bitcoin ครั้งแรก จาก nanotube ไปยัง sgornick หรือ Stephen Gornick ผ่านตลาด #bitcoin-otc เช่นเดียวกับการชอร์ต ราคาตกลง ค่าเบี้ย วันหมดอายุ และผลว่ามีการใช้สิทธิ์หรือไม่ ไม่มีบันทึกเหลืออยู่

สิ่งที่เหลืออยู่คือหน้าวิธีทำคอลออปชันในวิกิของ bitcoin-otc ซึ่งแก้ไขล่าสุดวันที่ 20 ธันวาคม 2010 หน้านี้ใช้ตัวอย่างสมมติที่ตั้งวันที่ 8 ธันวาคม 2010 ตอนที่ Bitcoin มีราคาราว 0.22 ดอลลาร์ ผู้ซื้อในตัวอย่างขอซื้อคอลออปชัน 100 BTC ที่ราคาตกลง 0.25 ดอลลาร์ หมดอายุ 3 มกราคม 2011 และจ่ายเบี้ย BTC ละ 0.02 ดอลลาร์ รวม 2 ดอลลาร์ ผู้ขายต้องฝาก Bitcoin ไว้กับบริการ escrow ชื่อ ClearCoin จนกว่าสัญญาจะจบ ตัวเลขชุดนี้เป็นตัวอย่างในวิกิ ไม่ใช่เงื่อนไขของสัญญาจริงระหว่าง nanotube กับ sgornick

หน้าวิกิ bitcoin-otc เรื่อง Option orders ธันวาคม 2010 ตัวอย่างสมมติการทำคอลออปชันผ่าน ClearCoin escrow

ที่มา: wiki.bitcoin-otc.com ผ่าน Internet Archive Wayback Machine (24 ธ.ค. 2553)

หน้าวิกิเดียวกันยังเขียนไว้ว่ายังไม่มีวิธีทำพุทออปชัน (Put Option) หรือสิทธิ์ขายที่ราคาตกลง Bitcoin Wiki บันทึกว่าพุทออปชันครั้งแรกบน #bitcoin-otc เกิดในวันที่ 12 เมษายน 2011 ก่อนหน้านั้นในเดือนมกราคม 2011 มีนักขุดชื่อ sidd เปิดกระทู้ขอซื้อพุทออปชัน เพราะกำลังลงทุนขุดและอยากมีประกันเผื่อราคา Bitcoin ตกหนัก ซึ่งเป็นเหตุผลเดียวกับที่นักขุดใช้อนุพันธ์กันในทุกวันนี้

กระทู้ Options trading บน bitcointalk 26 มกราคม 2011 นักขุดขอซื้อพุทออปชันเป็นประกันราคาตก

ที่มา: bitcointalk.org topic 2986

จากห้องแชตสู่ตลาดที่มีหน่วยงานกำกับ

หลังจากนั้นเครื่องมืออนุพันธ์ของ Bitcoin ค่อยๆ ใหญ่ขึ้น วันที่ 13 พฤษภาคม 2016 BitMEX ประกาศสัญญา XBTUSD ซึ่งต่อมาเรียกกันว่า Perpetual Swap หรือฟิวเจอร์สที่ไม่มีวันหมดอายุ ใช้อัตรา Funding Rate ช่วยดึงราคาให้ใกล้ราคาตลาด ส่วน Deribit เปิดในเดือนมิถุนายน 2016 เป็นตลาดที่เน้นออปชันคริปโต

บล็อก BitMEX Five Years Ago, the Perpetual Swap Was Born เล่าการประกาศ XBTUSD 13 พฤษภาคม 2016

ที่มา: blog.bitmex.com ผ่าน Internet Archive Wayback Machine

ในตลาดที่มีหน่วยงานกำกับ Cboe เปิดซื้อขาย Bitcoin Futures เป็นเจ้าแรกในวันที่ 10 ธันวาคม 2017 ราคาเปิด 15,000 ดอลลาร์ ตามด้วย CME ในวันที่ 17 ธันวาคม 2017 สำหรับวันทำการ 18 ธันวาคม ทั้งสองแบบชำระราคาด้วยเงินสด ต่อมา CME เปิดออปชันบน Bitcoin Futures ในวันที่ 13 มกราคม 2020 และวันที่ 19 พฤศจิกายน 2024 Nasdaq เปิดซื้อขายออปชันของกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ซึ่งเป็น Bitcoin Spot ETF ของ BlackRock

ข่าวแจก Cboe 10 ธันวาคม 2017 Cboe Bitcoin Futures เปิดซื้อขาย

ที่มา: PR Newswire (10 ธ.ค. 2560)

ข่าวแจก CME Group 1 ธันวาคม 2017 self-certify Bitcoin Futures เปิด 17 ธันวาคม 2017 สำหรับวันทำการ 18 ธันวาคม

ที่มา: PR Newswire (1 ธ.ค. 2560)

ขนาดตลาดวันนี้ต่างจากปี 2010 มาก ข้อมูลจาก API สาธารณะของ Deribit วันที่ 27 กันยายน 2026 แสดงว่าออปชัน Bitcoin ที่ยังเปิดสถานะอยู่บน Deribit ที่เดียวมี 343,560 BTC หรือราว 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนรายงานของ CFTC วันที่ 22 กันยายน 2026 แสดงว่าสัญญา Bitcoin Futures ของ CME ที่ยังเปิดอยู่รวมกันราว 115,000 BTC เทียบกับสัญญาแรกในห้องแชตที่มีขนาด 100 BTC ถ้าอยากรู้ว่า Futures สำคัญกับราคา Bitcoin อย่างไร อ่านต่อได้ที่ Bitcoin และ Bitcoin Futures มีความสำคัญอย่างไร และถ้าสนใจวิธีเทรดออปชันบนกระดานจริง ดูได้ที่ รีวิวการเทรด Binance Options

บทเรียนจากสัญญาแรก

เรื่องราวของ kiba ปี 2010 ยังใช้เตือนได้ทุกวันนี้ การขายชอร์ตทำกำไรได้ตอนราคาลง แต่ Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ราคาขึ้นแรงได้ในไม่กี่วัน คนที่ชอร์ตโดยไม่มีจุดตัดขาดทุนอาจเจ็บตัวหนักกว่าที่คิด ส่วนออปชันจำกัดความเสี่ยงของผู้ซื้อไว้ที่ค่าเบี้ย แต่ผู้ขายต้องรับความเสี่ยงอีกด้านแทน ก่อนใช้เครื่องมือเหล่านี้ควรเข้าใจให้ชัดว่าถ้าตลาดวิ่งสวนทาง จะเสียได้มากที่สุดเท่าไร

ความเสี่ยงของอนุพันธ์ ชอร์ตขาดทุนได้ไม่จำกัดเมื่อราคาพุ่ง ผู้ซื้อออปชันเสียได้แค่ค่าเบี้ย

สรุป

วันที่ 28 ตุลาคม 2010 nanotube ให้ kiba ยืม 100 BTC ในห้องแชต #bitcoin-otc เป็นการขายชอร์ต Bitcoin ครั้งแรกที่มีบันทึก kiba บอกว่ารอบแรกได้กำไรราว 14 BTC ก่อนจะเจ็บตัวเมื่อราคาพุ่งในต้นเดือนพฤศจิกายน และวันที่ 9 ธันวาคม 2010 nanotube ขายคอลออปชันครั้งแรกที่มีบันทึกให้ sgornick สัญญาเล็กๆ สองสัญญานี้เป็นจุดเริ่มของตลาดอนุพันธ์ Bitcoin ที่วันนี้มีทั้ง Perpetual Swap, Futures ในตลาดที่มีหน่วยงานกำกับ และออปชันของ ETF

บทความทั้งหมด