JPMorgan ประเมินต้นทุนขุด Bitcoin ราว 85,000 ดอลลาร์ ราคาจมใต้ต้นทุน 280 วันก่อนแตะเหนือ นักขุดอาจโล่งขึ้น
25 September 2026•ข่าว•โดย Rawiwarn Owattasanee

JPMorgan ประเมินต้นทุนขุด Bitcoin ราว 85,000 ดอลลาร์ ราคาจมใต้ต้นทุน 280 วันก่อนแตะเหนือ นักขุดอาจโล่งขึ้น

ทีมนักวิเคราะห์ JPMorgan (ธนาคารการลงทุนรายใหญ่ของสหรัฐฯ) นำโดยนิโคลอส ปานิเกียร์ซอกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) ประเมินว่าต้นทุนขุด Bitcoin เฉลี่ยอยู่ที่ราว 85,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ราว 2.84 ล้านบาท ที่ 33.4 บาทต่อดอลลาร์) และราคา Bitcoin อยู่ใต้ต้นทุนนี้ติดต่อกัน 280 วัน ก่อนที่การปรับขึ้นในสัปดาห์นี้จะดันราคาขึ้นไปแตะเหนือระดับดังกล่าว ตามรายงานของ The Block เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569

JPMorgan ระบุว่า หากราคายืนเหนือต้นทุนได้ต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมใหม่นี้ควรช่วยให้นักขุดโล่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่นักขุดต้องขายเหรียญแบบถูกบังคับ

ข้อควรระวังคือราคาไม่ได้ยืนเหนือระดับนี้ต่อ ทีมข่าวเทียบราคาล่าสุดวันที่ 25 กันยายน 2569 พบว่า Bitcoin อยู่ที่ราว 84,246 ดอลลาร์ (ราว 2.82 ล้านบาท ตามข้อมูล CoinGecko เวลา 12.54 น. ตามเวลาไทย) ซึ่งต่ำกว่า 85,000 ดอลลาร์เล็กน้อย ตามข้อมูลของ The Block เองก็ระบุราคา ณ เวลาที่รายงานอยู่ที่ราว 84,100 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาเคยขึ้นไปสูงกว่า 85,000 ดอลลาร์ในช่วงขึ้นก่อนหน้า พาดหัวข่าวของสื่อบางแห่งที่เขียนว่าราคา "ยืนเหนือ" 85,000 ดอลลาร์จึงเป็นภาพ ณ ช่วงที่ราคาขึ้นไปสูงสุด ไม่ใช่ราคาปัจจุบัน

280 วันใต้ต้นทุน เทียบกับปี 2561

ต้นทุนขุด (Production Cost) คือต้นทุนโดยประมาณในการผลิต Bitcoin หนึ่งเหรียญ ซึ่งรวมค่าไฟและค่าเครื่องขุด JPMorgan เห็นว่าที่ผ่านมาระดับนี้ทำหน้าที่คล้าย "พื้นราคา" แบบอ่อน เพราะเมื่อราคาต่ำกว่านี้นานๆ นักขุดที่มีต้นทุนสูงจะขาดทุน ต้องขายเหรียญที่ถือไว้ หรือปิดเครื่อง

ช่วง 280 วันที่ราคาอยู่ใต้ต้นทุนครั้งนี้ยาวกว่าครั้งล่าสุดที่คล้ายกันเมื่อปี 2561 ซึ่งกินเวลาราว 224 วัน ในครั้งนั้นราคาที่ตกทำให้นักขุดต้นทุนสูงเลิกกิจการ ส่งผลให้ Hashrate (กำลังประมวลผลรวมของเครื่องขุดทั้งเครือข่าย) และความยากในการขุดลดลง JPMorgan ระบุว่าอุตสาหกรรมขุดวันนี้ใหญ่และเป็นระบบอุตสาหกรรมมากกว่าปี 2561 แต่กลไกปรับตัวเดิมยังใช้ได้ คือนักขุดต้นทุนสูงออกจากตลาด

 

"หากภาวะนี้ยืนได้ต่อเนื่อง สภาพแวดล้อมใหม่นี้ควรช่วยให้นักขุด Bitcoin โล่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่พวกเขาจะต้องขายแบบถูกบังคับ"

— นิโคลอส ปานิเกียร์ซอกลู (Nikolaos Panigirtzoglou) นักวิเคราะห์ JPMorgan อ้างโดย The Block

 

Hashrate ลด 19% เพราะนักขุดหันไปทำ AI

ตามรายงาน Hashrate ของเครือข่ายลดลงราว 19% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และความยากในการขุดลดลงราว 15% JPMorgan ชี้ว่านักขุดบางรายย้ายกำลังการผลิตบางส่วนหรือทั้งหมดไปทำงานประมวลผล AI ซึ่งให้ผลกำไรและความมั่นคงมากกว่า จึงทำให้ Hashrate โตช้าลง และเส้นทางการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขุดชะลอลงตาม

ปานิเกียร์ซอกลูระบุว่าแนวโน้มนี้อาจช่วยลดการเติบโตของ Hashrate ส่วนเกิน และป้องกันไม่ให้เครือข่าย "แออัดเกินไป" ซึ่งหมายถึงลดความเสี่ยงจากการที่กำลังขุดกระจุกตัว ตามที่ The Block อ้าง รายงานที่ทีมข่าวอ่านได้ไม่ระบุชื่อบริษัทนักขุดรายใด และไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนขุดฉบับก่อนหน้า จึงเปรียบเทียบกับประมาณการเดิมของ JPMorgan ไม่ได้

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:

เรื่อง Hashrate ที่ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ และราคา Bitcoin ล่าสุด สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้

👉 Hashrate Bitcoin ไม่ทำจุดสูงสุดใหม่นาน 316 วัน ยาวสุดในรอบ 10 ปี เหตุนักขุดหันไปทำสัญญา AI ระยะยาว

👉 Bitcoin ทรงตัว 84,000 ดอลลาร์ แม้ยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีพุ่ง 5.18% สูงสุดตั้งแต่ปี 2550 ONDO พุ่งกว่า 20%

🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, Bloomingbit, BigGo Finance

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict

ตัวเลข 85,000 ดอลลาร์เป็นประมาณการของ JPMorgan วิธีคำนวณต้นทุนแต่ละสำนักต่างกัน ค่าไฟและประสิทธิภาพเครื่องของนักขุดแต่ละรายก็ต่างกัน จึงไม่ควรอ่านว่านี่คือเส้นตายที่ตอบได้ว่านักขุดทุกรายกำไรหรือขาดทุน อีกประเด็นคือ Hashrate ที่ลดลงส่วนหนึ่งมาจากการย้ายไปทำ AI ไม่ใช่การล้มเลิกกิจการเพราะขาดทุนอย่างเดียว การเทียบกับปี 2561 จึงเทียบได้เพียงบางส่วน

 

สำหรับผู้อ่านที่ติดตามราคา ข้อสรุปที่ตรงข้อมูลที่สุดคือ ราคาเพิ่งกลับมาอยู่ใกล้ต้นทุนขุดตามประมาณการนี้ และยังไม่ยืนเหนือได้อย่างต่อเนื่อง ทีมข่าวไม่คาดการณ์ทิศทางราคา เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน

 

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com