Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ทำเนียบขาวเจอปัญหา! กระทรวงคลัง-พาณิชย์ปะทะกันเรื่องอำนาจคุม Strategic Bitcoin Reserve
07 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ทำเนียบขาวเจอปัญหา! กระทรวงคลัง-พาณิชย์ปะทะกันเรื่องอำนาจคุม Strategic Bitcoin Reserve

แผนการจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve (SBR) หรือทุนสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การผลักดันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเจอทางตัน หลังกระทรวงการคลัง (Treasury) และกระทรวงพาณิชย์ (Commerce) ของสหรัฐฯ ยังตกลงกันไม่ได้ว่าใครควรมีอำนาจดูแลหลักเหนือ Bitcoin (BTC) มูลค่ากว่า 21,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 703,300 ล้านบาท) ที่รัฐบาลถือครองอยู่ในปัจจุบัน โดยรายงานจาก Bloomberg เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ระบุว่าประเด็นหลักคือความไม่แน่นอนด้านอำนาจทางกฎหมายของกระทรวงการคลังในการบริหารสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้

 

ย้อนที่มา: คำสั่งบริหารเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568

 

ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามคำสั่งบริหาร (Executive Order) จัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 โดยกำหนดให้กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานหลักในการดูแลทุนสำรองนี้ ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ของรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนกระบวนการยึดทรัพย์สินเพื่อสมทบเข้าทุนสำรองดังกล่าว

 

แต่ล่าสุด Bloomberg รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ว่า เกิดความกังวลขึ้นว่ากระทรวงการคลังมีอำนาจทางกฎหมายเพียงพอหรือไม่ในการบริหารจัดการ BTC ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงกว่าสินทรัพย์สำรองประเภทอื่นอย่างทองคำ ทำให้กระทรวงพาณิชย์ถูกเสนอชื่อขึ้นมาเป็นตัวเลือกใหม่ในการกำกับดูแลแทน ขณะที่กระทรวงยุติธรรม (Department of Justice) ก็เข้าร่วมทำงานกับทั้งสองหน่วยงานเพื่อหาทางออกทางกฎหมายที่เป็นไปได้เช่นกัน

 

ทุนสำรอง Bitcoin นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนของทรัมป์ที่ต้องการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็น "เมืองหลวงคริปโตของโลก" ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแนวทางครั้งใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล จากเดิมที่มองว่า BTC เป็นเพียงทรัพย์สินที่ยึดมาได้ ให้กลายเป็นสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร์แทน

 

Liz Huston โฆษกทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่า รัฐบาลทรัมป์ยังคงประเมินโครงสร้างที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Strategic Bitcoin Reserve และ US Digital Asset Stockpile (คลังสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ) อยู่ เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี

 

สหรัฐฯ ถือ BTC มากที่สุดในบรรดารัฐชาติ

 

ปัจจุบันสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin อยู่ราว 328,372 เหรียญ มูลค่ากว่า 21,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (คำนวณที่อัตราแลกเปลี่ยน 33.33 บาทต่อดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Trading Economics ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เท่ากับราว 703,300 ล้านบาท) ถือเป็นปริมาณ Bitcoin ที่มากที่สุดในบรรดารัฐชาติทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาสหรัฐฯ เคยขาย BTC บางส่วนออกไปตามคำสั่งศาลในหลายครั้ง

 

BTC ส่วนใหญ่ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองมาจากการยึดทรัพย์สินในคดีอาญา ไม่ใช่จากการซื้อในตลาดเปิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้การบริหารจัดการมีความซับซ้อนทางกฎหมายมากกว่าสินทรัพย์สำรองทั่วไป

 

สมาชิกวุฒิสภาเร่งผลักดันกฎหมายรองรับ

 

ความพยายามผลักดันให้ทุนสำรอง Bitcoin นี้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจนยังคงดำเนินต่อไปในสภาคองเกรส ผ่านร่างกฎหมาย BITCOIN Act และ ARMA Act (American Reserves Modernization Act) ที่เสนอเข้าสภาเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยมีเป้าหมายให้รัฐบาลสะสม Bitcoin ให้ได้ถึง 1 ล้านเหรียญ ภายในระยะเวลา 5 ปี ผ่านกลยุทธ์แบบ "งบประมาณเป็นกลาง" (Budget-neutral) ที่ไม่เพิ่มภาระให้ผู้เสียภาษี

 

Patrick Witt หนึ่งในที่ปรึกษาด้านคริปโตของทำเนียบขาว อธิบายว่า ARMA Act เปรียบเสมือน "เวอร์ชัน 2" ของ BITCOIN Act และเปิดเผยว่าทำเนียบขาวใช้เวลาอย่างมากในการตรวจสอบผลกระทบทางกฎหมายของการจัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin นี้

 

"มันคือความก้าวหน้าครั้งสำคัญในแง่ของการจัดวางทุกอย่างให้เข้าที่ ทั้งในแง่ความถูกต้องทางกฎหมาย และการปกป้องสินทรัพย์อย่างเหมาะสม" Witt กล่าวไว้ก่อนหน้านี้

 

ภายใต้ร่างกฎหมาย ARMA Act กำหนดให้ Bitcoin ที่สะสมไว้ต้องถูกถือครองอย่างน้อย 20 ปี เว้นแต่จะถูกนำไปขายเพื่อลดหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้ใกล้แตะระดับ 40 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 1,333.2 ล้านล้านบาท ที่อัตราแลกเปลี่ยนเดียวกัน)

 

มุมมองเชิงบวกจากวงการอุตสาหกรรมคริปโต

 

แม้จะมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงาน แต่ผู้สนับสนุนในวงการคริปโตหลายรายมองว่าความคืบหน้าเรื่อง SBR ยังเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยตอกย้ำสถานะของ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองเชิงยุทธศาสตร

Tim Kotzman พิธีกรรายการพอดแคสต์ Bitcoin Treasuries Podcast ระบุว่า Strategic Bitcoin Reserve ไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยบวกต่อราคา Bitcoin เท่านั้น แต่ยังเป็นการรับรองรูปแบบการจัดสรรเงินทุนแบบใหม่ทั้งหมด โดยชี้ว่าบริษัทเอกชนเริ่มเคลื่อนไหวก่อน และตอนนี้ประเทศต่างๆ กำลังทยอยตามมา

 

ปัจจุบันมี 15 ประเทศที่ถือครอง Bitcoin อยู่ในทุนสำรอง แต่มีเพียง เอลซัลวาดอร์ เท่านั้นที่จัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin อย่างเป็นทางการ และยังคงซื้อ BTC เพิ่มอย่างสม่ำเสมอ

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 ทรัมป์ลั่น CLARITY Act คือเกราะ "กันอนาคต" ปกป้องคริปโตจากรัฐบาลชุดหน้า
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Bloomberg (ตรวจสอบเพิ่มเติมจาก Cointelegraph, Wikipedia และเอกสารคำสั่งบริหารฉบับเต็มจาก whitehouse.gov) / ภาพ cryptonews.com.au

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ความขัดแย้งระหว่างกระทรวงคลังและกระทรวงพาณิชย์สะท้อนให้เห็นว่า แม้แนวคิดเรื่องทุนสำรอง Bitcoin ระดับชาติจะได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากทำเนียบขาว แต่การแปลงวิสัยทัศน์ให้กลายเป็นโครงสร้างที่ใช้งานได้จริงยังต้องเผชิญกับอุปสรรคเชิงกฎหมายและระบบราชการไม่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยมีประสบการณ์บริหารสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูงเช่นนี้มาก่อน ในระยะยาว ความชัดเจนทางกฎหมายผ่านร่างกฎหมายอย่าง ARMA Act อาจเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ทุนสำรองนี้มีความมั่นคงมากกว่าการพึ่งพาคำสั่งบริหารเพียงอย่างเดียว ซึ่งสามารถถูกยกเลิกได้โดยประธานาธิบดีคนต่อไป

 

⚠️ คำเตือนความเสี่ยงการลงทุน: เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลข่าวสารเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน สินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจลงทุน

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Strategic Bitcoin Reserve, ทุนสำรอง Bitcoin สหรัฐ, ARMA Act, BITCOIN Act, Donald Trump, Treasury Department, Commerce Department, Bitcoin สำรองแห่งชาติ

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com