วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติท่วมท้น! สั่งแบน "CBDC" จนถึงปี 2030 ชี้เป็นเครื่องมือสอดส่องประชาชน
วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนถล่มทลาย 89 ต่อ 10 เสียง ให้บรรจุมาตราห้ามธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออก CBDC (เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง) ไว้ในร่างกฎหมายที่อยู่อาศัย "21st Century Road to Housing Act" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยการแบนมีผลชั่วคราวจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2030 ขณะที่ Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับดอลลาร์) ที่เป็นระบบเปิดและไม่มีตัวกลางยังได้รับการยกเว้น ไม่ถูกห้ามแต่อย่างใด
วุฒิสภาผ่านกฎหมายแบน CBDC ด้วยเสียงท่วมท้น
วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย "21st Century Road to Housing Act" ซึ่งมีการแนบมาตราสำคัญห้าม Federal Reserve System (ธนาคารกลางสหรัฐฯ) และธนาคารกลางในเครือข่ายทุกแห่ง "ออก สร้าง หรือจัดหา" CBDC หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีลักษณะคล้ายกัน ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านสถาบันการเงินตัวกลาง โดยมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2030

อย่างไรก็ดี กฎหมายนี้ไม่ได้แตะต้องเงินดิจิทัลที่สกุลเงินผูกกับดอลลาร์ในรูปแบบที่ "เปิด ไม่มีตัวกลาง และมีความเป็นส่วนตัว" ซึ่งหมายความว่า Stablecoin อย่าง USDT หรือ USDC ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และประธานาธิบดี Donald Trump ที่มองว่า Stablecoin ที่ผูกกับดอลลาร์คือเครื่องมือขยายอำนาจของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในเวทีโลก
ส.ส.กว่า 30 คนเรียกร้องแบนถาวร ชี้ CBDC คือ "เครื่องมือควบคุม"
ก่อนหน้าการโหวตครั้งนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกว่า 30 คนลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เรียกร้องให้วุฒิสภาผ่านการแบน CBDC แบบถาวร แทนที่จะเป็นแค่มาตรการชั่วคราว

Representative Ralph Norman (ส.ส.รัฐเซาท์แคโรไลนา) หนึ่งในผู้ลงชื่อ ระบุว่า CBDC จะเปิดทางให้ "ข้าราชการที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง" มีอำนาจควบคุมการเงินของประชาชนสหรัฐฯ อย่างไม่เคยมีมาก่อน
ด้าน Representative Warren Davidson (ส.ส.รัฐโอไฮโอ นักวิจารณ์ CBDC ตัวยง) ยังออกมาเตือนว่าแม้แต่ Stablecoin ที่มีการควบคุมภายใต้กฎหมาย GENIUS Act (Guiding and Empowering Nation's Innovation for US Stablecoins — กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ฉบับสำคัญที่กำลังเดินหน้าในสภา) ก็อาจกลายเป็นช่องทาง "ควบคุม" และ "บังคับ" ประชาชนผ่าน Programmable Money (เงินดิจิทัลที่สามารถตั้งเงื่อนไขการใช้จ่ายได้) ได้เช่นกัน
Ray Dalio เตือน CBDC ทำลายความเป็นส่วนตัวทางการเงิน
Ray Dalio (เรย์ ดาลิโอ ผู้ก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Bridgewater Associates หนึ่งในนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก) ออกมาหนุนทิศทางนี้ โดยเตือนว่า CBDC จะทำให้รัฐบาลสามารถมองเห็นทุกธุรกรรมการเงินของประชาชน และยังเปิดโอกาสให้มีการอายัดบัญชีหรือหักภาษีอัตโนมัติได้โดยที่ประชาชนไม่มีทางป้องกัน นอกจากนี้ CBDC ยังมีแนวโน้มที่จะไม่ให้ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนใดๆ ทำให้ผู้ถือสูญเสียมูลค่าจากเงินเฟ้อไปโดยปริยาย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 GENIUS Act เดินหน้าต่อ! รีพับลิกันยอมถอยเรื่อง CBDC หลังดีลโยกไปใส่ในงบกลาโหม NDAA
👉 สหรัฐฯ อาจไม่ต้องการ CBDC! ว่าที่ รมว.คลังเผยความเห็นสวนกระแสโลก
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตผ่านมาตราแบน CBDC ด้วยเสียงเกือบเป็นเอกฉันท์ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทิศทางนโยบายดิจิทัลของสหรัฐฯ ในยุค Trump กำลังเอนเอียงไปทาง Stablecoin และระบบการเงินแบบกระจายศูนย์มากกว่า CBDC ที่รัฐบาลควบคุมแบบรวมศูนย์ น่าจับตามองว่าการแบนนี้จะถูกต่อยอดเป็นแบบถาวรในอนาคตหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อกระแสความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพทางการเงินกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทั้งในสภาและในสังคมอเมริกัน ผู้ที่ติดตามพัฒนาการของ Stablecoin และ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์) ควรจับตาว่ากฎหมาย GENIUS Act จะออกมาในรูปแบบสุดท้ายอย่างไร
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: CBDC, แบน CBDC, วุฒิสภาสหรัฐ, Federal Reserve, Stablecoin, GENIUS Act, คริปโต กฎหมาย, เงินดิจิทัลธนาคารกลาง
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ x.com