Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

วุฒิสภาสหรัฐเร่งเครื่อง “บิ๊กดีลกฎหมายคริปโต” จ่อถึงโต๊ะทรัมป์ปี 2026
10 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

วุฒิสภาสหรัฐเร่งเครื่อง “บิ๊กดีลกฎหมายคริปโต” จ่อถึงโต๊ะทรัมป์ปี 2026

ความพยายามของสหรัฐฯ ในการวาง “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต” (Crypto Market Structure Bill) กำลังเข้าสู่โค้งสำคัญ เมื่อวุฒิสมาชิกสองพรรคคือ Kirsten Gillibrand (เดโมแครต–นิวยอร์ก) และ Cynthia Lummis (รีพับลิกัน–ไวโอมิง) ออกมาระบุว่า บิลฉบับล่าสุดกำลังเดินหน้าอย่างรวดเร็ว และมีโอกาสจะไปถึงโต๊ะประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในช่วงต้นปี 2026 

 

ทั้งสองคนให้สัมภาษณ์บนเวที Blockchain Association Policy Summit ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดย Gillibrand ย้ำว่า

 

“ไม่มีอะไรขวางบิลฉบับนี้แล้ว”

 

และมองว่าบิลวุฒิสภาฉบับนี้จะไปไกลกว่าฉบับสภาผู้แทนฯ ที่ผ่านมาก่อนหน้าในช่วงฤดูร้อน

 

จาก “Digital Asset Market Clarity Act” สู่บิลโครงสร้างตลาดคริปโตฉบับวุฒิสภา

 

ต้นทางของความพยายามครั้งนี้เริ่มชัดขึ้นในช่วงฤดูร้อน เมื่อ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านบิล Digital Asset Market Clarity Act หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า Clarity ซึ่งวางกรอบเบื้องต้นให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมี “กฎเล่น” ที่ชัดขึ้น ทั้งในมุมการระดมทุนและการเทรดบนตลาดรอง

 

ฝั่งวุฒิสภาจึงหยิบแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอด กลายเป็นบิลโครงสร้างตลาดคริปโต (crypto market-structure bill) ฉบับของตัวเอง ที่ตั้งใจจะเคลียร์ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ค้างคาในตลาดมานาน รวมถึงเรื่อง เขตอำนาจของหน่วยงานกำกับ อย่าง

 

  • สำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC)

  • คณะกรรมการกำกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (CFTC)

 

พร้อมกับนิยามคำใหม่อย่าง “Ancillary Assets” เพื่อระบุว่า คริปโตประเภทไหน “ไม่ใช่หลักทรัพย์” ช่วยให้โปรเจกต์และแพลตฟอร์มไม่ต้องอยู่ใน “พื้นที่สีเทา” ระหว่างกฎหมายหลักทรัพย์กับกฎหมายสินค้าโภคภัณฑ์อีกต่อไป

 

สองคณะกรรมาธิการ – สองร่างกฎหมายที่ต้องผสานกัน

 

ในวุฒิสภา บิลกฎหมายคริปโตถูกผลักดันผ่าน สองคณะกรรมาธิการหลัก

 

  • คณะกรรมาธิการการธนาคาร (Senate Banking Committee)

    • ทำร่างที่เน้นแบ่งเขตอำนาจ SEC–CFTC

    • เสนอการนิยาม “ancillary assets” เพื่อชี้ชัดว่าคริปโตบางประเภทไม่เข้าข่าย “หลักทรัพย์”

  • คณะกรรมาธิการเกษตร (Senate Agriculture Committee)

    • ออกร่างบิลอีกฉบับที่ เพิ่มอำนาจให้ CFTC มากขึ้น ในการกำกับตลาดคริปโตในมิติของอนุพันธ์และสินค้าโภคภัณฑ์

 

เป้าหมายคือการ ผสานสองร่างนี้เข้าด้วยกัน ให้เป็นบิลโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลชุดเดียว ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกำกับดูแล การคุ้มครองผู้ลงทุน และการเปิดพื้นที่ให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรมคริปโต รวมถึง DeFi และแพลตฟอร์มแบบกระจายศูนย์ (DEX) ซึ่งก่อนหน้านี้แทบไม่มีความชัดเจนในเชิงกฎหมายระดับรัฐบาลกลาง

 

Lummis ระบุว่าเป้าหมายคือ

 

  • ปล่อยร่างล่าสุดออกมา ภายในสิ้นสัปดาห์นี้

  • และจัด การรับฟังความเห็น–ลงมติในคณะกรรมาธิการ (markup) ภายในสัปดาห์หน้า หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน

 

เบื้องหลัง “สามมิติเชส”: พรรคเดโมแครต–รีพับลิกัน–ทำเนียบขาว–อุตสาหกรรม

 

เบื้องหลังการเดินหน้าของกฎหมายคริปโตฉบับนี้ไม่ได้มีแค่การเจรจาระหว่างพรรคการเมืองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวพันกับทั้ง อุตสาหกรรมคริปโต และ ทำเนียบขาว ไปพร้อมกัน

 

Lummis เปรียบการเจรจาครั้งนี้ว่าเป็นเหมือนเล่น

 

“หมากรุกสามมิติ”

 

เพราะต้องเจรจา 3 ฝั่งใหญ่พร้อมกัน ได้แก่

 

  1. เดโมแครต–รีพับลิกันในสภา

  2. ผู้เล่นในอุตสาหกรรมคริปโตและสมาคมต่าง ๆ

  3. ทำเนียบขาวและฝ่ายบริหาร

 

ฝั่งเดโมแครตอย่าง Gillibrand ระบุว่า ทั้งสองพรรคมีการประชุมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และเพิ่งจัด ประชุมแบบสองพรรค (bipartisan) ครั้งแรกในรอบล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเธอมองว่า “ไปได้สวย” พร้อมเสริมว่าทีมเดโมแครตเพิ่งส่ง “ชุดข้อเสนอสุดท้าย” ให้ทีมงานรีพับลิกันไปเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อกดดีลให้ลงตัวก่อนปล่อยร่างฉบับเต็ม

 

อย่างไรก็ตาม วุฒิสมาชิกบางคน เช่น Bernie Moreno (รีพับลิกัน–โอไฮโอ) ให้ภาพต่างออกไป โดยมองว่าการเจรจาในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น “ค่อนข้างน่าหงุดหงิด” สะท้อนว่าภายในพรรครีพับลิกันเองก็ยังมีมุมมองที่หลากหลายต่อรายละเอียดของบิลนี้เช่นกัน 

 

ปมร้อนเรื่อง “จริยธรรมคริปโต” และผลประโยชน์ครอบครัวทรัมป์

 

หนึ่งในประเด็นที่ทำให้การเจรจาซับซ้อนคือเรื่อง กติกาด้านจริยธรรม (ethics rules) เกี่ยวกับนักการเมืองและครอบครัวของพวกเขา

 

รายงานจาก Bloomberg เคยประเมินว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และครอบครัว อาจทำกำไรจากธุรกิจคริปโตและโปรเจกต์อย่าง World Liberty Financial DeFi และโครงการ Stablecoin ที่ระบุชื่อทรัมป์และลูกชายสามคนเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง รวมกันราว 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เดโมแครตผลักดันให้ต้องมีกติกาพิเศษด้านจริยธรรมในบิลนี้

 

ข้อเสนอสำคัญที่ถูกหยิบขึ้นมาคุย เช่น

 

  • จำกัดไม่ให้ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและครอบครัว

    • ออกเหรียญคริปโตเอง

    • รับรอง / โปรโมตโปรเจกต์

    • หรือทำกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องโดยตรงในระหว่างยังดำรงตำแหน่งอยู่

 

Lummis เผยว่าเธอได้เจรจาภาษาในส่วนของ ข้อกำหนดจริยธรรม ร่วมกับ วุฒิสมาชิก Ruben Gallego (เดโมแครต–แอริโซนา) และส่งร่างแรกไปให้ทำเนียบขาวพิจารณา แต่ผลคือ ถูกตีกลับ

 

หรือแปลว่า “ทำเนียบขาวบอกว่าทำได้ดีกว่านี้” และยังไม่รับร่างดังกล่าวในปัจจุบัน ทำให้ประเด็นจริยธรรมกลายเป็นหนึ่งในจุดที่ยังต้องเจรจาต่อ แต่ Lummis ระบุชัดว่าจะลองยื่นร่างใหม่อีกครั้ง

 

อุตสาหกรรมยัง “มีความหวัง” – ลุ้นถึงโต๊ะทรัมป์ต้นปี 2026

 

แม้จะมีแรงเสียดทานเรื่องเงื่อนไขจริยธรรมและการแบ่งอำนาจระหว่างหน่วยงานกำกับ แต่ฝั่งอุตสาหกรรมยังมองว่ามีโอกาสเห็น “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตสหรัฐฯ” เดินหน้าได้จริงในรอบนี้

 

Cody Carbone ซีอีโอของ The Digital Chamber ให้สัมภาษณ์กับ The Block ว่า

 

  • ประตูยัง “เปิดอยู่” สำหรับการดันบิลโครงสร้างตลาดคริปโตในช่วงปลายปีนี้

  • และหากคณะกรรมาธิการเริ่มกระบวนการ markup และโหวตภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก็มีโอกาสสูงที่บิลจะไปถึงโต๊ะประธานาธิบดี ต้นปี 2026

 

อ้างอิง : theblock.co