ทรัมป์ผลักดันต่อ! คำสั่งเปิดทางให้คริปโตในกองทุนเกษียณ 401(k) เตรียมกลายเป็นกฎหมายถาวร
ความพยายามในการเปิดประตูให้ชาวอเมริกันลงทุนในคริปโตผ่านกองทุนเกษียณเริ่มก้าวหน้าอีกขั้น เมื่อ Troy Downing สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ได้ยื่น ร่างกฎหมายต่อคณะกรรมาธิการการเงิน (House Financial Services Committee) เพื่อผลักดันให้ คำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับกองทุนเกษียณ 401(k) กลายเป็นกฎหมายถาวร
จาก “คำสั่งชั่วคราว” สู่ “กฎหมายถาวร”
คำสั่ง Executive Order 14330 ที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025 ระบุว่า
“คนอเมริกันทุกคนควรมีสิทธิ์เข้าถึงการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ที่ผู้จัดการกองทุนเห็นว่าเหมาะสม เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในวัยเกษียณ”
โดยคำสั่งนี้รวมถึงการเปิดให้ลงทุนใน
สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) เช่น ตลาดเอกชน (Private Market), อสังหาริมทรัพย์ (Real Estate), สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities), โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Projects), กลยุทธ์สร้างรายได้ประจำ (Lifetime Income Strategies)
และ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets) ผ่านกองทุนที่มีการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ
อย่างไรก็ตาม คำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ไม่ถือเป็นกฎหมายถาวร และอาจถูกยกเลิกได้โดยผู้นำคนต่อไปหรือศาล การผลักดันให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านรัฐสภา จึงเป็นวิธีที่จะ “ยึดนโยบายนี้ไว้ในระบบกฎหมายถาวรของประเทศ”
ร่างกฎหมาย Downing Bill: ต่อยอดนโยบายเกษียณยุคใหม่
รายงานจาก Politico ระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อ “ทำให้คำสั่งทรัมป์มีผลบังคับใช้ในระดับกฎหมาย” โดยกำหนดให้หน่วยงานสำคัญของรัฐบาล เช่น
กระทรวงแรงงาน (Department of Labor)
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC)
และ กระทรวงการคลัง (Treasury Department)
ต้องจัดทำแนวทาง (Guideline) และข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาอยู่ในแผนเกษียณ 401(k) ภายใน 6 เดือน
แม้สหรัฐฯ จะอยู่ในช่วง “ชัตดาวน์ (Government Shutdown)” แต่รัฐสภายังคงสามารถเสนอร่างกฎหมายและเปิดการอภิปรายได้
401(k): ตลาดเกษียณมูลค่า 9.3 ล้านล้านดอลลาร์
กองทุนเกษียณแบบ 401(k) เป็นระบบออมเงินเพื่อเกษียณที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐฯ โดยในไตรมาส 2 ปี 2025 ชาวอเมริกันถือครองสินทรัพย์รวมในบัญชี 401(k) มูลค่ากว่า 9.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตามรายงานของ Investment Company Institute (ICI)
หากเปิดให้ลงทุนในคริปโตได้อย่างถูกกฎหมาย จะเท่ากับว่า เม็ดเงินระดับหลายแสนล้านดอลลาร์อาจไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ในอนาคต
จากยุคไบเดนสู่ยุคทรัมป์: จุดเปลี่ยนของนโยบายคริปโตในกองทุนเกษียณ
ย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลโจ ไบเดน เคยออกแนวทางเตือนผู้จัดการกองทุนให้ “ระมัดระวังอย่างยิ่ง” หากต้องการเพิ่มคริปโตเข้าในแผน 401(k)
แต่หลังจากทรัมป์กลับมาและออกคำสั่งใหม่ในเดือนสิงหาคม ท่าทีของรัฐบาลเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยในเดือนกันยายน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จำนวน 9 คน ได้ร่วมกันส่งจดหมายถึง ประธาน SEC Paul Atkins เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตามคำสั่งของทรัมป์
ในจดหมายระบุว่า
“เราต้องการให้ 90 ล้านคนอเมริกันที่ยังไม่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก มีโอกาสสร้างความมั่นคงและเกษียณอย่างมีศักดิ์ศรี”
มุมมองจากนักลงทุนคริปโต
ฝั่งผู้เชี่ยวชาญในตลาดคริปโตมองว่าการเปิดให้ลงทุนคริปโตในกองทุนเกษียณคือ “หมุดหมายสำคัญของการยอมรับ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสถาบัน”
André Dragosch หัวหน้าฝ่ายวิจัยยุโรปของ Bitwise กล่าวกับ Cointelegraph ว่า
“หากสหรัฐฯ อนุญาตให้ลงทุนคริปโตในแผนเกษียณ 401(k) ได้จริง จะเป็นก้าวสำคัญของการยอมรับ Bitcoin ในระดับประเทศ และอาจดึงเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ตลาดคริปโต”
หากร่างกฎหมายนี้ผ่าน อาจกลายเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์การยอมรับคริปโตในระบบการเงินโลก
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ thehill.com