ถือเป็นข่าวใหญ่ในแวดวงคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อ Uniswap แพลตฟอร์มเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) ที่มีวอลลุ่มการเทรดมหาศาล ได้ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการบน X Layer ซึ่งเป็นเครือข่าย Layer-2 ที่พัฒนาโดยศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกอย่าง OKX การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เปรียบเสมือนการเติมจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญให้กับการขยายระบบนิเวศ DeFi ของ OKX ให้แข็งแกร่งและเข้าถึงผู้ใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
กลยุทธ์เฟส 2 ของ OKX และความสำคัญของ X Layer
คุณ สตาร์ สวี่ (Star Xu) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ OKX ระบุว่าการรวม Uniswap เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายคือ "เสาหลักสำคัญของแผนงานระยะที่ 2" จากทั้งหมด 3 ระยะ โดยเป้าหมายหลักคือการดึงเอาโปรโตคอล DeFi ชั้นนำระดับโลกเข้ามาใช้งานบนโครงสร้างพื้นฐานที่ OKX สร้างขึ้น เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงตลาดแลกเปลี่ยนคริปโตและพูลสภาพคล่อง (Liquidity Pools) ได้โดยตรงด้วยต้นทุนที่ต่ำลงในระดับ Layer-2

เครือข่าย X Layer นั้นถูกสร้างขึ้นบนเทคโนโลยีที่รองรับ EVM (Ethereum Virtual Machine) ซึ่งทำให้นักพัฒนาสามารถย้ายแอปพลิเคชันจาก Ethereum มาใช้งานได้ทันที ข้อดีที่ผู้ใช้งานจะได้รับคือความรวดเร็วในการทำธุรกรรม และที่สำคัญคือทาง Uniswap Labs จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากการสวอปเหรียญบนเครือข่ายนี้ ช่วยลดภาระต้นทุนให้กับเทรดเดอร์รายย่อยได้อย่างมาก
เสียงตอบรับจาก Uniswap และทิศทางของตลาด DEX
ทางด้านคุณ เฮย์เดน อดัมส์ (Hayden Adams) ผู้ก่อตั้ง Uniswap Labs เชื่อมั่นว่าการผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความเคลื่อนไหว (Activity) และสภาพคล่องให้กับโปรโตคอลอย่างมหาศาล ปัจจุบัน Uniswap มีมูลค่าสินทรัพย์ที่ล็อกไว้ในระบบ (TVL) สูงถึง 4.4 พันล้านดอลลาร์ การขยายตัวไปยัง X Layer จึงเป็นโอกาสที่จะดึงฐานผู้ใช้งานจากฝั่ง Centralized Exchange (CEX) ของ OKX ให้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานแบบ On-chain มากขึ้น
นอกจากนี้ กระแสการที่กระดานเทรดระดับโลกหันมาสร้างเครือข่าย Layer-2 ของตัวเองไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรง เห็นได้จาก:
Base ของ Coinbase ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงจนมีผู้ใช้งาน Uniswap สูงถึง 80% ในช่วงต้นปี 2024
Gate Layer ของ Gate.io ที่เน้นการสร้าง Ecosystem สำหรับ Web3 โดยเฉพาะ
การใช้ X Layer เชื่อมต่อกับ OKX Wallet เพื่อโอนย้ายสินทรัพย์ระหว่างโลก CEX และ DEX ได้ในไม่กี่คลิก

บทสรุปของการร่วมมือครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเพิ่มช่องทางการเทรด แต่คือการเปลี่ยนผ่านพฤติกรรมผู้ใช้จากการพึ่งพาตัวกลาง ไปสู่การใช้ระบบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้บนบล็อกเชน โดยมี OKX เป็นผู้ปูทางด้านความสะดวกและค่าธรรมเนียมที่จับต้องได้นั่นเอง
อ้างอิง : cointelegraph.com