Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ทรัมป์เตรียมสัมภาษณ์ตัวเต็งประธานเฟดคนใหม่ “Kevin Hassett” ยังนำโด่ง ลุ้นประกาศผล ม.ค. ปีหน้า
10 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ทรัมป์เตรียมสัมภาษณ์ตัวเต็งประธานเฟดคนใหม่ “Kevin Hassett” ยังนำโด่ง ลุ้นประกาศผล ม.ค. ปีหน้า

ศึกชิงเก้าอี้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve – Fed) กำลังเดินทางเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อรายงานจาก Financial Times (FT) ระบุว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมเริ่ม สัมภาษณ์ผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานเฟดตัวจริง ภายในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางสายตาของทั้งตลาดเงินดั้งเดิมและตลาดคริปโตที่จับตาดูอย่างใกล้ชิด

 

บทบาทของประธานเฟดนั้นสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นคนกำหนดทิศทาง ดอกเบี้ยนโยบาย การควบคุมเงินเฟ้อ และสภาพคล่อง ที่ส่งผลโดยตรงต่อ หุ้น พันธบัตร ทองคำ และ Bitcoin กับคริปโตทั้งหมด

 

รายงานของ FT ระบุว่า Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ยื่นรายชื่อผู้เข้าชิงตำแหน่งประธานเฟดจำนวน 4 คนให้ทำเนียบขาวพิจารณา โดยมีชื่อสำคัญที่เปิดเผยแล้ว ได้แก่

 

  • Kevin Hassett – ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ (National Economic Council) ปัจจุบัน และถือเป็น ตัวเต็ง (frontrunner)

  • Kevin Warsh – อดีตกรรมการเฟด (Former Fed Governor) ที่ Bessent มีกำหนดพบในวันพุธ

  • ผู้สมัครอีก 2 คนจะถูกคัดมาจากลิสต์ที่กว้างขึ้น ซึ่งรวมถึง

    • Christopher Waller – กรรมการเฟดคนปัจจุบัน

    • Michelle Bowman – กรรมการเฟด

    • Rick Rieder – Chief Investment Officer จาก BlackRock

 

ทรัมป์และ Bessent คาดว่าจะเริ่มสัมภาษณ์ผู้เข้าชิงอย่างน้อยหนึ่งคนภายในสัปดาห์หน้า โดยมีโอกาสสูงที่จะ ประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่ในช่วงเดือนมกราคม

 

แม้จะยังไม่ล็อกชื่อ แต่ทรัมป์ก็ส่งสัญญาณอย่างมีนัยสำคัญแล้วว่า

 

“เราจะดูอยู่ไม่กี่คน แต่ผมค่อนข้างรู้แล้วว่าตัวเองอยากได้ใคร”

 

ทำให้ตลาดยิ่งจับตาไปที่ตัวเต็งอย่าง Kevin Hassett มากยิ่งขึ้น

 

โพลตลาดคาด “Hassett” นั่งเก้าอี้ประธานเฟด – แต่ไม่ได้ชนะขาด 100%

 

ข้อมูลจากตลาดคาดการณ์อย่าง Kalshi และ Polymarket ชี้ว่า

 

  • หลังทรัมป์เผลอเรียก Hassett ว่า “potential Fed chair” ระหว่างกล่าวต้อนรับแขกที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม อัตราเดิมพันของ Hassett พุ่งขึ้นทันทีแตะราว 85%

  • อย่างไรก็ตาม ล่าสุดโอกาสของ Hassett เริ่ม ย่อลงมาราว 73%

  • ขณะที่ Kevin Warsh มีโอกาสราว 13% และตัวเลขนี้แกว่งอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันตลอดเดือนธันวาคม

 

ตัวเลขเหล่านี้บอกเราว่า Hassett ยังคงเป็นตัวเต็งที่ตลาดคาดหวังมากที่สุด แต่ก็ไม่ได้อยู่ในสถานะ “ล็อกแล้วแน่นอน” เพราะยังมีพื้นที่ให้เกิดเซอร์ไพรส์ได้ โดยเฉพาะหากทรัมป์มองหาบุคลิกหรือแนวนโยบายที่ “ตรงใจ” มากกว่าที่ตลาดเคยคิด

 

จุดยืนของ Hassett: “ไม่ทำตามการเมืองตาบอด” – จะใช้ดุลยพินิจของตัวเอง

 

คำถามใหญ่ของตลาดคือ หาก คนใกล้ชิดทรัมป์ อย่าง Kevin Hassett ขึ้นเป็นประธานเฟดจริง เขาจะทำหน้าที่อย่าง อิสระ แค่ไหน?

 

ในการให้สัมภาษณ์กับ The Wall Street Journal Hassett ยืนยันว่า

 

“คุณก็แค่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง (You just do the right thing)”

 

เมื่อถูกถามตรง ๆ ว่าจะ “เชื่อฟังคำสั่งทรัมป์แบบไม่คิด” หรือไม่

 

เขายกตัวอย่างสถานการณ์ว่า หากเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ขยับจาก 2.5% ขึ้นมาแถว 4%

 

“คุณไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ในสภาวะแบบนั้น คุณต้องใช้ดุลยพินิจของตัวเอง ซึ่งผมคิดว่าประธานาธิบดีก็เชื่อใจผมในจุดนี้”

 

ข้อความนี้ส่งสัญญาณว่า แม้ Hassett จะมีสายสัมพันธ์ทางการเมืองกับทรัมป์ แต่ก็พยายามวางตัวในฐานะ ประธานเฟดที่อิงข้อมูลเศรษฐกิจและเงินเฟ้อเป็นหลัก ไม่ใช่เพียงทำตามความต้องการทางการเมืองอย่างเดียว

 

ทำไมคนเล่นคริปโตต้องแคร์ว่าใครเป็นประธานเฟด?

 

ไม่ว่าจะจบลงที่ Hassett, Warsh, Waller, Bowman หรือ Rieder คนสุดท้ายที่จะเข้าไปคุม Fed ก็จะกลายเป็นคนกำหนดทิศทางของ

 

  • ดอกเบี้ยสหรัฐฯ (Fed Funds Rate)

  • นโยบายการเงินแบบตึงตัวหรือผ่อนคลาย (Tightening vs Easing)

  • ท่าทีต่อเงินเฟ้อ และการจัดการวิกฤตในอนาคต

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้กระทบโดยตรงต่อ

 

  • ราคาของ Bitcoin และคริปโต – เพราะถือเป็นสินทรัพย์เสี่ยงที่ไวต่อสภาพคล่องโลก

  • ความต้องการ Stablecoin, DeFi Yield และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ

  • การตัดสินใจของ สถาบันการเงิน, ETF, บริษัทจดทะเบียน ที่จะเพิ่มหรือลดเอ็กซ์โปเชอร์ในสินทรัพย์ดิจิทัล

 

ถ้าประธานเฟดคนใหม่มีแนวโน้ม ระมัดระวังเงินเฟ้อมาก (Hawkish) – ตลาดอาจคาดว่าดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับสูงนานขึ้น กดดันสินทรัพย์เสี่ยง ในทางกลับกัน ถ้าแนวโน้ม ผ่อนคลายและยอมรับเงินเฟ้อได้มากขึ้น (Dovish) – เงินราคาถูกอาจกลับเข้ามาเติมสภาพคล่องในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งหุ้นและคริปโต

 

ดังนั้น ชื่อของประธานเฟดคนใหม่ = ตัวแปรสำคัญต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตตลอดหลายปีข้างหน้า ไม่ใช่แค่เกมการเมืองในสหรัฐฯ เท่านั้น

 

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ reuters.com