Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

คดี Tornado Cash ถึงจุดชี้ชะตา! คณะลูกขุนเตรียมตัดสินโทษ Roman Storm เสี่ยงคุกสูงสุด 40 ปี
31 July 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

คดี Tornado Cash ถึงจุดชี้ชะตา! คณะลูกขุนเตรียมตัดสินโทษ Roman Storm เสี่ยงคุกสูงสุด 40 ปี

คณะลูกขุนในศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขต Southern District of New York เตรียมเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาคดี Roman Storm ผู้ร่วมก่อตั้ง Tornado Cash หลังอัยการและทีมฝ่ายจำเลยได้แถลงปิดคดีเรียบร้อยแล้วเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

การตัดสินคดีนี้อาจกลายเป็น จุดเปลี่ยนสำคัญของวงการคริปโต โดยเฉพาะเรื่อง “ความรับผิดชอบของนักพัฒนา” ที่สร้างซอฟต์แวร์แบบกระจายศูนย์ (decentralized software) ซึ่งมีโอกาสถูกนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย

Roman Storm ถูกตั้งข้อหาอะไรบ้าง?

อัยการสหรัฐฯ กล่าวหาว่า Roman Storm ได้:

  • สมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน (conspiracy to launder money)
  • ละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือและกลุ่ม Lazarus Group
  • ดำเนินธุรกิจโอนเงินโดยไม่มีใบอนุญาต (unlicensed money-transmitting business)

หากถูกตัดสินว่าผิดจริงในทุกข้อกล่าวหา Storm อาจเผชิญโทษจำคุก สูงสุดถึง 40 ปี

ฝ่ายอัยการ: Storm คือผู้สมรู้ร่วมคิดในการฟอกเงิน

Ben Gianforti อัยการผู้เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมคริปโตของสหรัฐฯ กล่าวต่อศาลว่า Tornado Cash เป็นเครื่องมือที่ถูกใช้ในการฟอกเงินหลังเกิดแฮกหลายครั้ง เช่น:

  • การแฮก KuCoin
  • การแฮก Ronin Network (Axie Infinity)

เขายืนยันว่า แพลตฟอร์ม Tornado Cash ได้ช่วยกลุ่ม Lazarus แปลงเหรียญจากกระเป๋าที่ถูกคว่ำบาตรมูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์ หลังจากมีคำสั่งคว่ำบาตรแล้ว

“นี่คือเรื่องง่าย ๆ: Tornado Cash เป็นเหมือนโรงงานฟอกเงินดิจิทัลสุดล้ำ เป้าหมายของมันคือความเป็นส่วนตัวให้กับอาชญากร” — Ben Gianforti

เขาทิ้งท้ายต่อคณะลูกขุนว่า Roman Storm มีความผิดและขอให้ใช้สามัญสำนึกในการตัดสิน

ฝ่ายจำเลย: Storm ไม่เคยตั้งใจช่วยอาชญากร

ด้าน David Patton ทนายฝ่าย Storm แถลงปิดคดีว่า:

  • การที่เทคโนโลยีถูกใช้โดยทั้ง “คนดีและคนร้าย” ไม่ได้แปลว่าผู้สร้างมีเจตนาให้เกิดอาชญากรรม
  • ประเด็นสำคัญคือ “เจตนา (intent)” ไม่ใช่แค่การรับรู้ว่าอาจมีคนร้ายใช้เทคโนโลยีนั้น

“มันไม่พอแค่รู้ว่ามีอาชญากรใช้ระบบ คุณต้อง ‘ตั้งใจ’ จะช่วยอาชญากรจริง ๆ ซึ่งในกรณีนี้ Roman มีเจตนาไปในทางตรงกันข้ามทั้งหมด”

ผลลัพธ์ของคดีนี้อาจเปลี่ยนอนาคตซอฟต์แวร์กระจายศูนย์

คดีนี้ถูกจับตามองจากชุมชนคริปโตทั่วโลก เพราะอาจกลายเป็น บรรทัดฐานใหม่ ว่า “นักพัฒนาซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์ส” ควรมีความรับผิดชอบต่อการใช้งานของผู้ใช้หรือไม่

Tornado Cash เป็นโปรโตคอลมิกเซอร์ที่ช่วยปกปิดเส้นทางการโอนเหรียญบน Ethereum โดยใช้เทคนิคการรวมธุรกรรม (mixing) ซึ่งเดิมทีออกแบบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว แต่ถูกหน่วยงานภาครัฐหลายแห่งมองว่าเป็นช่องทางฟอกเงิน

ขณะนี้ ศาลได้ให้คำแนะนำสุดท้ายกับคณะลูกขุนแล้ว และอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาเพื่อชี้ชะตา Roman Storm

อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ crypto-economy.com