Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

สตช. เผย คดีออนไลน์ปี 2568 พุ่ง 3.8 แสนเรื่อง เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน — นักลงทุนคริปโตติดกับมิจฉาชีพใช้ AI
21 March 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

สตช. เผย คดีออนไลน์ปี 2568 พุ่ง 3.8 แสนเรื่อง เสียหาย 2.5 หมื่นล้าน — นักลงทุนคริปโตติดกับมิจฉาชีพใช้ AI

รองโฆษก สตช. แถลงในงาน Whoscall Annual Report 2568 ว่าคดีหลอกลวงออนไลน์ในไทยพุ่งสูงถึง 380,378 คดีตลอดปี 2568 มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 25,000 ล้านบาท โดยวัยทำงานช่วงอายุ 31–40 ปี ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด พร้อมระบุว่าต้นตอปัญหาจริงๆ อยู่นอกอาณาเขตไทยในประเทศกัมพูชา

 

ตัวเลขน่าตกใจ — กว่าพันคดีต่อวัน

 

จากการแถลงของ พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้บังคับการตำรวจสืบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ในงาน Whoscall Annual Report 2568 มีการเปิดเผยตัวเลขสถิติที่น่าตระหนกในช่วง 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคม 2568

 

ยอดคดีออนไลน์รวมอยู่ที่ 380,378 เรื่อง คิดเฉลี่ยเป็น 1,045 คดีต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2567 มูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 25,195,936,027 บาท หรือเฉลี่ย 69 ล้านบาทต่อวัน

 

วัยทำงานและผู้หญิง — กลุ่มเสี่ยงสูงสุด

 

ผู้เสียหายที่มีสัดส่วนสูงที่สุดอยู่ในช่วงอายุ 31–40 ปี คิดเป็น 25.60% ของผู้เสียหายทั้งหมด พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ อธิบายว่ากลุ่มนี้เข้าถึงผลิตภัณฑ์ลงทุนได้ง่าย จึงเป็นเป้าหมายที่มิจฉาชีพเลือกเจาะเป็นพิเศษ นอกจากนี้ สัดส่วนผู้เสียหายเพศหญิงยังสูงกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญ โดยอยู่ที่ 64% ของผู้เสียหายทั้งหมด

 

14 รูปแบบคดี — อะไรที่ระบาดหนักที่สุด?

 

คดีออนไลน์ที่ได้รับการแจ้งความมีทั้งหมด 14 ประเภท โดยประเภทที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ

 

  • หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ (ไม่เป็นขบวนการ) — 52.99%
  • หลอกให้โอนเพื่อรับรางวัล — 14.61%
  • หลอกให้โอนเพื่อทำงาน — 8.67%

 

ที่น่าสังเกตสำหรับแวดวงคริปโต คือการหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับ สินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอเรนซี่ เหรียญดิจิทัล และโทเคน) มีสัดส่วน 0.19% และการหลอกให้ลงทุน (Romance Scam ที่ชักนำสู่การลงทุน) อยู่ที่ 0.59% ตัวเลขดูน้อย แต่เมื่อคิดจากมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท ยังคงหมายถึงเม็ดเงินที่หายไปหลักร้อยล้านบาท

 

AI และ "ปฏิทินโจร" — อาวุธใหม่ของสแกมเมอร์

 

พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ เตือนว่าแก๊งมิจฉาชีพได้พัฒนาตัวเองจนกลายเป็น องค์กรข้ามชาติ ที่นำ AI มาใช้วิเคราะห์เหยื่อและเลือกเป้าหมายโดยอาศัยข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหล ยิ่งไปกว่านั้น มิจฉาชีพยังใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า "ปฏิทินโจร" นั่นคือการปรับรูปแบบการหลอกลวงตามเทศกาลและสถานการณ์ เช่น แจกอั่งเปาช่วงตรุษจีน หรือแจกคูปองน้ำมันในช่วงน้ำมันแพง

 

ต้นตออยู่ที่กัมพูชา — แก้ยากถ้าขาดความร่วมมือระดับนานาชาติ

 

แม้ภาครัฐไทยจะจับกุมผู้เปิดบัญชีม้าในประเทศได้ต่อเนื่อง แต่ พล.ต.ต. ศิริวัฒน์ ยอมรับว่า ศูนย์บัญชาการจริงตั้งอยู่ในกัมพูชา ซึ่งอยู่นอกเขตอำนาจของตำรวจไทย วิธีแก้ปัญหาในระยะยาวจึงต้องอาศัยแรงกดดันจากประเทศมหาอำนาจ ควบคู่กับการสร้างความตระหนักรู้ในหมู่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกเพศ และทุกช่วงอายุ

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สะท้อนภัยคุกคามที่ทีมงานเราเคยเตือนไว้ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในส่วนของการป้องกันตัวเองจากมิจฉาชีพในโลกดิจิทัล 
👉 10 วิธีป้องกันมิจฉาชีพออนไลน์ ระวังตัวไม่ให้โดนโกงยังไงดี 
👉 จะป้องกันการโกงเหรียญคริปโตได้อย่างไรบ้าง | รู้ทันกลโกงเหรียญ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: งานแถลงรายงานประจำปี 2568 Whoscall / สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ตัวเลข 380,000 คดีในปีเดียวสะท้อนว่า "ภัยออนไลน์" ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยกับสินทรัพย์ดิจิทัล ความน่ากังวลคือการที่มิจฉาชีพหันมาใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมเหยื่อ ทำให้การหลอกลวงแม่นยำและเจาะจงกว่าที่เคย น่าจับตามองว่ารัฐบาลไทยจะสามารถผลักดันความร่วมมือระดับนานาชาติได้มากน้อยแค่ไหน เพราะตราบใดที่ต้นตอยังลอยนวลอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ตัวเลขคดีก็คงยากที่จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: คดีออนไลน์ 2568, มิจฉาชีพออนไลน์, สแกมเมอร์ไทย, ภัยไซเบอร์, หลอกลวงสินทรัพย์ดิจิทัล, AI มิจฉาชีพ, ตำรวจไซเบอร์, กัมพูชาแก๊งสแกม

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com