
CoinShares คาด Crypto ETF ไทยเริ่มช้า เงินไหลเข้าหลักสิบล้านดอลลาร์ ไม่ถึงพันล้าน ขณะเกณฑ์ ก.ล.ต. มีผล 16 ต.ค.
เจมส์ บัตเตอร์ฟิลล์ (James Butterfill) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares บริษัทผลิตภัณฑ์ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ความเห็นกับ Cointelegraph ว่า Crypto ETF ในไทยอาจเริ่มต้นช้า โดยคาดว่าเงินไหลเข้าช่วงแรกจะอยู่ระดับหลักสิบล้านดอลลาร์ทั่วทั้งผลิตภัณฑ์ชุดแรก มากกว่าจะเป็นหลักพันล้านดอลลาร์ หลังหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. สำหรับ ETF Bitcoin และ Ether ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีผลบังคับวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ทีมข่าวอ่านรายงานของ Cointelegraph และเทียบกับข่าว ก.ล.ต. ที่เรารายงานไว้ก่อนหน้า
"ช่วงแรกคาดว่าเงินไหลเข้าจะไม่มาก ระดับหลักสิบล้านดอลลาร์ทั่วผลิตภัณฑ์ชุดแรกสมจริงกว่าหลักพันล้าน"
เกณฑ์ที่เริ่มมีผล 16 ตุลาคม
ตามที่เรารายงานจากข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 216/2569 (8 ตุลาคม) หลักเกณฑ์ Crypto ETF รวม 11 ฉบับ มีผลบังคับตั้งแต่ 16 ตุลาคม 2569 ในระยะแรกลงทุนได้ใน Bitcoin และ Ethereum ต้องเก็บทรัพย์สินกับผู้รับฝาก (DA Custodian) ที่ ก.ล.ต. กำกับ ห้ามบริษัทหลักทรัพย์ให้กู้ยืม Margin เพื่อซื้อ และผู้ลงทุนรายย่อยลงทุนใน Crypto ETF ที่จัดตั้งในไทยได้ ส่วนการพาลูกค้าที่ไม่ใช่สถาบันหรือผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษไปลงทุนใน Crypto ETF ต่างประเทศผ่านโบรกเกอร์ในประเทศ ก.ล.ต. ยังไม่อนุญาตในระยะแรก ซึ่ง Cointelegraph สรุปไว้สอดคล้องกัน
วันที่ 16 ตุลาคมเป็นวันที่เกณฑ์เริ่มบังคับใช้ ไม่ได้แปลว่ามีกองทุนให้ซื้อในวันนั้น กองทุนแรกต้องได้รับอนุมัติ และมีการจัดเตรียมผู้รับฝากและช่องทางจัดจำหน่ายก่อนเริ่มซื้อขาย
ทำไม CoinShares คาดว่าจะช้า
- มีทางเลือกเดิมอยู่แล้ว: บัตเตอร์ฟิลล์ระบุว่านักลงทุนบางส่วนมีสถานะ Bitcoin ผ่านกองทุนต่างประเทศหรือซื้อคริปโตตรง ETF ท้องถิ่นจึงต้องดึงนักลงทุนใหม่ หรือมีเหตุผลน่าสนใจให้ย้ายมาซื้อ
- ตัวอย่างฮ่องกง: ฮ่องกงมีสัดส่วนเพียง 0.42% ของสินทรัพย์ในผลิตภัณฑ์คริปโตแลกเปลี่ยนทั่วโลก (733 ล้านดอลลาร์ จากทั้งหมด 172,900 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูล CoinShares ณ ปลายเดือนกันยายน) แม้เป็นศูนย์กลางการเงิน ซึ่งทีมข่าวคำนวณสัดส่วนซ้ำแล้วได้ราว 0.42% ตรงกัน
ผู้เล่นที่ต้องดู
บัตเตอร์ฟิลล์ชี้ไปที่ MFC Asset Management ซึ่งเปิดกองทุน MFC Bitcoin ETF Tracker Fund (MBTCETF-UI) เมื่อปี 2567 โดยลงทุนใน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock และ ONE Asset Management ซึ่งเป็นบริษัทจัดการกองทุนไทยรายแรกที่ได้รับอนุมัติกองทุนที่อิง Bitcoin ETF ในปี 2567 เขาระบุว่ายังไม่ได้ยืนยันแผนของทั้งสองบริษัทว่าจะออก ETF ที่จดทะเบียนในไทยหรือเมื่อใด Cointelegraph ติดต่อ ก.ล.ต. ไทย ONE และ MFC แล้ว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ ณ เวลาเผยแพร่ ผลค้นหาข่าวระบุว่ากองทุนที่ MFC และ ONE เปิดไว้ในปี 2567 จำกัดเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ ซึ่งทีมข่าวไม่ได้เปิดอ่านต้นฉบับเต็มของข่าวนั้น
สิ่งที่ยังไม่รู้
- กองทุนแรกจะเปิดซื้อขายเมื่อใด และ บลจ. รายใดยื่นขอ (ทั้ง ก.ล.ต. และข่าวของ Cointelegraph ยังไม่ระบุ)
- ค่าธรรมเนียมและโครงสร้างของกองทุนแรก
- ตัวเลข "หลักสิบล้านดอลลาร์" เป็นการประเมินของนักวิเคราะห์รายเดียว ไม่ใช่ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง และการเปรียบเทียบกับฮ่องกงเป็นข้อมูลต่างตลาดต่างขนาด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
เรื่อง Crypto ETF ไทยที่เราเคยรายงานไว้ ตั้งแต่เปิดรับฟังความเห็นจนถึงเกณฑ์ที่มีผล
👉 ก.ล.ต. ออกเกณฑ์ Crypto ETF ไทย เริ่มที่ Bitcoin-Ethereum มีผล 16 ต.ค. 2569 ห้ามกู้ Margin ซื้อ
👉 ก.ล.ต. เปิดเฮียริ่งรอบ 2 เกณฑ์ Crypto ETF ไทย ผ่อนกฎ DA Custodian ต่างประเทศ
👉 ก.ล.ต. กางโรดแมป 3 ปี ปั้นไทยสู่ Digital Asset Hub! เตรียมคลอด Crypto ETF & Futures
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph (15 ต.ค. 2569), ข่าว ก.ล.ต. ฉบับที่ 216/2569 (8 ต.ค. 2569), CoinShares (ผ่าน Cointelegraph)
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict
ข้อที่ยืนยันได้คือเกณฑ์ Crypto ETF ไทยมีผลบังคับ 16 ตุลาคม และยังไม่ทราบวันเปิดกองทุนแรก ส่วนคำคาดการณ์ว่าเงินไหลเข้าจะไม่มากเป็นความเห็นของนักวิเคราะห์ที่ยังไม่มีข้อมูลจริงรองรับ ข้อสังเกตคือคนไทยที่อยากถือ Bitcoin ผ่านบัญชีหลักทรัพย์ยังมีทางเลือกใหม่ แต่ในทางปฏิบัติต้องรอให้มีกองทุนที่ได้รับอนุมัติก่อน และต้องเทียบค่าธรรมเนียมกับการถือผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต ทีมข่าวไม่ฟันธงว่ากองทุนแรกจะได้เงินไหลเข้าเท่าใด และไม่ฟันธงผลต่อราคา
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลข่าว ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com