Tether เล็ง “โทเคไนซ์หุ้น” ดันมูลค่าบริษัทแตะ 500,000 ล้านดอลลาร์ เสิร์ฟสภาพคล่องให้นักลงทุน
บริษัทผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Tether กำลังวางหมากครั้งสำคัญ ทั้งในเชิงมูลค่าบริษัทและโครงสร้างการเงินบนบล็อกเชน เมื่อมีรายงานว่า Tether กำลังพิจารณา “โทเคไนซ์หุ้น (tokenize equity)” และใช้กลไก ซื้อหุ้นคืน (share buybacks) เพื่อสร้างสภาพคล่องให้แก่นักลงทุนรายใหม่และผู้ถือหุ้นเดิม
เป้าหมายใหญ่ในรอบนี้คือการดันมูลค่าบริษัทไปสู่ระดับ 500,000 ล้านดอลลาร์ (500B) ซึ่งจะทำให้ Tether กลายเป็นหนึ่งในธุรกิจเอกชนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
ดีลใหญ่: ระดมทุน 2 หมื่นล้าน แลกหุ้น 3% และดราม่าห้ามขายบล็อกหุ้น 1 พันล้าน
ตามรายงานของ Bloomberg ที่อ้างแหล่งข่าววงใน ระบุว่า
Tether อยู่ระหว่างการเจรจาระดมทุน 20,000 ล้านดอลลาร์
แลกกับสัดส่วนหุ้นประมาณ 3% ของธุรกิจผู้ออกเหรียญ USDt
เท่ากับว่าตลาดกำลังมอง มูลค่ากิจการ Tether ใกล้เคียง 500B ดอลลาร์
ในขณะเดียวกัน ก็มีผู้ถือหุ้นเดิมรายหนึ่งพยายามจะขายหุ้นมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์
โดยให้มูลค่าบริษัทอยู่ที่ราว 280,000 ล้านดอลลาร์
ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ Tether กำลังเจรจารอบใหม่
รายงานระบุว่า Tether “กันไม่ให้ดีลขายหุ้นนี้เกิดขึ้น” และเลือกเดินหมากอีกแบบ คือ
สร้างกลไกสภาพคล่องให้นักลงทุน ผ่าน
การโทเคไนซ์หุ้น (tokenized equity)
หรือโปรแกรมซื้อหุ้นคืน (share buybacks)
หลังจากปิดดีลระดมทุนรอบใหม่นี้แล้ว"
ทำไม Tether ต้องโทเคไนซ์หุ้น?
การโทเคไนซ์หุ้นหมายถึง การนำ “หุ้นในโลกจริง” มาทำเป็น “โทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน” ซึ่งมีข้อดีหลายอย่าง เช่น
เพิ่มสภาพคล่อง (liquidity)
หุ้นสามารถถูกซื้อ–ขายบนแพลตฟอร์มใหม่ ๆ ที่เชื่อมกับโลกคริปโต
แตกหน่วยย่อยได้ง่าย (fractional ownership)
นักลงทุนรายเล็กสามารถถือ “เศษส่วนของหุ้น” ได้
นำไปใช้ค้ำประกันใน DeFi
ผู้ถือหุ้นสามารถนำ tokenized equity ไปวางเป็นคอลแลทเทอรัลเพื่อกู้ยืม หรือใช้งานในโปรโตคอล DeFi ต่าง ๆ
ความโปร่งใสบน On-chain
การเคลื่อนไหวของโทเคนสามารถตรวจสอบได้ผ่านบล็อกเชน

ในบริบทของ Tether ถ้าบริษัทเลือกโทเคไนซ์หุ้นจริง นั่นหมายถึง
นักลงทุนสามารถ “ยังถือหุ้น Tether อยู่เหมือนเดิม” แต่ในทางเทคนิค จะมี โทเคนที่แทนสิทธิ์การถือครองหุ้น ไปหมุนใช้ในโลก DeFi ต่อได้
เป็นการเปิดเกมให้ หุ้นของบริษัทสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ที่สุด เข้ามานั่งอยู่ในระบบนิเวศการเงินบนบล็อกเชนอย่างเต็มตัว
โลกการเงินกำลังถูกย้ายขึ้นบล็อกเชน: DTCC, J.P. Morgan, Coinbase ร่วมวง
แผนของ Tether ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่สะท้อนเทรนด์ใหญ่ของโลกการเงินแบบ “ทุกอย่างกำลังจะไป On-chain”
อัปเดตสำคัญในฝั่ง TradFi และโครงสร้างตลาดสหรัฐฯ มีดังนี้
SEC อนุมัติ DTCC ให้โทเคไนซ์หลักทรัพย์
หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนสหรัฐฯ อย่าง SEC
เพิ่งไฟเขียวให้ DTCC (ศูนย์รับฝากและชำระราคาอันดับต้น ๆ ของโลก)
สามารถโทเคไนซ์หุ้น
ETF
และพันธบัตร
ขึ้นมาอยู่บนบล็อกเชนได้
ประธาน SEC อย่าง Paul Atkins ถึงกับกล่าวว่า
“ตลาดการเงินสหรัฐฯ กำลังจะขยับขึ้นมาอยู่บน On-chain” และชูประเด็นเรื่อง ความโปร่งใส–การคาดการณ์ได้–ประสิทธิภาพ สำหรับนักลงทุน
J.P. Morgan ออกบอนด์โทเคไนซ์มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์
ธนาคารยักษ์ใหญ่อย่าง J.P. Morgan
ได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการออกพันธบัตรโทเคไนซ์มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์
ให้กับบริษัทคริปโต Galaxy Digital Holdingsจุดนี้สะท้อนว่า โครงสร้างหนี้ (Debt) ก็เริ่มถูกย้ายขึ้นบล็อกเชนเช่นกัน
Coinbase เตรียมบุกตลาดหุ้นโทเคไนซ์–Prediction Markets
Crypto exchange รายใหญ่ในสหรัฐฯ อย่าง Coinbase
กำลังถูกคาดหมายว่าอาจประกาศขยายบริการด้านหุ้นโทเคไนซ์ (tokenized stocks)
และ prediction markets
ในงานไลฟ์เปิดตัวสินค้าใหม่เร็ว ๆ นี้
ในภาพรวม ข้อมูลจากเว็บไซต์อย่าง RWA.xyz ยังชี้ว่า
มูลค่าหุ้นบริษัทจดทะเบียนที่ถูกโทเคไนซ์ (tokenized public equities)
แตะใกล้ 700 ล้านดอลลาร์ แล้ว แม้จะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการยอมรับก็ตาม
ทั้งหมดนี้ ทำให้แผนของ Tether ในการโทเคไนซ์หุ้น ไม่ได้ดูเป็น “ไอเดียล้ำไปคนเดียว” แต่กลายเป็นอีกชิ้นสำคัญในจิ๊กซอว์ของโลก Real-world Assets (RWA) ที่กำลังเดินหน้าเต็มสูบ
ข้อความสุดท้าย: จาก Stablecoin สู่โครงสร้างการเงินระดับสถาบันแบบ On-chain
Tether เคยถูกมองแค่ในมิติของ
“ผู้ออกเหรียญ USDt”
และเป็น “เครื่องมือสภาพคล่อง” ในโลกคริปโตเท่านั้น
แต่วันนี้ภาพกำลังเปลี่ยนไป เมื่อบริษัทเดินหน้า
วางเป้ามูลค่ากิจการระดับ 500B ดอลลาร์
พิจารณา โทเคไนซ์หุ้น–ซื้อหุ้นคืน
ท่ามกลางโลกที่ DTCC, J.P. Morgan, Coinbase และผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมาก กำลังช่วยกันย้ายหุ้น–บอนด์–ตราสารทางการเงินขึ้นบล็อกเชน
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ thecoinrise.com