Tether ท้าชน Circle ด้วย USAT ย้ำความแข็งแกร่ง พร้อมทดสอบสมดุล Oversight vs Privacy
การเปิดตัว USAT เหรียญดอลลาร์ดิจิทัลสายคอมพลายที่ออกแบบมาสำหรับตลาดสหรัฐฯ ของ Tether ผู้ออกเหรียญ USDT นั้นถูกมองว่าเป็นการสั่นสะเทือนวงการ Stablecoin และกดดันคู่แข่งอย่าง Circle ที่ออกเหรียญ USDC
ก้าวสำคัญของ Tether: เปิดเกม “Hedge-and-Expand”
Colin Butler รองประธานจาก Mega Matrix กล่าวกับ The Block ว่า USAT เป็นกลยุทธ์ “hedge-and-expand” ของ Tether ที่ทำให้บริษัทมีทั้งเหรียญ USDT สำหรับตลาดนอกสหรัฐฯ และ USAT ที่ถูกกฎหมายสำหรับตลาดอเมริกา โดย Anchorage Digital Bank จะทำหน้าที่ออกเหรียญ ขณะที่ Cantor Fitzgerald ดูแลสินทรัพย์สำรอง
Paolo Ardoino ซีอีโอ Tether กล่าวในงานเปิดตัวที่นิวยอร์กว่า USAT คือการตอบโจทย์ตลาดสหรัฐฯ และตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้าง “ดอลลาร์ดิจิทัลที่ถูกกฎหมาย โปร่งใส และได้รับการยอมรับ”
Circle ถูกท้าชนโดยตรง
ปัจจุบัน USDT มีมูลค่าตลาดกว่า 170 พันล้านดอลลาร์ ส่วน USDC ของ Circle อยู่ที่ 73 พันล้านดอลลาร์ การมาของ USAT อาจทำให้ Circle เสียเปรียบในตลาดสหรัฐฯ ที่เคยเป็นจุดแข็ง โดย Dan Dolev นักวิเคราะห์จาก Mizuho Securities มองว่านี่คือสัญญาณว่า USDC กำลังถูก “commoditize” มากกว่าที่หลายคนคิด
นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันจากคู่แข่งรายใหม่อย่าง Hyperliquid ที่เพิ่งเปิดประมูล Stablecoin Tickers และอาจกระทบการใช้งาน USDC ในแพลตฟอร์ม Futures ยอดนิยม
Stablecoins กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินใหม่
Matthew Tabbiner ซีอีโอ Stable กล่าวว่าการเปิดตัว USAT แสดงให้เห็นว่า Stablecoins กำลังกลายเป็น “เงินประจำวัน” ที่จะถูกใช้ทั่วโลก และ Tether มีขนาดใหญ่พอที่จะกำหนดทิศทางของกฎระเบียบและโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
ปัจจุบันตลาด Stablecoin กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ 3 ขั้วหลัก:
USDT เป็นเสาหลักสำหรับตลาดโลก
USDC และ USAT เป็นตัวแทนฝั่งสหรัฐฯ ที่ถูกกฎหมาย
USDe, SKY และ USDH อยู่ในฝั่ง Stablecoin ที่ให้ผลตอบแทน
Oversight vs Privacy: สมดุลที่ท้าทาย
แม้การเปิดตัว USAT จะถูกมองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวก แต่ก็มีเสียงกังวลว่า Stablecoin แบบใหม่จะลดทอนความเป็น permissionless และความเป็นส่วนตัวที่เคยเป็นเสน่ห์ของคริปโต
Daniel Brunsdon จาก Holonym เตือนว่า “หากหน่วยงานกำกับดูแลเข้มเกินไป Stablecoin อาจกลายเป็นเพียงเครื่องมือใหม่ของระบบเก่า ไม่ใช่เสาหลักของระบบการเงินเสรี”
อย่างไรก็ตาม หาก Tether และหน่วยงานกำกับสามารถหาจุดสมดุลได้สำเร็จ Stablecoin อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัลระดับโลก ที่ทั้งน่าเชื่อถือและใช้งานได้อย่างคล่องตัว
อ้างอิง : theblock.co