Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Tether ปัดข่าวหนีอุรุกวัย! ยันยังไม่ทิ้งโปรเจกต์เหมืองคริปโต 500 ล้านดอลลาร์
23 September 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Tether ปัดข่าวหนีอุรุกวัย! ยันยังไม่ทิ้งโปรเจกต์เหมืองคริปโต 500 ล้านดอลลาร์

Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกโรงปฏิเสธข่าวลือจากสื่อท้องถิ่นในอุรุกวัยที่ระบุว่า บริษัทเตรียมถอนตัวออกจากประเทศ หลังเกิดข้อพิพาทหนี้ค่าไฟฟ้ามูลค่ารวมราว 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายงานจากสื่อท้องถิ่น Telemundo อ้างว่า หน่วยงานไฟฟ้าของรัฐอุรุกวัย (UTE) ได้ตัดไฟเหมืองคริปโตของ Tether เนื่องจากไม่จ่ายค่าไฟกว่า 2 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม พร้อมทั้งยังมีหนี้จากโครงการอื่น ๆ อีกกว่า 2.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมแล้วอยู่ที่ 4.8 ล้านดอลลาร์ (ไม่รวมค่าปรับและดอกเบี้ย)

อย่างไรก็ตาม Tether ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph โดยยืนยันว่า ข่าวลือเหล่านี้ไม่เป็นความจริง และบริษัท “ยังคงหาทางเดินหน้าต่อในอุรุกวัยและภูมิภาคละตินอเมริกา”

ค่าไฟฟ้าสูงเป็นตัวแปรสำคัญ

แม้ Tether จะปฏิเสธการถอนตัว แต่รายงานท้องถิ่นเชื่อว่า การที่เหมืองต้องหยุดชะงักนั้นส่วนหนึ่งมาจาก ค่าไฟฟ้าที่แพงเกินมาตรฐานละตินอเมริกา

  • ในอุรุกวัย ค่าไฟอยู่ที่ 60 – 180 ดอลลาร์ต่อเมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh)

  • ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ปารากวัย มีต้นทุนเพียง 22 ดอลลาร์ต่อ MWh จากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Itaipu

ความแตกต่างนี้ทำให้อุรุกวัยเสียเปรียบในการดึงดูดธุรกิจที่ใช้พลังงานสูง เช่น เหมืองคริปโตและปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ไม่ใช่ครั้งแรกที่นักขุดคริปโตย้ายออกจากอุรุกวัย

ก่อนหน้านี้ในปี 2018 บริษัท Vici Mining ของอเมริกาใต้ก็เคยย้ายเหมืองจากอุรุกวัยไปปารากวัยด้วยเหตุผลเดียวกันคือ ค่าไฟแพงเกินไป โดยวิศวกรของบริษัทให้ความเห็นว่า “80% ของต้นทุนคือค่าไฟฟ้า ดังนั้นมันคือปัจจัยตัดสินใจสำคัญว่าจะตั้งเหมืองที่ไหน”

กรณีของ Tether จึงถูกมองว่าเป็น สัญญาณเตือนสำหรับรัฐบาล เกี่ยวกับการวางนโยบายพลังงานเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ

การเจรจาและแผนต่อไป

Tether ยอมรับว่ามีข้อพิพาทเรื่องหนี้ค่าไฟ แต่ยืนยันว่าบริษัทในท้องถิ่นที่ดูแลการดำเนินงานยังอยู่ระหว่าง การเจรจากับรัฐบาลอุรุกวัย เพื่อหาทางออกร่วมกัน และยังคงยึดมั่นในแผนลงทุนระยะยาวในภูมิภาคนี้

โครงการดังกล่าวถูกเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2023 และคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการลงทุนสูงสุดถึง 500 ล้านดอลลาร์

การยอมรับ Stablecoin ใน LATAM กำลังเติบโต

ในขณะที่ Tether ต้องเจอปัญหาในอุรุกวัย แต่ การใช้งาน Stablecoin ในภูมิภาคละตินอเมริกากลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง

  • โบลิเวีย: Toyota, Yamaha และ BYD เริ่มรับชำระเงินด้วย USDT เพื่อลดผลกระทบจากการขาดแคลนดอลลาร์

  • โคลอมเบีย: MoneyGram เปิดให้ประชาชนออมเงินด้วย Stablecoin ดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับการอ่อนค่าของเงินเปโซ

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้จะมีความท้าทายในบางประเทศ แต่ Tether และ Stablecoin ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของภูมิภาค LATAM

อ้างอิง : cointelegraph.com

ภาพ uruguayinforme.com