Tether ผู้ออกเหรียญ Stablecoin USDT ประกาศปรับแผนครั้งใหญ่ โดยจะ ไม่แช่แข็ง (Freeze) Smart Contract ของ USDT บนบล็อกเชน Omni Layer, Bitcoin Cash SLP, Kusama, EOS และ Algorand ตามแผนเดิม แต่ยืนยันว่าจะหยุดออกเหรียญใหม่และการไถ่ถอน (Redemption) บนเครือข่ายเหล่านี้
ฟีดแบ็กจากชุมชนคือปัจจัยสำคัญ
Tether เปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดจากการรับฟังฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานและชุมชนในแต่ละเครือข่าย จึงเลือกที่จะไม่ปิดการทำงานของ Smart Contract อย่างถาวร ผู้ถือเหรียญยังสามารถโอนและใช้งานต่อได้ แต่จะไม่สามารถออกเหรียญใหม่ผ่านเครือข่ายเหล่านี้อีก
ทำไมต้องหยุดออก USDT บนบางบล็อกเชน?
Tether อธิบายว่า กลยุทธ์ใหม่คือการมุ่งเน้นไปที่เครือข่ายที่มีการใช้งานสูงและมีดีมานด์จริง โดยเฉพาะ Tron และ Ethereum ซึ่งเป็นสองบล็อกเชนที่มี USDT หมุนเวียนมากที่สุดในโลก
Tron: USDT หมุนเวียนกว่า 80.9 พันล้านดอลลาร์
Ethereum: USDT หมุนเวียนกว่า 72.4 พันล้านดอลลาร์
BNB Chain: ตามมาเป็นอันดับ 3 ที่ 6.78 พันล้านดอลลาร์
ในขณะที่ Omni Layer ยังมีมูลค่าการหมุนเวียนราว 82.9 ล้านดอลลาร์ ส่วน EOS, BCH SLP, Algorand และ Kusama มีการใช้งานน้อยกว่า 5 ล้านดอลลาร์
ภาพรวมตลาด Stablecoin ยังเติบโต
ปัจจุบันมูลค่ารวมตลาด Stablecoin อยู่ที่ 285.9 พันล้านดอลลาร์ โดยมี USDT ครองอันดับ 1 ที่ 167.4 พันล้านดอลลาร์ และ USDC ที่ 71.5 พันล้านดอลลาร์
นักวิเคราะห์คาดว่า หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐ Donald Trump ลงนาม GENIUS Act เพื่อสนับสนุน Stablecoin ผูกค่าเงินดอลลาร์ ตลาด Stablecoin อาจเติบโตถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ซึ่งตอกย้ำว่า Stablecoin จะเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต
แม้ Tether จะหยุดออก USDT บนบล็อกเชนเก่า แต่การไม่แช่แข็ง Smart Contract ช่วยให้ผู้ใช้ยังคงใช้งานโทเคนเดิมได้ ขณะที่บริษัทเลือกทุ่มพลังไปกับบล็อกเชนที่มีความต้องการสูงอย่าง Tron และ Ethereum ซึ่งสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์เพื่อให้ Stablecoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลกยังคงครองความเป็นผู้นำในตลาดต่อไป
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptoslate.com