Tether ยอมเปิดคลัง! เตรียมให้ "Big Four" ตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบครั้งแรก
Tether (บริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin รายใหญ่ที่สุดในโลก) ประกาศเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่าได้คัดเลือกบริษัทบัญชีจากกลุ่ม "Big Four" ผ่านกระบวนการแข่งขัน เพื่อดำเนินการตรวจสอบงบการเงินอิสระเต็มรูปแบบ (Full Independent Financial Statement Audit) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของบริษัท ครอบคลุมเหรียญ USDt ที่มี Market Cap ราว 1.84 แสนล้านดอลลาร์ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้น และการผ่าน GENIUS Act (กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin เพื่อการชำระเงินฉบับแรกของสหรัฐฯ) ในช่วงที่ผ่านมา
Tether เปิดเกม "Big Four" ตรวจสอบทุนสำรอง USDT ครั้งแรก
Tether ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าบริษัทได้ว่าจ้างหนึ่งในสี่บริษัทบัญชีชั้นนำระดับโลกที่รู้จักกันในนาม "Big Four" ซึ่งประกอบด้วย Deloitte, Ernst & Young (EY), KPMG และ PricewaterhouseCoopers (PwC) เพื่อเข้ามาตรวจสอบงบการเงินของบริษัทอย่างเต็มรูปแบบ โดย Tether ยังไม่เปิดเผยว่าเป็นบริษัทใดในสี่รายดังกล่าว
Simon McWilliams ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) ของ Tether ระบุว่าการคัดเลือกบริษัทบัญชีดำเนินการผ่าน "กระบวนการแข่งขัน" อย่างเป็นระบบ ขอบเขตของการตรวจสอบครอบคลุมทั้งสินทรัพย์ ทุนสำรอง และหนี้สินที่แปลงเป็น Token รวมถึงการประเมินระบบภายใน การควบคุมภายใน และรายงานทางการเงินของบริษัทด้วย
ทำไมทุนสำรองของ Tether ถึงถูกจับตา?
Tether ยืนยันมาโดยตลอดว่า USDT ทุกเหรียญที่ออกมามีสินทรัพย์รองรับในอัตรา 1:1 กับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดย Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether เคยระบุว่าสัดส่วนใหญ่ของทุนสำรองอยู่ในรูป US Treasurys (พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ) ขณะที่รายงานจาก BDO Global (บริษัทตรวจสอบบัญชีอิสระ) เผยให้เห็นว่ามีการถือครองทองคำจริง, Bitcoin และสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยเช่นกัน
ความกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินของ Tether เคยเป็นหัวข้อร้อนในเดือนธันวาคม หลังจาก Arthur Hayes ผู้ก่อตั้ง BitMEX (แพลตฟอร์มซื้อขาย Crypto ชื่อดัง) ออกมาเตือนว่า USDT อาจเผชิญปัญหาร้ายแรงหาก มูลค่าสินทรัพย์ในทุนสำรองร่วงลงรุนแรง อย่างไรก็ดี James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ CoinShares (บริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล) ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาดังกล่าว
USDT vs USDC และบริบทกฎหมาย GENIUS Act
ปัจจุบัน USDT มี Market Cap ราว 1.84 แสนล้านดอลลาร์ ทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง USDC ของ Circle ที่ 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเล็กกว่ากว่าครึ่ง อย่างไรก็ตาม รายงานของ Mizuho (ธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำจากญี่ปุ่น) ที่ออกมาต้นเดือนระบุว่า USDC แซง USDT ด้านปริมาณธุรกรรมเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019
การประกาศตรวจสอบบัญชีเต็มรูปแบบครั้งนี้ เกิดขึ้นไม่นานหลังจากการผ่าน GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายวางกรอบกำกับดูแล Stablecoin เพื่อการชำระเงินฉบับแรกของสหรัฐฯ โดย Tether ได้เคลื่อนไหวตอบรับกฎหมายนี้ไปก่อนหน้าด้วยการเปิดตัว USAt Stablecoin ใหม่ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมภายในอเมริกาโดยเฉพาะ โดยมี Anchorage Digital Bank (ธนาคารดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลกลางสหรัฐฯ) เป็นผู้ออกเหรียญ
Ardoino ระบุในแถลงการณ์ว่า "สำหรับผู้คนและธุรกิจหลายร้อยล้านรายที่พึ่งพา USDT ในทุกวัน การตรวจสอบบัญชีครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำตามกฎ แต่คือความรับผิดชอบ ความยืดหยุ่น และความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานที่พวกเขาพึ่งพา"
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
👉 Tether รุกตลาดสหรัฐ! CEO ยืนยันเตรียมเปิดตัว Stablecoin สำหรับสถาบันเร็วๆ นี้
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ crypto-economy.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Tether ยอมเปิดประตูให้ Big Four เข้ามาตรวจสอบงบการเงินเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตาในหลายมิติ ทั้งในแง่การปรับตัวเข้าสู่มาตรฐานกำกับดูแลที่เข้มขึ้น และการส่งสัญญาณไปยังนักลงทุนสถาบันว่าบริษัทพร้อมเปิดโปร่งใส หากผลการตรวจสอบออกมาชัดเจนและสอดคล้องกับที่ Tether เคยยืนยัน ก็อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ช่วยลบข้อสงสัยเก่าๆ ออกได้อย่างถาวร อย่างไรก็ดี ตลาดคงต้องรอดูผลลัพธ์จริงก่อนถึงจะประเมินได้เต็มๆ
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Tether, USDT, Big Four Audit, ทุนสำรอง Stablecoin, GENIUS Act, Stablecoin กฎระเบียบ, Paolo Ardoino, การตรวจสอบบัญชีคริปโต
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com