
Sui เปิดตัวระบบลายเซ็นต้านควอนตัม 2 มาตรฐาน NIST ป้องกันแฮกในอนาคต
Sui บล็อกเชนเลเยอร์ 1 ที่เน้นความเร็วในการประมวลผลธุรกรรม ประกาศแผนผนวกระบบลายเซ็นดิจิทัลต้านควอนตัม (Post-Quantum Signature) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติสหรัฐฯ (NIST) จำนวน 2 มาตรฐาน เพื่อเตรียมรับมือกับภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตามรายงานของ The Block
🔐 สองมาตรฐานสำหรับสองระดับความเสี่ยง
Sui เลือกใช้มาตรฐาน ML-DSA-65 (ตามมาตรฐาน FIPS 204 ระดับความปลอดภัยขั้นที่ 3) สำหรับบัญชีผู้ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน และมาตรฐาน SLH-DSA-SHA2-128s (ตามมาตรฐาน FIPS 205) สำหรับกระเป๋าเงินมูลค่าสูงที่ทำงานผ่านสมาร์ทคอนแทรกต์ภาษา Move จุดที่น่าสนใจคือผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนมาใช้กุญแจแบบต้านควอนตัมได้จากรหัสกู้คืน (Recovery Phrase) เดิมที่มีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องสร้างกุญแจใหม่ทั้งหมด และยังมีระบบ Address Alias ที่อนุญาตให้อัปเดตกุญแจอนุญาตของบัญชีได้โดยไม่ต้องโอนย้ายสินทรัพย์
⚗️ ทำไมต้องเลือกระดับความปลอดภัยขั้นที่ 3 ไม่ใช่ขั้นที่ 1 ที่ถูกกว่า
ทีมงาน Sui อธิบายเหตุผลที่เลือกใช้ระดับความปลอดภัยขั้นที่ 3 ซึ่งมีต้นทุนการประมวลผลสูงกว่า แทนที่จะเลือกขั้นที่ 1 ที่ถูกกว่า โดยอ้างอิงถึงเหตุการณ์ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีโมเดล AI ตัวหนึ่งสามารถเจาะความแข็งแกร่งของกุญแจในผู้แข่งขันมาตรฐาน Post-Quantum อีกรายหนึ่งได้สำเร็จ ทีมงานให้ความเห็นว่า "นั่นคือราคาที่ทั้งอุตสาหกรรมต้องจ่ายเพื่อความต้านทานควอนตัม"
📅 ไทม์ไลน์การเปิดใช้งาน
ตามแผนที่วางไว้ กระเป๋าเงินแบบต้านควอนตัม (Quantum-Safe Vaults) จะเริ่มใช้งานบน Mainnet ภายในปี 2569 ส่วนบัญชีที่ใช้มาตรฐาน ML-DSA-65 จะเริ่มทดสอบบน Testnet ภายในสิ้นปี 2569 เช่นกัน ก่อนที่ระบบยืนยันตัวตนบัญชีดั้งเดิมแบบต้านควอนตัมเต็มรูปแบบจะเปิดใช้งานบน Mainnet ในไตรมาสแรกของปี 2570 ทีมงานย้ำว่า "บัญชีต้านควอนตัมจะมาในรูปแบบความสามารถเสริมที่เลือกใช้ได้ (Opt-in)" ไม่ใช่การบังคับเปลี่ยนทั้งระบบทันที
⚠️ ความเสี่ยงที่แท้จริงคืออะไร
Sui อธิบายความเสี่ยงที่แท้จริงว่า "บนเชน กุญแจถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว เปิดเผยอย่างถาวรตั้งแต่วินาทีที่บัญชีทำธุรกรรมครั้งแรก" ซึ่งหมายความว่าเมื่อคอมพิวเตอร์ควอนตัมมีศักยภาพเพียงพอในอนาคต กุญแจสาธารณะที่เคยถูกเปิดเผยไปแล้วจากการทำธุรกรรมในอดีตอาจถูกนำมาถอดรหัสย้อนหลังได้ ระบบสถาปัตยกรรมของ Sui ถูกออกแบบมาให้มี "ความยืดหยุ่นทางการเข้ารหัส (Cryptographic Agility)" ทำให้สามารถเพิ่มมาตรฐานลายเซ็นใหม่ได้โดยไม่กระทบโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่าย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com:
👉 Tron เปิดตัวแผน Post-Quantum: ลั่นเป็น Mainstream Chain แรกที่ใช้มาตรฐาน NIST
👉 Bitwise ยื่น SEC เปิดทาง "Spot SUI ETF" ลุ้นกองทุน Sui ตัวแรกในสหรัฐฯ🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block (เขียนโดย Danny Park) / theblock.co
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict:
การที่ Sui ให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมถึงเลือกมาตรฐานที่ปลอดภัยกว่าแม้จะมีต้นทุนสูงกว่า โดยอ้างอิงเหตุการณ์จริงที่ AI เจาะกุญแจของคู่แข่งได้ สะท้อนว่าภัยคุกคามด้าน Post-Quantum ไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือทฤษฎีเลื่อนลอยอีกต่อไป แต่เริ่มมีหลักฐานเป็นรูปธรรมแล้ว หลายบล็อกเชนรายใหญ่ทั้ง Tron, Solana และตอนนี้ Sui ต่างทยอยเดินหน้าเตรียมความพร้อมด้าน Post-Quantum กันแล้ว นักลงทุนที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลระยะยาวควรติดตามว่าเครือข่ายที่ตนถืออยู่มีแผนรับมือเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Sui, Post-Quantum, NIST, ความปลอดภัยไซเบอร์, Quantum Computing
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com