Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Strategy อัดยาแรง! ขึ้นปันผล STRC เป็น 12% หลัง Bitcoin ร่วง แต่นักวิเคราะห์ชี้แค่ "ซื้อเวลา"
04 July 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

Strategy อัดยาแรง! ขึ้นปันผล STRC เป็น 12% หลัง Bitcoin ร่วง แต่นักวิเคราะห์ชี้แค่ "ซื้อเวลา"

Strategy (บริษัทที่เปลี่ยนชื่อมาจาก MicroStrategy ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกระดับองค์กร) ของ ไมเคิล เซย์เลอร์ (Michael Saylor) ประกาศแพ็กเกจปรับโครงสร้างทุนครั้งใหญ่ในสัปดาห์นี้ หลังหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) รุ่น STRC ร่วงแตะจุดต่ำสุดที่ 71.25 ดอลลาร์ (~2,363 บาท) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ทั้งนี้เพื่อสยบความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการจ่ายปันผลของบริษัท พูดง่ายๆ ก็คือ Strategy กำลังใช้เครื่องมือทางการเงินหลากหลายรูปแบบมากขึ้นเพื่อพยุงทั้งสองด้านของงบดุล แต่นักวิเคราะห์จาก Galaxy Digital และ Bitwise มองว่านี่เป็นเพียงการซื้อเวลา ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ

 

💥 แพ็กเกจกู้วิกฤต STRC: อัดปันผล ตั้งกองสำรอง เปิดทางขาย BTC

 

Strategy ประกาศมาตรการรับมือแบบครบวงจรหลัง STRC (หุ้นบุริมสิทธิอัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ออกแบบมาให้ซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าที่ตราไว้ 100 ดอลลาร์) ร่วงลงอย่างหนัก โดยมาตรการที่ประกาศออกมามีดังนี้:

 

  • ขึ้นอัตราปันผล STRC จาก 11.5% เป็น 12% ต่อปี
  • อนุมัติ นโยบายสำรองเงินสด (Dollar Reserve Policy) ที่ผ่านการรับรองจากบอร์ดบริหาร
  • อนุมัติวงเงิน ซื้อคืนหุ้นบุริมสิทธิสูงสุด 1,000 ล้านดอลลาร์ (~33,160 ล้านบาท)
  • อนุมัติวงเงิน ซื้อคืนหุ้นสามัญอีก 1,000 ล้านดอลลาร์ (~33,160 ล้านบาท)
  • เปิดโครงการ "Bitcoin Monetization Program" ที่เปิดทางให้บริษัทขาย BTC บางส่วนได้หากจำเป็น

 

ตลาดตอบรับมาตรการนี้ในทางบวกทันที โดยราคาหุ้น MSTR พุ่งขึ้น 18% ในสัปดาห์นี้ ขึ้นมาเทรดใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ (~3,316 บาท) ขณะที่ STRC ก็ปรับตัวขึ้น 17% มาอยู่ที่ราว 87 ดอลลาร์ (~2,885 บาท) ในช่วงเวลาเดียวกัน

 

🧮 นักวิเคราะห์ชี้ "ซื้อเวลาได้ แต่ปัญหาเดิมยังไม่หาย"

 

ในบันทึกที่เผยแพร่แก่นักลงทุนเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม อเล็กซ์ ธอร์น (Alex Thorn) หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy Digital (บริษัทบริการทางการเงินด้านสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่) มองว่าการปรับโครงสร้างครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะให้พื้นที่หายใจแก่บริษัทมากขึ้นในช่วงที่ราคา Bitcoin อ่อนแรงและหุ้นบุริมสิทธิตกอยู่ในภาวะตึงเครียด

 

อย่างไรก็ตาม ธอร์นชี้ว่าโครงสร้างเดิมยังเผชิญแรงกดดันเดิมอยู่ดี เพราะ Strategy ยังมีฐานหุ้นบุริมสิทธิจำนวนมาก ภาระปันผลที่เกิดขึ้นซ้ำๆ และหนี้แปลงสภาพ (Convertible Debt) คงค้างอีกราว 6,700 ล้านดอลลาร์ (~222,172 ล้านบาท) ที่จะครบกำหนดในปี 2570 และ 2571 เขาสรุปว่าการขยับของ Strategy ในวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นเพียงการ "เตะกระป๋องออกไป" แต่ก็เตะได้ไกลพอสมควร

 

เจฟฟ์ ดอร์แมน (Jeff Dorman) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุนของ Arca (บริษัทบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล) เห็นไปในทางเดียวกัน โดยระบุว่าแพ็กเกจนี้อาจช่วยยืดเวลาถกเถียงประเด็นนี้ออกไปได้อีก 1-2 ปี แต่แรงกดดันมีโอกาสกลับมาอีก เพราะยังไม่มีทางออกใดที่ตอบโจทย์ผู้ถือหุ้นสามัญ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และผู้ที่เชื่อมั่นใน Bitcoin ไปพร้อมกันได้ทั้งหมด นอกจากราคา Bitcoin จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง

 

🏦 Wall Street อาจเข้ามาแทนบทบาท Saylor ในไซเคิลหน้า

 

แมตต์ โฮแกน (Matt Hougan) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลงทุนของ Bitwise (บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่ที่มีผลิตภัณฑ์ ETF คริปโต) ระบุว่าเขาไม่คิดว่า Strategy จะกลายเป็นผู้ขาย Bitcoin รายใหญ่ เพราะไม่มีกลไกใดที่บีบให้บริษัทต้องขาย Bitcoin เกินกว่าปีละไม่กี่พันล้านดอลลาร์ และหากราคา Bitcoin ปรับตัวขึ้น บริษัทก็มีโอกาสกลับมาเป็นผู้ซื้อสุทธิอีกครั้ง

 

แต่โฮแกนก็มองว่า Strategy จะมีความสำคัญน้อยลงในไซเคิลตลาดหน้าเมื่อเทียบกับไซเคิลที่แล้ว โดยเปรียบเทียบสถานการณ์ STRC กับการคลายตัวของส่วนต่างราคา (Premium) ของ Grayscale Bitcoin Trust ในอดีต ซึ่งเคยเป็นกลไกดึงเงินทุนเข้าตลาด Bitcoin ในช่วงตลาดแข็งแกร่ง ก่อนจะกลายเป็นแรงกดดันเมื่อความเชื่อมั่นจางลง

 

โฮแกนชี้ว่าเงินทุนที่แสวงหาผลตอบแทนสูงพร้อมความผันผวนต่ำถูกส่งเข้าไปใน Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีทั้งสองอย่างนี้ และเงินทุนกลุ่มนี้อาจต้องถูกเคลียร์ออกไปก่อนตลาดจะหาจุดต่ำสุดได้ ดังนั้นเขามองว่าความต้องการซื้อ Bitcoin เฟสต่อไปมีแนวโน้มมาจากฐานนักลงทุนสถาบันที่กว้างขึ้น ทั้งธนาคาร บริษัทจัดการสินทรัพย์ กองทุนบำเหน็จบำนาญ กองทุนมูลนิธิ และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund)

 

เขายกตัวอย่างว่า Morgan Stanley เพิ่งเปิดตัวกองทุน Bitcoin ETF ของตัวเอง Wells Fargo เริ่มนำ Bitcoin เข้าพอร์ตโมเดลลูกค้า และรัฐเท็กซัสก็กลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่จัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์เมื่อปีก่อน ขณะที่กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติและธนาคารกลางหลายประเทศก็เริ่มถือครองหรือศึกษาความเป็นไปได้ในการถือ Bitcoin แล้ว

 

🔍 บทบาทใหม่ของ Strategy: รักษาสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงกับการรักษา Upside

 

หากสถาบันการเงินเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในไซเคิลความต้องการ Bitcoin รอบหน้า บทพิสูจน์ต่อไปของ Strategy คือการรักษาความน่าสนใจในฐานะเครื่องมือลงทุน Bitcoin แบบมีเลเวอเรจ ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่มากขึ้นในการบริหารโครงสร้างทุน

 

Galaxy Digital เสนอว่า Strategy ควรพิจารณาวิธีสร้างกระแสเงินสดจาก Bitcoin ที่ถือครองอยู่โดยไม่ต้องพึ่งพาการขาย Bitcoin แบบทันที (Spot) มากเกินไป เช่น การปล่อยกู้ Bitcoin บางส่วนภายใต้เงื่อนไขที่ระมัดระวัง หรือใช้กลยุทธ์ตราสารสิทธิ (Options) เพื่อเก็บเกี่ยวผลตอบแทนจากความผันผวนโดยยังคง Upside ของสินทรัพย์ไว้ส่วนใหญ่ แนวทางเช่นนี้อาจช่วยเป็นทางกลางระหว่างการเจือจางหุ้นสามัญ (Dilution) กับการขาย Bitcoin ตรงๆ แต่ก็มีความเสี่ยงคู่สัญญาและความเสี่ยงด้านการดูแลสินทรัพย์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

 

ที่น่าสนใจคือ ฟอง เล (Phong Le) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Strategy เคยเปิดเผยกับสื่อ CryptoSlate ว่าบริษัทได้เจรจากับธนาคารเกี่ยวกับการปล่อยกู้ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ แต่ยังรอให้สถาบันการเงินรายใหญ่เข้าสู่ตลาดนี้ก่อนตัดสินใจ ซึ่งการรอคอยนั้นอาจกำลังจะสิ้นสุดลง เมื่อธนาคาร บริษัทที่ปรึกษาการลงทุน และนักลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติต่างเริ่มเข้าสู่ตลาด Bitcoin มากขึ้น

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากดราม่าการขาย Bitcoin ครั้งแรกในรอบเกือบ 4 ปีของ Strategy ที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 สงครามเพจการเงินไทยปะทุ ฝั่งเตือนฟองสบู่ 100 ปี อีกฝั่งสวนว่าแพงไม่เท่ากับฟองสบู่
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict สิ่งที่เกิดขึ้นกับ Strategy สะท้อนภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าโมเดลการระดมทุนเพื่อซื้อ Bitcoin แบบเดิมกำลังเข้าสู่จุดที่ต้องปรับตัว การขึ้นปันผล STRC และเปิดทางขาย BTC บางส่วนอาจช่วยประคองสถานการณ์ในระยะสั้น แต่ก็เป็นการยอมรับโดยปริยายว่าภาระทางการเงินของบริษัทเริ่มซับซ้อนกว่าที่เคย ในอีกมุมหนึ่ง การที่สถาบันการเงินรายใหญ่อย่าง Morgan Stanley และ Wells Fargo เริ่มเข้ามาเล่นบทบาทผู้ซื้อ Bitcoin ก็ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตของตลาดในระยะยาว แม้จะทำให้ Strategy ไม่ได้ผูกขาดบทบาทผู้ซื้อรายใหญ่เพียงรายเดียวอีกต่อไป ทั้งนี้นักลงทุนควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน และไม่ควรมองว่าการปรับโครงสร้างทุนของบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นตัวชี้วัดทิศทางราคา Bitcoin ในอนาคต

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Strategy, MicroStrategy, Michael Saylor, STRC, Bitcoin Treasury, หุ้นบุริมสิทธิ, Bitcoin สถาบัน, MSTR

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com