Standard Chartered ปรับลดเป้าหมาย Solana ปี 2026 มองตลาดเปลี่ยนทิศจาก "เหรียญมีม" สู่ "ระบบชำระเงิน"
Standard Chartered ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลก เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับทิศทางของ Solana (SOL) โดยระบุว่าช่วงเวลาที่ตลาดคริปโตปรับตัวลดลงในขณะนี้ถือเป็น "โอกาสในการเข้าซื้อ" เนื่องจากสภาวะความตึงเครียดของตลาดกำลังช่วยคัดกรองโปรโตคอลที่มีคุณภาพสูงออกจากโปรเจกต์ที่เน้นการเก็งกำไรเพียงอย่างเดียว
เจฟฟรีย์ เคนดริก (Geoffrey Kendrick) หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Standard Chartered ได้ตัดสินใจปรับลดราคาเป้าหมายของ Solana ในช่วงสิ้นปี 2026 ลงจาก 310 ดอลลาร์ เหลือ 250 ดอลลาร์สหรัฐ โดยให้เหตุผลว่าระบบนิเวศของเครือข่ายจำเป็นต้องใช้เวลาในการขยายตัวสู่การใช้งานในรูปแบบใหม่ๆ ที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำแทนที่กระแสเดิม
ก้าวต่อไปของ Solana: จากเหรียญมีมสู่ระบบการชำระเงินรายย่อย
นักวิเคราะห์มองว่า Solana กำลังเข้าสู่บทใหม่ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากกระแสเหรียญมีม (Memecoins) ไปสู่ระบบการชำระเงินรายย่อยหรือ Micropayments ข้อมูลบนเครือข่ายเผยให้เห็นว่ากิจกรรมบนกระดานเทรดแบบกระจายศูนย์ (DEX) เริ่มเปลี่ยนจากการเทรดเหรียญมีมมาเป็นการจับคู่ระหว่าง SOL และ Stablecoin มากขึ้น
เคนดริกระบุว่า Solana "ไม่ใช่แค่ม้าที่วิ่งด้วยไม้เด็ดเดียว" (One-trick pony) อีกต่อไป โดยความคืบหน้านี้เริ่มชัดเจนขึ้นในปี 2025 เมื่อเม็ดเงินลงทุนเริ่มเคลื่อนย้ายจากกิจกรรมที่เน้นมีมไปสู่โทเค็นที่อ้างอิงมูลค่าดอลลาร์ (Tokenized Greenbacks) ซึ่งหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน จะถือเป็นการเปิดภาคส่วนใหม่ให้กับ Solana ในโลกยุคหลังเหรียญมีมอย่างแท้จริง
คาดการณ์ราคาในระยะยาว: มุ่งสู่ $2,000 ภายในปี 2030
แม้เป้าหมายระยะสั้นจะถูกปรับลดลง แต่ทางธนาคารกลับปรับเพิ่มการคาดการณ์ในระยะยาวให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำมากของ Solana จะเป็นกุญแจสำคัญที่ปลดล็อกการใช้งานใหม่ๆ เช่น ระบบชำระเงินขนาดเล็กที่ขับเคลื่อนด้วย AI ดังนี้:
ปี 2027: คาดการณ์ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 400 ดอลลาร์
ปี 2028: คาดการณ์ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 700 ดอลลาร์
ปี 2029: คาดการณ์ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์
ปี 2030: มุ่งสู่ระดับ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารคาดว่า Solana อาจจะยังทำผลงานได้ไม่โดดเด่นเท่า Ethereum ในช่วงปี 2026-2027 เนื่องจาก Ethereum ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักสำหรับการสร้าง Stablecoin และสินทรัพย์ในโลกจริง (RWA) ของระดับสถาบัน แต่ในระยะยาวระหว่างปี 2027-2030 Solana มีโอกาสสูงที่จะทำผลงานได้ดีกว่า Bitcoin เมื่อการใช้งานระบบ Micropayment เข้าสู่ระดับสเกลใหญ่
อ้างอิง : theblock.co
ควบคุมทุกสถานการณ์คริปโต ด้วยข้อมูลที่ส่งตรงก่อนใคร